ตัวธรรมจริงๆ ไม่ใช่ตัวหนังสือที่อ่าน
โดย เมตตา  25 เม.ย. 2569
หัวข้อหมายเลข 52282

ท่านอาจารย์: นี่แหละ ธรรม ไม่ต้องไปหาธรรมที่ไหน มีสิ่งที่มีจริงทั้งวันเป็นธรรมทุกอย่างไม่รู้เลยว่า เป็นธรรม เป็นโน่นเป็นนี่เป็นเรา เป็นเรื่องราวต่างๆ โดยไม่รู้ว่า สิ่งที่มีขณะนั้นต้องเกิดโดยปัจจัยเกิดแล้วก็ดับไป แล้วจะเป็นเราหรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้อย่างไร เมื่อเกิดแล้วดับหมดแล้ว

อ.อรรณพ: ครับ เหมือนที่ท่านอาจารย์เริ่มต้นตอบประเด็นที่กราบถามนะครับ ก็คือสะสมความคุ้นเคยในความเป็นธรรมที่ไม่ใช่เรา แม้ นี่คือธรรม คือหลายๆ อย่าง แม้คิดก็เป็นธรรมที่ลึกซึ้ง เพราะยังไม่ได้รู้ในสภาพธรรม อย่างนั้นๆ แม้ท่านอาจารย์จะถามว่า แล้วจริงอย่างนั้นไหม? จริงแท้แน่นอนว่า ทุกอย่างที่เกิดก็ต้องเกิดไปตามเหตุตามปัจจัย แล้วก็เป็นความจริง แต่ละอย่างๆ

ยิ่งปรารภอย่างนี้ครับท่านอาจารย์ ยิ่งมีความสนใจความใส่ใจ และก็ความตั้งมั่นเพิ่มขึ้นนะครับที่จะฟังพระธรรม เพราะว่า เห็นเลยว่า ต้องแล้วๆ เล่าๆ ปรารภแล้วปรารภอีกจริงๆ

ซึ่งข้อความเสียงที่มาเปิดเมื่อวาน คือที่ท่านอาจารย์กล่าวไว้ที่ตอบคำถามเรื่องเริ่มต้นฟังธรรมอย่างไร ท่านอาจารย์กล่าวถึงบารมีครับว่า การที่จะค่อยๆ เข้าใจความจริงนี่ ต้องเป็นผู้ที่ตรงในหนทาง หนทางคือความเข้าใจความจริงที่กำลังปรากฏ มีความตรงในหนทางเป็นสัจจบารมีที่จะตรงต่อความเป็นจริงที่เป็นหนทาง คือปัญญาครับ เพิ่มขึ้นๆ และท่านอาจารย์ก็กล่าวว่า มีสัจจบารมีในหนทางจนเป็นอธิษฐานบารมี แต่ท่านอาจารย์กล่าวไว้สั้นๆ ก็เป็นโอกาสที่จะกราบท่านอาจารย์ว่า สัจจบารมีจนเป็นอธิษฐานบารมี กราบเท้าท่านอาจารย์โปรดอนุเคราะห์ขยายด้วยครับ

ท่านอาจารย์: บารมี คืออะไรก่อน?

อ.อรรณพ: บารมี ก็คือคุณความดีที่จะทำให้เข้าใจความจริงของสิ่งที่กำลังปรากฏ

ท่านอาจารย์: จนประจักษ์แจ้ง ใช่ไหม?

อ.อรรณพ: จนประจักษ์แจ้งครับ

ท่านอาจารย์: แล้วทำไมจึงเป็นบารมี? ทำไมถึงต้องเป็นคุณความดี? คุณความดีสูงสุดที่จะทำให้ทุกอย่างที่กล่าวถึงเป็นบารมี คืออะไร? เห็นไหม ไม่ใช่ง่ายๆ แต่ต้องพูดละเอียด บารมีคืออะไร?

อ.อรรณพ: บารมี ก็คือความเข้าใจถูกความเห็นถูก

ท่านอาจารย์: ถ้าไม่มีความเห็นถูก จะรู้ไหมว่า กำลังฟังเดี๋ยวนี้ คิดเดี๋ยวนี้ ไตร่ตรองเดี๋ยวนี้ เพื่ออะไรกัน? ทำไมต้องพูดแล้วพูดเล่าพูดแล้วพูดอีก เพื่ออะไรกัน!!

อ.อรรณพ: ก็เพื่อสะสมความเข้าใจในความจริงตั้งแต่ขั้นฟัง เพิ่มขึ้นๆ เพื่อรู้ความจริงของสิ่งที่มีจริงที่ไม่ได้รู้ได้ง่ายๆ

ท่านอาจารย์: และความจริงของสิ่งที่มีจริงคืออะไร?

อ.อรรณพ: ก็คือเห็น คือคิด อย่างนี้เป็นต้น รู้สึกนึกคิด

ท่านอาจารย์: คือสิ่งที่มีจริง ซึ่งจะเป็นอย่างอื่นไม่ได้ต้องเป็นอย่างนั้นเท่านั้น

อ.อรรณพ: ใช่ครับ สัจจะ ใช่ไหมครับ

ท่านอาจารย์: ค่ะ เพราะฉะนั้น เดี๋ยวนี้เมื่อยังไม่เป็นธรรมอย่างนั้น ก็ต้องฟังจนเข้าใจขึ้นจนมั่นคง

ฟังจนเข้าใจขึ้น ไม่ใช่ขณะที่กำลังเพลิดเพลินเรื่องอื่น ไม่ใช่ขณะที่กำลังสนใจสนุกสนานเรื่องอื่น ไม่ใช่สนใจวิชาการอื่นๆ ไม่ใช่สนใจตัวหนังสือเรื่องธรรมเท่านั้น

เพราะฉะนั้น ก็ต้องรู้ว่า ตัวธรรมจริงๆ ไม่ใช่ตัวหนังสือที่อ่าน ตัวหนังสือที่อ่านเพียงให้รู้ว่า หมายความถึงธรรมอะไร แต่ละหนึ่งๆ ซึ่งถ้าไม่ใช้อาศัย คำ จะไม่รู้เลยว่ากำลังหมายถึงอะไร

เพราะฉะนั้น ตอนนี้หมายความถึงบารมี บารมีเพื่อรู้ความจริงที่สามารถที่จะรู้ว่า ไม่ใช่ตัวตนไม่ใช่สิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นธรรม เห็นไหม!

อ.อรรณพ: นี่คือความหมายของบารมีที่ตรงที่สุดที่ท่านอาจารย์กล่าว แม้การฟังธรรมเป็นการบ่มบารมีอย่างไร ประการใดบ้างครับ

ท่านอาจารย์: เดี๋ยวนี้ที่เราคุยมา เข้าใจขึ้นไหม?

อ.อรรณพ: เข้าใจขึ้นแน่นอนครับ

ท่านอาจารย์: บ่มหรือเปล่า?

อ.อรรณพ: บ่มครับ บ่มความเข้าใจ

ท่านอาจารย์: ไม่สงสัยแล้วใช่ไหม บ่มบารมีคืออย่างไร?

อ.อรรณพ: แล้วบารมีอื่นๆ บ่มด้วยไหมครับ

ท่านอาจารย์: ทั้งหมดค่ะ โลภมีไหม?

อ.อรรณพ: มีครับ

ท่านอาจารย์: โลภเกิด เป็นมิตรกับใคร หรือว่าให้อะไรใครได้ไหม? ช่วยเหลือใครได้ไหม? รู้ความจริงได้ไหม?

อ.อรรณพ: มีแต่ความเสียหายความไม่รู้ และความติดข้อง

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ขณะนั้นต้องไม่เป็นอกุศลใช่ไหมจึงจะเป็นบารมี?

อ.อรรณพ: ใช่ครับ แน่นอน

ท่านอาจารย์: แล้วทุกคนมีอกุศลน้อยหรือมาก?

อ.อรรณพ: มากครับ

ท่านอาจารย์: หยาบหรือละเอียด?

อ.อรรณพ: ทั้งหยาบทั้งละเอียดครับ

ท่านอาจารย์: รู้หรือยัง?

อ.อรรณพ: ยังไม่รู้

ท่านอาจารย์: ก็ไม่ใช่บารมี เพราะยังเต็มไปด้วยความอยากความไม่รู้ จนหยาบก็ยังไม่รู้ว่า ขณะนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้เข้าใจลักษณะของขณะนั้นได้เลย

อ.อรรณพ: ครับ เพราะฉะนั้น บารมีท่านอาจารย์กล่าวโดยประเด็นนัยนี้ ก็คือก็ต้องรู้ความเป็นอกุศลตั้งแต่หยาบจนไปถึงละเอียดทีละเล็กทีละน้อยใช่ไหมครับ

ท่านอาจารย์: เพื่อละอกุศลใช่ไหม?

อ.อรรณพ: ใช่ครับ

ท่านอาจารย์: และอกุศลมีตั้งแต่หยาบจนถึงละเอียดอย่างยิ่ง ต้องละทั้งหมดใช่ไหม?

อ.อรรณพ: ต้องละทั้งหมด

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ถ้าไม่รู้ ก็ไม่ละ

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.อรรณพ ด้วยค่ะ



ความคิดเห็น 1    โดย chatchai.k  วันที่ 25 เม.ย. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ