การที่จะดับกิเลสต้องเป็นผู้ที่ละเอียด … สนทนาธรรมยามค่ำคืน 15/12/68
โดย nattawan  15 ธ.ค. 2568
หัวข้อหมายเลข 51646

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

การที่จะดับกิเลสต้องเป็นผู้ที่ละเอียด

เหตุที่ต้องละเอียด เพราะกิเลสละเอียด อวิชชาความไม่รู้ก็ละเอียดไหลไปบ่อยๆ เป็นอวิชชาสวะ เพียงสิ่งที่ปรากฏความไม่รู้ก็ไหลไปแล้วในอารมณ์นั้นๆ และความไม่รู้มีมากด้วยเกิดกับโลภะด้วยและโมหะด้วย เมื่อความไม่รู้ละเอียดและมีมาก (สิ่งที่ตรงข้ามกับอวิชชาคือปัญญาเจตสิกความเข้าใจถูก) เพราะฉะนั้นปัญญาต้องมีกำลัง แม้เกิดและดับ แต่ปัญญาอบรมขึ้นแม้ทีละน้อยๆ (นักปราชญ์สะสมบุญทีละน้อย ย่อมเต็มด้วยบุญนั้น)

การจะดับกิเลสต้องละเอียดตั้งแต่เบื้องต้น ต้องเห็นประโยชน์ว่าในชีวิตไม่มีอะไรมีค่าเท่ากับการได้ฟังธรรมะได้เข้าใจธรรมะ เพราะฉะนั้นปัญญาต้องละเอียด การดับกิเลสได้ต้องเป็นผู้ละเอียด ปัญญาค่อยๆ ละคลายกิเลสที่หยาบและละเอียดขึ้นๆ

คุณความดีต้องค่อยๆ ละเอียด เริ่มต้นคือสนใจที่จะเข้าใจความจริงเดี๋ยวนี้!! เบื่อไหมที่จะฟังเรื่องเห็น แล้วจะอดทนไหมแม้ฟังมาหลายครั้งก็ยังไม่เข้าใจเห็น

เพราะฉะนั้นต้องละเอียดและตรงตั้งแต่ต้น ตรงตามความเป็นจริงว่าไม่รู้ และละเอียดที่จะรู้ว่าวันๆ นั้นเต็มไปด้วยอกุศล

รอบรู้ รู้ทั่วพร้อมที่จะฟังพระทำให้เข้าใจ เห็นประโยชน์ที่จะเข้าใจความจริงเดี๋ยวนี้ นี่แหละสัมปชัญญะเป็นสภาพของปัญญาที่เริ่มรู้ และสาตถกสัมปชัญญะต่อไปตลอดสาย

จุดเริ่มต้นคือการรู้ประโยชน์จึงมีการใส่ใจ ตั้งใจที่จะเป็นไปในทางปัญญาต่อไป

ชีวิตถ้าไม่ได้ฟังพระธรรมนั้นโง่มากๆ จึงต้องอดทนฟังให้เข้าใจทีละน้อยเพราะปัญญาเกิดยาก

ความจริงของสิ่งที่กำลังปรากฏขณะนี้ถูกอวิชชา (ข่ายโมหะ) คลุมไว้ไม่ให้รู้ความจริง ข่ายเสมอด้วยข่ายโมหะไม่มี จะเล็ดลอดออกจากขายโมหะ แสนยาก จึงประมาทไม่ได้เลย กุศลทั้งหลายมีประโยชน์ทั้งสิ้น กุศลเล็กน้อยก็ดีกว่าไม่เกิดเลย เพราะฉะนั้นไม่ละโอกาสที่จะเจริญกุศลแม้เพียงเล็กน้อย เพราะกุศลยากที่จะเกิด



ความคิดเห็น 1    โดย chatchai.k  วันที่ 15 ธ.ค. 2568

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ


ความคิดเห็น 2    โดย nattawan  วันที่ 15 ธ.ค. 2568

ความเป็นผู้ที่ไม่ประมาทอกุศล เพราะไม่ว่าอกุศลประเภทใดก็มีอยู่และเป็นไปกับอกุศลตลอดเวลา

จงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม (ขณะที่อรหัตมรรคจิตและอรหัตผลจิตเกิดเท่านั้น เพราะแม้แต่พระอนาคามีก็ยังคงมีอกุศลที่ละเอียดอยู่)

สำหรับผู้ที่หนาแน่นไปด้วยอกุศล แม้จะฟังพระธรรม แต่ก็ยังคงมีอกุศลเกิดบ่อยและมากกว่ากุศล

ความไม่ประมาทมีสถานเดียวคือฟังพระธรรมอบรมเจริญปัญญา (เพราะเข้าใจว่าไม่มีเรา) ต้องอาศัยปัญญาที่จะยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม

การได้ฟังพระธรรมแต่ละคำและได้เข้าใจเป็นประโยชน์มหาศาล เพราะปัญญานำไปในกุศลทั้งปวง

มานะเกิดขึ้นเพราะคำสรรเสริญ ผู้ใดรับคำสรรเสริญไม่เป็น ใจไปหลงติดเหนียวแน่นจริงจังในคำสรรเสริญนั้น ... เป็นเหตุให้เกิดอกุศลตามมาอีกมากมาย

จะเริ่มต้นศึกษาหรือยัง? จะศึกษาธรรมะอย่างไร? ต้องรู้ก่อนว่าอะไรคือธรรมะ!! ความเป็นจริงของธรรมะคืออย่างไร? เหล่านี้เป็นคำของท่านอาจารย์ที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลอย่างยิ่ง

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ