ชีวิตรูป ภาวรูป หทยรูป คืออะไร ขอคำอธิบายด้วยค่ะ
ในขณะปฏิสนธิจิตเกิดขึ้น มีกลุ่มของรูปเกิดขึ้นพร้อมกัน ๓ กลุ่ม คือหทยทสก ๑ ภาวทสก ๑ กายทสก ๑
หทยรูป เป็นรูปที่เป็นที่เกิดของจิตและเจตสิก (หทยวัตถุ)
ภาวรูป คือ ความเป็นหญิง ความเป็นชาย
ชีวิตรูป คือ รูปที่รักษากัมมชรูป
ดังข้อความจากอรรถกถาวิภังค์ ดังนี้
เชิญคลิกอ่าน ... ขันธ์ ๕ ของพวกคัพภไสยกสัตว์ [วิภังค์]
เชิญคลิกอ่าน
... ภาวรูปและหทัยวัตถุ [อภิธัมมัตถสังคหบาลี]
อภิธัมมัตถสังคหบาลี และอภิธัมมัตถวิภาวีนีฎีกา - หน้าที่ 276
อธิบายภาวรูปและหทัยวัตถุ รูปทั้ง ๒ ชื่อว่าภาวรูป เพราะทำวิเคราะห์ว่า เป็นเหตุให้เรียกว่าหญิงและให้รู้ว่าหญิงเป็นต้น ฯ ก็ภาวรูปนี้นั้น แผ่ไปอยู่ทั่วสรีระทั้งสิ้น เหมือนกายินทรีย์ ฯ ดวงหทัยนั่นแล เป็นที่อยู่ด้วย เพราะเป็นที่อาศัยแห่งมโนธาตุและมโนวิญญาณธาตุ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าหทัยวัตถุ ฯ จริงอย่างนั้น หทัยวัตถุนั้น มีความเป็นที่อาศัยแห่งธาตุทั้ง ๒ เป็นลักษณะ ฯ ก็หทัยวัตถุนั้น อาศัยโลหิตในภายในกล่องดวงหทัยมีประมาณซองมือเป็นไป ฯ บัณฑิตพึงทราบว่า หทัยวัตถุนั้น แม้พระผู้มีพระภาคเจ้ามิได้ตรัสไว้ในรูปกัณฑ์ ก็ชื่อว่ามีอยู่โดยปกรณ์ (อาคม) และโดยยุกติ ฯ ในปกรณ์และยุกติทั้ง ๒ นั้น คำในปัฏฐานซึ่งมาแล้วอย่างนี้ว่า รูปที่มโนธาตุและมโนวิญญาณธาตุอาศัยเป็นไปนั้น เป็นปัจจัยโดยความเป็นนิสัยปัจจัยแก่มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ และธรรมอันสัมปยุตด้วยธาตุคู่นั้น ชื่อว่า ปกรณ์ (อาคม) ฯ ส่วนยุกติพึงทราบอย่างนี้
อธิบายชีวิตรูป ที่ชื่อว่าชีวิตรูป เพราะอรรถว่า เป็นเครื่องเป็นอยู่แห่งสหชาตธรรม ฯ ชีวิตนั้นนั่นแล ชื่อว่าเป็นใหญ่ เพราะประกอบด้วยความเป็นใหญ่ในการเลี้ยงดูกัมมชรูป เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าชีวิตนทรีย์ ฯ จริงอย่างนั้น ชีวิตนทรีย์นี้ มีการเลี้ยงดูกัมมชรูปเป็นลักษณะ ฯ ก็ชีวิตนทรีย์นั้น เลี้ยงดูสหชาตธรรมทั้งหลาย แม้ที่ตั้งอยู่ชั่วขณะตามปัจจัยของตน โดยความเป็นเหตุแห่งความเป็นไปทีเดียว ฯ กรรมเท่านั้นจะเป็นเหตุตั้งอยู่แห่งสหชาตธรรมเหล่านั้น ดุจอาหารเป็นต้นเป็นเหตุตั้งอยู่แห่งรูปที่เกิดแต่อาหารเป็นต้นหามิได้เลย เพราะกรรมไม่มีในขณะนั้น ฯ ไฟกับแต่ชีวิตนทรีย์นี้ที่ยังอาหารให้ย่อมซึมซาบไปทั่วร่างกายที่มีใจครองตลอดหมด ฯ
อนุโมทนาค่ะ
ขออนุโมทนา
ขณะปฏิสนธิของบุคคลที่เกิดในครรภ์มีรูปที่เกิด ๓ กลุ่มคือ กายทสก ภาวทสก หทยทสก เป็นกลุ่มของรูป ไม่ใช่รูปรูปเดียว เช่น กายทสก ประกอบด้วยอวินิโภครูป ๘ กายปสาทรูป ๑ ชีวิตรูป ๑ รวมกันเป็น ๑๐ รูป ดังนั้น รูปที่เกิดจากกรรมต้องมีชีวิตรูปด้วยค่ะ
ยินดีในกุศลจิตค่ะ
[เล่มที่ 77] พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้า 57
จริงอยู่ขันธ์ ๕ ของพวกคัพภไสยกสัตว์ ย่อมปรากฏพร้อมกันไม่หลังไม่ก่อนกันในขณะปฏิสนธิ. ข้อนี้ท่านกล่าวว่า ความสืบต่อแห่งรูป กล่าวคือ กลละที่ปรากฏในขณะนั้น เป็นของนิดหน่อยมีเพียงแมลงวันตัวน้อยจะพึงดื่มได้ด้วยความพยายามครั้งเดียวเท่านั้น ฯลฯ
ในสันตติรูปเล็กน้อยอย่างนี้ ยังมีสันตติรูปที่เป็นประธาน ๓ กลุ่ม คือ
วัตถุทสกะ ๑
กายทสกะ ๑
ภาวทสกะ ด้วยอำนาจอิตถินทรีย์ของหญิงและ ด้วยอำนาจปุริสินทรีย์ของชาย ๑
บรรดาสันตติรูปทั้ง ๓ กลุ่มเหล่านั้น
รูปนี้ คือ วัตถุรูป ๑ มหาภูตรูป ๔ เป็นที่อาศัยของวัตถุรูปนั้น และวรรณะ คันธะ รสะ โอชา รวม ๔ ที่อาศัยมหาภูตรูปนั้น และชีวิตรูป ๑ ชื่อว่า วัตถุทสกะ
รูปนี้ คือ กายประสาท ๑ มหาภูตรูป ๔ ซึ่งเป็นที่อาศัยของกายประสาทนั้นวรรณะ คันธะ รสะ โอชา ๔ ซึ่งอาศัยมหาภูตรูปนั้น และชีวิตรูป ๑ ชื่อว่า กายทสกะ
รูปนี้ คือ อิตถีภาวะของหญิง และปุริสภาวะของชาย ๑ มหาภูตรูป ๔ ซึ่งเป็นที่อาศัยภาวรูปนั้น วรรณะ คันธะ รสะ โอชา ซึ่งอาศัยมหาภูตรูป ๔ นั้น และชีวิต อาศัยภาวรูปนั้น วรรณะ คันธะ รสะ โอชา ซึ่งอาศัยมหาภูต ๔ รูปนั้น และชีวิต รูป ๑ ชื่อว่า ภาวทสกะ
กรรมชรูป (รูปเกิดแต่กรรม) ในปฏิสนธิของคัพภไสยกสัตว์ กำหนดโดยสูงสุดมี ๓๐ ถ้วน ชื่อว่า รูปขันธ์ ด้วยประการฉะนี้.