ชาวอินเดียมอบที่ดิน ๑๗ ไร่ ใกล้พระวิหารเชตวัน แก่ มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ประเทศอินเดีย
โดย วันชัย๒๕๐๔  31 ม.ค. 2567
หัวข้อหมายเลข 47341

ข่าวที่น่าปิติยินดียิ่ง

มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา โดยท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ประธานกรรมการมูลนิธิ ได้กล่าวแก่ผู้ติดตามรับชมและรับฟังการสนทนาธรรม ในรายการ "สนทนาปัญหาธรรม" เมื่อช่วงเช้าของวันอังคารที่ ๓๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ได้มีชาวอินเดียท่านหนึ่งที่อาศัยอยู่ที่เมือง Bahraich รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย ได้แจ้งความประสงค์ที่จะมอบที่ดินจำนวน ๑๗ ไร่ (ปัจจุบันเพิ่มเป็น ๒๕ ไร่) มีที่ตั้งอยู่ในเมืองบาห์เรช (Bahraich) ให้แก่ มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ประเทศอินเดีย (Dhamma Study and Support Foundation India)

ทั้งนี้ ทราบว่า การที่จะเดินทางจาก ลัคเนา (Lucknow) ไปยังพระวิหารเชตวัน เมืองสาวัตถี นั้น จะต้องผ่านเมือง Bahraich ดังกล่าว ซึ่งมีระยะทางห่างจากพระวิหารเชตวัน ( Jetavana ) เมืองสาวัตถี ( Shravasti ) เพียงราว ๔๕ กิโลเมตรเท่านั้น

ชมรมบ้านธัมมะ มศพ. จึงขอแจ้งข่าวที่น่าปิติยินดียิ่งนี้มายังทุกท่าน เพื่อร่วมยินดีในข่าวอันน่าปิติยิ่งนี้โดยทั่วกัน ทั้งขอนำข้อความบางตอนจากการสนทนาในรายการดังกล่าวมาเพื่อทุกท่านที่สนใจในรายละเอียดเบื้องต้นทราบ ดังต่อไปนี้

ท่านอาจารย์ : คุณสุขินเริ่มได้เลยนะคะ เพราะเหตุว่า เราได้รับข่าวดีจากคุณสุขินเมื่อวันก่อน ซึ่งเป็นข่าวที่ไม่คาดฝันว่าจะได้รับข่าวนี้ แต่ก็เป็นสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้วโดยไม่คาดฝัน ขอเชิญคุณสุขินช่วยแจ้งข่าวดีให้คนอื่นได้รับทราบด้วยค่ะ

คุณสุขิน : ครับ ข่าวดีที่ว่าก็คือ มีชาวอินเดียคนหนึ่งที่เขาอยู่ในเมืองที่ชื่อว่า Bahraich ซึ่งอยู่ประมาณ ๔๕ กิโลเมตรจากพระเชตวัน ( Jetavana ) ซึ่งท่านมีที่ดินแถวนั้นเยอะมาก โดยเสนอให้คุณอาคิลว่า จะให้ที่ดินส่วนหนึ่งเพื่อที่จะสร้างสถานที่สนทนาธรรม และที่ดินที่จะบริจาคให้นั้นใหญ่ประมาณ ๑๗ ไร่ (ปัจจุบันเพิ่มเป็น ๒๕ ไร่)

และที่ได้มารู้ต่อมาก็คือว่า ท่านผู้นี้เคยได้มาฟังธรรมตอนที่พวกเราไปลัคเนาทั้งสองครั้ง ซึ่งคุณอาคิลเองก็ไม่รู้ เพราะท่านกับภรรยานั่งอยู่กับคนฟังทั่วไป และท่านก็ไม่กล้าที่จะไปรบกวนคุณอาคิล ไม่ได้บอกให้รู้ว่าท่านมาฟังสองครั้งเลย คุณอาคิลก็มารู้ภายหลัง หลังจากที่คุณอาหมัดคนที่ช่วยคุณอาคิลทำงานมาบอก เพราะท่านนี้ที่ชื่อว่า อานิล เจ้าของที่ดินนี้ เขาไปแจ้งให้อาหมัดฟังว่า ช่วยไปบอกอาคิลว่าเขามาที่นี่ มาฟังธรรมสองครั้ง

และหลังจากนั้น คราวที่แล้วที่เราไปอินเดียเมื่อเดือนพฤศจิกายน และธันวาคม ๒๕๖๖ ตอนที่เราไปพระเชตวัน ตอนนั้นคุณอานิลและภรรยาก็มาฟังที่โรงแรม ซึ่งตอนนั้นคุณอาคิลก็ไม่ทราบ แต่มาทราบภายหลังจากที่คุณอาหมัดมาแจ้งให้ฟัง ต่อมาภายหลังคุณอาคิลและคุณอานิลก็ได้ติดต่อกันภายหลังจากคณะของท่านอาจารย์เสร็จภารกิจที่อินเดียและเดินทางกลับไทยแล้ว ตอนที่คุณอาคิลอยู่ที่มุมไบเคลียร์งานอยู่ก็ได้ข่าวที่คุณอานิลเขาอยากจะพบ แต่ก็ยังไม่สามารถจะพบกันได้ในขณะนั้น ต่อเมื่อเสร็จภารกิจต่างๆ แล้ว คุณอาช่าและคุณอาคิลก็ได้เดินทางไปพบคุณอานิลซึ่งได้แจ้งเจตนาของการที่จะให้ที่ดินนี้เพื่อกิจกรรมนี้

ซึ่งคุณอาคิลก็รับฟังไว้ ขณะนั้นก็ไม่ได้รีบสรุปว่าจะรับหรือไม่รับ หรือจะทำอย่างไร เพราะคุณอาคิลก็ยังไม่ทราบเหมือนกันว่าถ้ารับมาแล้วจะทำอย่างไร เพราะว่าบุคคลนี้ท่านเป็นคนที่มีฐานะมั่นคงและเป็นคนที่มีอิทธิพลในเมืองของเขาพอสมควร คุณอาคิลมีอุปนิสัยเป็นคนที่ไม่ค่อยจะไปเชื่อใจ ไว้ใจคนที่มีสตางค์อะไรมากมาย เขาก็เลยลังเล แต่ว่าคุยไปคุยมา สุดท้ายคุณอาคิลก็เห็นว่าเขามีศรัทธามาก ก็ตกลงว่าอยากจะรับ แต่ว่า ขอปรึกษากับท่านอาจารย์และพวกเราก่อน เลยโทรมาหาผมเมื่อสองวันก่อน แล้วผมก็ติดต่อท่านอาจารย์ แล้วก็ให้คุยกันออนไลน์ เป็นไลฟ์วีดีโอ ตอนนั้นเราคุยกันกับเจ้าของที่ดินด้วย และตอนนั้น ท่านอาจารย์ก็เห็นว่า ศรัทธาเขาแรงกล้ามาก เลยตัดสินใจว่าควรรับ แล้วก็ยินดีกับเขาด้วยว่า อนุโมทนากับเขาที่มีจิตกุศลอันนี้ และเราก็เห็นว่าควรจะรับ เพราะคนเขาให้ แล้วก็ด้วยความศรัทธาเท่าที่มี และผมก็ดีใจมากครับ

ท่านอาจารย์ : ค่ะ ทุกคนก็ไม่คาดฝันเลย ชาวอินเดียมอบที่ดินให้มูลนิธิ Dhamma Study and Support foundation India เพื่อที่จะได้ประดิษฐานพระรัตนตรัย โดยที่เราไม่เคยคิดกันเลย เพราะเหตุว่า คนอินเดียเพิ่งจะเริ่มได้ฟังธรรม แต่เมื่อฟังหลายครั้ง มีความเข้าใจ เห็นประโยชน์อย่างยิ่ง

เพราะฉะนั้น ทุกสิ่งทุกอย่าง แสดงว่า เป็นคลองของพระธรรม ซึ่งเราไม่คาดฝันเลย ว่าจะมีการได้รับที่ดินจากคนอินเดีย มีประมาณมากด้วย เพียงพอที่จะเป็นสถานที่สำหรับบูชาพระรัตนตรัย ด้วยความเคารพสูงสุด ที่เราสามารถจะกระทำกันได้

เพราะฉะนั้น ตอนนี้ก็กำลังดำริที่จะให้มีการก่อสร้างตามรูปแบบของชาวอินเดีย เพื่อความปีติของคนอินเดีย ทุกอย่างเป็นของเขา เพราะเขาเป็นผู้ให้พระธรรม เพราะฉะนั้น เราก็ได้ปรึกษาหารือกัน คุณวีระ ดิฉัน คุณสุขิน คุณอรรณพ ก็เห็นสมควรที่เราจะดำเนินการ โดยการที่ เราก็จะต้องดูว่า ให้เขาไปดูงบประมาณของการก่อสร้าง อาคารที่เขาพึงพอใจกันมาก ให้ได้รับทราบว่าจำนวนเงินเท่าไหร่ และเราพอจะมีไหม เพราะเหตุว่า ก็สวยงามมาก คุณวีระบอกว่าเป็นอาคารในฝัน แต่ว่า จริงๆ แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่าง มาตามคลองของพระธรรม โดยเราก็ไม่คาดหมายทั้งนั้น

เพราะฉะนั้น ก็หวังว่า จะได้มีการประดิษฐานที่ถาวร สำหรับประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ อย่างสมพระเกียรติที่เราได้บูชาพระองค์สูงสุด และมีการระลึกถึงพระมหากรุณา ที่ได้ให้สิ่งที่ ในสังสารวัฏ เราไม่เคยรู้ และเริ่มเข้าใจความจริงที่ลึกซึ้ง ได้เริ่มรู้จักคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกคำที่พระองค์ตรัส ให้เราเริ่มรู้ความจริงว่า เป็นสิ่งที่มีขณะนี้ แต่ไม่มีใครรู้มาแสนโกฏิกัปป์ เกินกว่านั้น ถ้าไม่มีการบำเพ็ญพระบารมี เพื่อที่จะให้เราได้รู้ด้วย โดยฐานะที่พระองค์ทรงตรัสรู้ เป็นผู้ที่เลิศที่สุดในสากลจักรวาล คือเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า

ต้องไม่ลืม เวลาฟังธรรม พระองค์ตรัสว่า "ดูกรภิกษุ เธอจงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว" พระองค์ตรัส พระองค์ทรงเป็นใคร การตรัสรู้ของพระองค์ทำให้มีแต่ละคำ ที่เราได้ยิน และรู้ความลึกซึ้งอย่างยิ่ง ไม่ประมาท ไม่ผิวเผินเลย มิฉะนั้น จะไม่รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เพราะฉะนั้น ชาวอินเดียที่จะมีความเข้าใจพระธรรม ต้องเข้าใจลึกซึ้ง เบื้องต้น ปลูกฝังความมั่นคงในสัจจบารมี ความจริงที่พระองค์ได้ทรงตรัสรู้ ต้องเคารพอย่างยิ่ง พิจารณาทุกคำ เพื่อไม่ให้คำที่มีค่าสูงสุดเหล่านั้น เลือนหายไป จนไม่ใช่คำของพระองค์ กลายเป็นคำของคนอื่น

พวกเราทุกคนก็พยายามอย่างยิ่ง ทั้งที่เมืองไทยและทุกแห่งที่เราไป ให้คนอื่นได้เข้าใจพระธรรม ตามกำลังของทุกคน ซึ่งคราวนี้คุณวีระกับคุณสุขิน ก็จะไปดูที่ดินในเดือนกุมภาฯ นี้ วันที่ ๙-๑๑ เพื่อที่จะได้ ถึงวันที่เขามอบให้เราวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ตรงกับวันวิสาขบูชา แต่ที่อินเดียเขาอาจจะก่อนสักวันหนึ่งหรือเปล่าก็ไม่ทราบ

เพราะฉะนั้น ก็เป็นความปลาบปลื้มสูงสุดในชีวิตของเราทุกคน ที่ได้เห็นคุณค่าของพระธรรมสูงสุด ทุกอย่างเราทำเต็มความสามารถ ที่จะให้สำเร็จไปในชีวิตของเรา ถ้าจะเป็นไปได้ เพราะเราก็ไม่รู้แน่นอนว่า สองขณะจิต (จุติ-ปฏิสนธิ) จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ไม่สามารถที่จะรู้ได้เลย เพราะว่าสองขณะจิตขณะนี้รู้ไม่ได้ เพราะฉะนั้น พร้อมเสมอ วันไหน ขณะไหน เมื่อไหร่ ก็ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่สุดที่สามารถที่จะกระทำได้ ในการบูชาคุณพระรัตนตรัย

คุณวีระพร้อมที่จะไปแล้วใช่ไหมคะ ซึ่งคุณวีระก็ สุขภาพต้องดูแลว่าจะไปไหนต้องสะดวกสบาย เพราะเหตุว่า ทุกคนก็มีโรคภัยไข้เจ็บ นิดๆ หน่อยๆ ประจำตัว แต่เรามียาวิเศษ ที่คนอื่นที่ไม่รู้จักพระธรรม ไม่มี เพราะฉะนั้น ถึงยากลำบากอย่างไร ถึงคราวที่จำเป็นที่สามารถจะกระทำได้ คุณวีระก็ไปได้

อนึ่ง ข้อความจากวิกิพีเดียระบุว่า "Bahraich เป็นเมือง และเป็น คณะกรรมการเทศบาล ใน เขต Bahraich ในรัฐ อุตตร ประเทศ ประเทศอินเดีย บาห์เรช (Baraich) ตั้งอยู่บน แม่น้ำซาร์ยู ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำ กาฆา รา ห่าง จาก ลัคเนา ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ๑๒๕ กิโลเมตร (๗๘ ไมล์) เขตของ Barabanki , Gonda , Balrampur , Lakhimpur Kheri , Shravasti และ Sitapur มีขอบเขตร่วมกันกับ Bahraich ปัจจัยที่ทำให้เมืองนี้มีความสำคัญคือพรมแดนระหว่างประเทศร่วมกับประเทศ เนปาล "


ขอเชิญติดตามฟังข่าวที่น่ายินดีนี้ ได้จากบันทึกการสนทนาด้านล่าง :



ความคิดเห็น 1    โดย swanjariya  วันที่ 31 ม.ค. 2567

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

กราบยินดีในกุศลของคุณอานิลผู้มีศรัทธาที่จะบริจาคที่ดินให้เป็นที่ตั้งของมูลนิธิฯที่อินเดียเพื่อผู้สะสมมาดีจะได้มีโอกาสได้ยินได้ฟังพระธรรมของพระพุทธองค์ดังเช่นสมัยพุทธกาล


ความคิดเห็น 2    โดย Kalaya  วันที่ 31 ม.ค. 2567

กราบอนุโมทนาในการได้รับข่าวเจริญกุศลในครั้งนี้ของคุณอานิลและภรรยาของท่านค่ะ


ความคิดเห็น 3    โดย Selaruck  วันที่ 31 ม.ค. 2567

กราบเท้าบูชาพระคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพสูงยิ่ง

เป็นข่าวที่ปลาบปลื้มปิติอย่างยิ่งที่มีผู้รับพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ในดินแดนพุทธภูมิที่จะดำรงสืบต่อไป จนเกิดศรัทธาถึงเพียงนี้ อันเป็นผลของบารมีทุกประการของท่านอาจารย์ที่ตลอดชีวิตท่านมีเพื่อพระธรรมไม่ว่า ณ ที่ใด

กราบอนุโมทนาในกุศลทุกประการของคุณอานิล


ความคิดเห็น 5    โดย kanchana.c  วันที่ 31 ม.ค. 2567

กราบอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ


ความคิดเห็น 6    โดย siraya  วันที่ 1 ก.พ. 2567

กราบอนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 7    โดย narongdej.kamolpirom  วันที่ 1 ก.พ. 2567

ขออนุโมทนาสาธุในกุศลจิตที่ดีงามของคุณอานิล เจ้าของที่ดินผู้บริจาค

ความมหัศจรรย์แห่งพระธรรมที่ท่านอาจารย์สุจินต์ได้นำไปเผยแพร่ถ่ายทอดให้คนที่ไม่มีโอกาสได้เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน จนเห็นประโยชน์ของพระธรรมและเกิดกุศลศรัทธาแรงกล้าได้ถึงเพียงนี้ สาธุๆ ๆ


ความคิดเห็น 8    โดย Phanomwan  วันที่ 1 ก.พ. 2567

ปีติยิ่ง กราบอนุโมทนากับท่านอาจารย์สุจินต์ที่ได้นำธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปเผยแพร่จนผู้ได้ฟังคำของพระองค์เกิดความเข้าใจและเห็นประโยชน์ในการที่จะเอื้อเฟื้อให้คนอื่นได้มีโอกาสได้ยินได้ฟังด้วย กราบอนุโมทนาในกุศลจิตของคุณอานิลและภรรยา เป็นอย่างสูงค่ะ


ความคิดเห็น 9    โดย papon  วันที่ 6 ก.พ. 2567

ขออนุโมทนายิ่งครับ


ความคิดเห็น 10    โดย พัช ชญาณีฐ  วันที่ 6 ก.พ. 2567

กราบอนุโมทนากับคุณอานิลด้วยค่ะ นึกถึงท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเลยค่ะ สาธุๆ


ความคิดเห็น 11    โดย Dechachot  วันที่ 7 ก.พ. 2567

กราบอนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 12    โดย Jarunee.A  วันที่ 22 ก.พ. 2567

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 13    โดย Bunma  วันที่ 2 มี.ค. 2567

กราบอนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 14    โดย ทรงศักดิ์  วันที่ 4 มี.ค. 2567

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านครับ


ความคิดเห็น 15    โดย chatchai.k  วันที่ 13 เม.ย. 2567

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ