
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
เป็นผู้ฟังก็ต้องฟังจากผู้มีปัญญาสูงสุดคือพระพุทธเจ้า ปัญญาต้องมาจากการฟัง ปัญญาสำเร็จจากการฟัง ... ฟังคำของพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นต้องรู้จักพระพุทธเจ้าก่อน ถ้าไม่รู้จักพระองค์แล้วจะเอาปัญญามาจากไหน ถ้าไม่รู้จักสัปบุรุษ (ผู้สงบเพราะดับกิเลสได้ สัปบุรุษสูงสุดคือพระพุทธเจ้า) ไม่ฟังคำของพระองค์และไม่ไตร่ตรองสิ่งที่กำลังมีขณะนี้ที่มีค่ายิ่งที่ควรเข้าใจ เพราะฉะนั้นเมื่อฟังและเข้าใจจึงรู้จักพระพุทธเจ้าเพิ่มขึ้นๆ ถ้ารู้จักพระองค์แล้วจริงๆ ต้องรู้แจ้งอริยสัจจธรรมเป็นพระอริยบุคคล ... ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเราตถาคต ... จึงเป็นหนทางของการละอกุศลทั้งหลาย ... ถ้าไม่รู้จักพระพุทธเจ้าแล้วจะไปฟังใคร?!
การที่มาพบพระธรรม ได้ยินได้ฟังพระธรรม ได้รู้จักพระพุทธเจ้า ต้องเป็นบุญที่ได้กระทำมาก่อน จึงเป็นเหตุปัจจัยให้ได้ยินเสียงพระธรรม (เพราะจิตได้ยินเป็นผลของกรรม)
ผู้ที่จะกล่าวตามคำของพระพุทธเจ้าด้วยความเข้าใจและรู้คุณเต็มที่ หาได้ยากมาก
แม้ไม่ใช่พระพุทธเจ้าตรัสเอง แต่พระสาวกที่มีปัญญา เมื่ออาศัยคำของพระพุทธเจ้าแล้วสามารถแสดงพระธรรมได้อย่างละเอียด ซึ่งแม้แต่พระปัจเจกพุทธเจ้าก็ไม่สามารถแสดงธรรมได้ (สาวกบารมีญาณ เช่น พระสารีบุตรและพระอานนท์ เป็นต้น)

แม้พระพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว ก็ยังมีพระสาวกแสดงธรรมตรงตามคำที่พระองค์ตรัสไว้ดีแล้ว และพระธรรมที่พระองค์ตรัสไว้ดีแล้วเป็นศาสดาแทนพระองค์
ผู้ที่ทำประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์โลกแก่ผู้อื่น มี 3 คือ
1.พระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐสูงสุดไม่มีใครเสมอเหมือน ทรงแสดงธรรมะเกื้อกูลแก่สัตว์โลกงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด
2.พระอรหันตสาวกของพระพุทธเจ้าผู้ถึงความเป็นพระขีนาสพ เช่น พระสารีบุตรและพระอานนท์ เป็นต้น
3.พระสาวกของพระพุทธเจ้า ผู้เข้าใจพระธรรมและแสดงธรรมตรงตามคำของพระองค์เพื่อเกื้อกูลแก่ผู้อื่น
ผู้ใดที่กล่าวคำจริงอย่างถูกต้อง ผู้นั้นกล่าวตามคำที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว ทั้งหมดเป็นคำที่ควรฟังอย่างยิ่ง เพราะเป็นคำจริงที่เป็นประโยชน์และคำจริงเปลี่ยนไม่ได้
พระพุทธเจ้าทรงเคารพพระธรรมพระเพราะไม่มีใครประเสริฐเหนือพระองค์แล้ว พระองค์ทรงเคารพพระธรรมแม้พระสาวกกล่าวธรรมะ พระองค์ก็ประทับยืนฟังพระธรรมนั้นพระพุทธเจ้าตรัสว่า นันทะถ้าเธอพึงอาจแสดงอยู่ได้ถึงกัปป เราก็จะยืนฟังอยู่ตลอดกัปป (รถวินีตสูตร)

ทุกคำของพระพุทธเจ้าเป็นประโยชน์ทั้งหมด พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาของปัญญา
ปัญญาเป็นรัตนะของนรชน ... ปัญญาเป็นรัตนะของคนทั้งหลาย (ชราสูตร)
ปัญญาจะมาจากไหนถ้าไม่มีการอุบัติขึ้นของพระพุทธเจ้า แล้วจะมีสิ่งที่มีค่านี้ได้อย่างไร ถ้าไม่ได้ฟังพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง
จะนอบน้อมพระพุทธเจ้าและเคารพสูงสุดเมื่อมีความเข้าใจพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง
กลัวภัยเพราะไม่เข้าใจธรรมะ เมื่อเข้าใจแล้วปัญญาเป็นที่พึ่ง เป็นรัตนะอันประเสริฐ ซึ่งมาจากการฟังพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง ผู้มีปัญญาจะไม่หวั่นไหวเลยตามระดับของปัญญา เพราะฉะนั้นผู้เห็นประโยชน์ของปัญญา ผู้นั้นเป็นพุทธบริษัท ปัญญาจึงเป็นทรัพย์อันประเสริฐ เป็นอริยทรัพย์ที่อะไรจะทำลายไม่ได้
ปัญญาที่เกิดกับจิตของทุกคนนั้นเป็นที่พึ่ง ปัญญาจึงเป็นรัตนะของคนทั้งหลาย
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ