
พระพุทธเจ้าตรัสว่า พึงเป็นผู้มากไปด้วยความหน่ายในรูป เวทนา สัญญาสังขาร วิญญาณ ... หวังมากไหม?! หวังถึงจะหน่าย!! พระองค์ทรงแสดงอย่างนี้ก็จะหน่ายกันแล้ว แล้วความลึกซึ้งของพระธรรมอยู่ตรงไหน?! ยังหน่ายไม่ได้จนกว่าจะรู้สิ่งที่พระองค์ตรัสอย่างลึกซึ้ง จะหน่ายอะไร ... หน่ายตามตัวหนังสือ ... หน่ายในรูป ... รูปไหนล่ะ ... เดี๋ยวนี้รู้จักรูปหรือยัง?! แล้วหน่ายไหม?! เพราะฉะนั้นจะหน่ายเมื่อไหร่?! การฟังธรรมะผิวเผินมาก ตามความหมายที่รู้ว่าไม่ว่าธรรมอะไรก็ปรุงแต่งทั้งนั้น ฟังแค่นี้ก็ยังเป็นเราฟัง แล้วหน่ายคืออะไร ... ใครหน่าย?? ถ้าไม่เห็นถูกต้องตามความเป็นจริงหน่ายไม่ได้!! ไม่ใช่เราที่หน่ายใช่ไหม แต่เป็นปัญญาที่เห็นถูกต้องตามความเป็นจริง แต่อวิชชาไม่หน่ายเลยเพราะไม่รู้ว่าเพียงเกิดขึ้นและดับไป
เพราะฉะนั้นไกลแค่ไหนที่จะหน่าย ... ไกลมากที่จะปรากฏตามความเป็นจริง ถ้าไม่ถึงระดับนี้จะหน่ายไหม?! แล้วการเกิดดับรวดเร็วมาก ยังไม่เห็นความลึกซึ้ง
เริ่มรู้ว่าอยู่ในโลกของความไม่รู้มานานเท่าไหร่ และสิ่งที่ปรากฏไม่ได้ปรากฏตามความเป็นจริง
การจะเข้าใจคำของพระพุทธเจ้าตามความเป็นจริง ต้องใส่ใจพิจารณาค่อยๆ ไตร่ตรองแต่ละคำ มิฉะนั้นไม่สามารถรู้ความเป็นจริงได้
เดี๋ยวนี้สว่างไหม?! ที่จะค่อยๆ สนทนากันเพื่อค่อยๆ เข้าใจความลึกซึ้ง!! สว่างเดี๋ยวนี้ อวิชชาปกปิดหรือเปล่า?! สว่างทั้งวันตั้งแต่ตื่นจนหลับแล้วความจริงค่อยๆ คิดถึงความจริงเพื่อจะเห็นความลึกซึ้ง เพราะฉะนั้นเดี๋ยวนี้สว่าง แล้วพระพุทธเจ้าตรัสว่าอย่างไร ในเมื่อทุกคนเห็นว่าสว่างหมด แล้วพระพุทธเจ้าตรัสว่าอย่างไร? ที่สว่างใครเคยคิดบ้างว่าสิ่งที่ว่าสว่างคือสิ่งที่กระทบตา เพราะฉะนั้นสว่างไหมขณะนอนหลับสนิท?! เริ่มเห็นความห่างกันแสนไกลกับความจริงที่ไม่มีใครรู้ได้นอกจากพระพุทธเจ้าที่ทรงบำเพ็ญพระบารมีมาแสนนานเพื่อทรงตรัสรู้ความจริง

ฟังแล้วรู้ความจริงว่า ขณะนี้มืดแต่สว่างนิดเดียวแค่เห็นสิ่งที่กระทบตา มีประโยชน์อย่างยิ่ง คือ เริ่มเห็นความลึกซึ้งอย่างยิ่งของสิ่งที่มีจริงทุกขณะที่ไม่สามารถรู้เองได้!!
ฟังทุกคำต้องไตร่ตรองพิจารณาเพราะฉะนั้นแต่ละคำไม่ต้องรีบร้อนเลย เพราะอวิชชาปกปิดไว้โลกจึงไม่ได้ปรากฏตามความเป็นจริง
ละคลายหรือยัง ... อีกนานไหม ... รอไหวไหม ... อดทนไหวไหม?? เพราะฉะนั้นฟังให้เข้าใจขึ้นจึงจะรู้ว่า ขณะนั้นได้เข้าใจอะไรบ้างและนานแค่ไหน
ต้องมีหนทางที่จะรู้ความจริง ออกจากความมืดด้วยอวิชชาได้เพราะมีผู้ทรงตรัสรู้ความจริง เห็นคุณไหม?? ถ้าไม่เคยฟังธรรมเลยก็จากโลกนี้ไปด้วยความไม่รู้ ฟังเพื่อปลูกฝังความเห็นถูกต้องตรงตามความเป็นจริง ... ความจริงต้องเป็นความจริงเสมอทุกระดับ
ยังละคลายไม่ได้เพราะอยู่ในโลกของความไม่รู้ แต่รู้ได้เล็กน้อยเมื่อได้ฟังและเข้าใจคำจริงของพระพุทธเจ้าและถ้ามั่นคงจริงๆ เดี๋ยวนี้เองสว่างนิดเดียว ... มืดตลอด ... ความสว่างนิดเดียวปิดบังขณะอื่นหมด ทำให้ไม่รู้ว่าขณะอื่นๆ ไม่สว่าง
ธรรมยากละเอียดลึกซึ้งมาก รู้เท่าที่ได้ฟัง
ทุกอย่างเป็นธรรมะทั้งนั้น แต่ปรากฏว่าเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดทั้งนั้น จึงอยู่ในความมืดของความไม่รู้ความจริง ได้ฟังคำไหนก็พอเข้าใจบ้างแต่ยังไม่ประจักษ์แจ้ง ถ้าไม่รู้ว่าเป็นธรรมะทั้งหมดแล้วจะคลายไหม?? จึงต้องฟังแล้วฟังอีก ถ้าไม่คิดเลยจะเข้าใจไหม?? ความไม่รู้ตามติดเหมือนผงที่ติดอยู่ที่ธรรมแต่ละหนึ่งเพราะฉะนั้นฟังอย่างนี้ปัญญาแค่นี้ยังไม่คลายแน่นอน เพราะกำลังเป็นเราฟังและเป็นเราที่จะไปรู้อยู่ ค่อยๆ รู้ทีละหนึ่งในความเป็นธรรมะนั้นๆ ... กว่าจะค่อยๆ ละคลายความไม่รู้!!!
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในกุศลจิตครับ