สะสางสิ่งที่ปกปิดความเป็นจริงของธรรม
โดย เมตตา  7 ต.ค. 2569
หัวข้อหมายเลข 53191

อ.อรรณพ: กราบเท้าท่านอาจารย์อีกนิดเดียว ท่านอาจารย์พูดเรื่องเห็น แล้วก็เรียกให้มาฟังเรื่องเห็น ยังไม่ถึงขั้นที่จะรู้เห็นดูเห็น คือรู้เห็นแค่ที่จะพูดอย่างนี้นะครับ เป็นคำที่วัดใจมากเลย คำที่วัดใจว่า มีความมั่นคงที่จะบ่มสัจจญาณได้แค่ไหน ถ้าเบื่อก็ไม่มีการที่จะบ่มสัจจญาณ

ท่านอาจารย์: เบื่อเมื่อไหร่ หันทางออกจากการรู้ความจริงทันที

อ.อรรณพ: ใช่ครับ แต่ถ้ายิ่งเห็นประโยชน์ขึ้น แล้วก็มีความคิดว่าสลดใจ ก็ได้สลดใจว่า เห็นอยู่ เพราะว่าเห็นอยู่มากมายเลย เห็นแล้วก็ไม่ใช่เห็นแค่ชาตินี้ เห็นมาแสนโกฏกัปป์แล้วก็ไม่รู้จักสิ่งที่กำลังมีกำลังปรากฏ เช่น เห็นอยู่เลยนี่ แล้วยังจะโง่เง่าไม่ฟังที่จะเข้าใจเรื่องเห็นได้อย่างไรครับ

ท่านอาจารย์: แล้วยังเบื่อด้วย หันทางออกไปจากหนทางที่จะรู้ความจริงทันที

อ.อรรณพ: เพราะฉะนั้น นี่เป็นคำวัดใจว่าจะดำเนินไปตามหนทางของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจริงหรือไม่ครับ กราบเท้าขอบพระคุณครับ

ท่านอาจารย์: เห็นไหม ปัญญาไม่ได้ตามโลภะ และโมหะที่คอยจะนำให้หลงไปทางอื่น

อ.อรรณพ: กราบท่านอาจารย์ครับ สดชื่นมากครับ ถ้าไม่มีความเข้าใจอย่างนี้ ต้องหลงไปตามโมหะแล้วก็โลภะไปในทางอื่นแม้นิดๆ หน่อยๆ ก็เอา ไม่ต้องไปสำนักปฏิบัติหรอก แต่ว่าไปหาตำราอะไรเรียนเยอะๆ ๆ เท่านั้นเอง

ท่านอาจารย์: ออกทางที่จะรู้ความจริงไปแล้ว

อ.อรรณพ: ออกทางที่จะรู้ความจริง

ท่านอาจารย์: ออกไปนอกทางแล้ว

อ.อรรณพ: เพราะฉะนั้น ไม่ใช่เรื่องว่ายที่จะอาศัยพระธรรมคำสอน พระพุทธพจน์นี่ครับ ที่จะเป็นไปเพื่อหนทางจริงๆ แม้ว่าเป็นคำเป็นพระพุทธพจน์ก็ตามแต่ถ้าเป็นไปตามทางของโลภะกับโมหะ ก็คือออกนอกทางของปัญญา

แต่ปัญญานี่แหละที่ท่านอาจารย์กล่าวตะกี้ไพเราะ แล้วก็ซาบซึ้งมากครับ ปัญญาจะไม่ไปในทางของโลภะกับโมหะครับ เพราะปัญญา คือวิชชา ตรงข้ามกับอวิชชา

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น แม้แต่ความอดทนซึ่งเป็นบารมี มีไหมตอนนี้? เห็นไหม? ไม่ใช่ตอนอื่นเลย

อ.อรรณพ: กราบถามท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์กล่าวอย่างนี้ยิ่งพิจารณาแตกประเด็นออกไปด้วยประโยชน์ว่า ที่ท่านอาจารย์กล่าวเห็นบ่อยๆ ๆ ๆ แล้วอยากให้ใครมาฟังเรื่องเห็นเพื่อจะได้รู้จักเห็นสักทีนะครับ ก็เป็นคำที่วัดใจว่ามีบารมีแตกต่างแค่ไหน!! มีขันติบารมีไหม? มีวิริยบารมีไหม? และที่สำคัญมีสัจจบารมีที่จะตรงว่า ไม่รู้อะไร และควรที่จะรู้อะไร ในเมื่อยังไม่รู้เห็น และไม่ควรที่จะฟังคำที่เกื้อกูลให้เข้าใจเห็นซึ่งที่กำลังมีอยู่นี้ ก็กราบเท้าท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: ถ้าไม่มีปัญญาบารมีที่รู้ประโยชน์จริงๆ ที่จะเริ่มสนใจที่จะเข้าใจจนกระทั่งประจักษ์แจ้งเห็นที่กำลังเห็นเดี๋ยวนี้ ขณะนั้นก็ไม่มีปัญญาระดับที่จะอดทนเท่าไหร่นานเท่าไหร่แสนโกฏกัปป์ที่จะไม่ตามโลภะและโมหะต่อไป

อ.อรรณพ: เป็นประโยชน์มหาศาลครับ กล่าวอย่างนี้ยิ่งเห็นเลยว่า นี่คือปัญญา เป็นบารมีที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าไม่มีปัญญาก็ไม่มีบารมีต่างๆ แต่เพราะมีความเข้าใจและเห็นประโยชน์ จึงมีความอดทนที่จะฟังเรื่องเห็น มีวิริยะที่จะไตร่ตรอง แล้วก็มีความตรงว่าไม่รู้อะไร แล้วควรจะรู้อะไร เป็นต้น

ซึ่งเห็นเลยว่า ปัญญาบ่มบารมีอื่นจริงๆ ครับในขณะนี้ ในเรื่องที่ท่านจะกล่าวเรื่องเห็นจนเบื่อจนหายเบื่อ หรือจะเบื่อมากขึ้นสำหรับใครก็แล้วแต่ หรือว่าจะจากเบื่อนี่ก็รู้ว่าเบื่อเพราะอะไร เบื่อเพราะทางของโลภะกับโมหะครับ โลภะกับโมหะเรียกให้ออกนอกทางไป แต่ปัญญาให้กลับมาในทางที่ถูกต้อง แล้วก็เป็นหนทางที่จะได้บ่มบารมีที่จะมั่นคงตั้งแต่มีความเพียรที่จะฟังเห็น เพราะเห็นประโยชน์ มีความตรงที่รู้ว่า ไม่รู้อะไรหรือรู้อะไรครับ ก็เพราะปัญญาที่เห็นประโยชน์ มีความอดทนเพราะว่าเห็นประโยชน์ว่า ต้องเข้าใจชัดเจนเป็นความมั่นคงเป็นอธิษฐานะจริงๆ คือขณะนี้ กราบเท้าท่านอาจารย์ วันนี้ท่านอาจารย์ได้กล่าวถึงคุณค่าของปัญญาบารมีเป็นอย่างยิ่งครับ กราบเท้าขอบพระคุณครับ

ท่านอาจารย์: แล้วยังไม่ถึงจุดนั้น ใช่ไหม? ชีวิตประจำวันเดี๋ยวนี้แหละความจริงว่า อดทนอะไรบ้างที่จะไม่เป็นไปตามโลภะ และโมหะ ชีวิตจริงๆ เลยจึงจะสามารถจะรู้กำลังของปัญญาที่ได้ฟังว่าน้อยแค่ไหน

อดทนที่จะไม่ติดข้องในสิ่งที่ปรากฏทางตา แม้แต่จะเข้าใจไปว่าเป็นบุคคลหนึ่งบุคคลใด อดทนไหมในผิดไม่ใช่เลย อดทนที่จะค่อยๆ ฟัง ก็แค่สีสันวัณณะปรากฏเฉพาะที่กระทบตา แล้วจะเป็นอะไรได้ ซ้ำแล้วซ้ำอีกๆ เพื่อไม่ลืมว่า หนทางที่จะประจักษ์ความจริงแสนไกล นั่นคือปัญญาเดียวที่สามารถจะละความหวังที่ติดข้องที่จะเป็นหนทางที่จะกั้นทันทีที่คิดอย่างนั้น ไม่ให้รู้ความจริง

เห็นไหม หนักหนาสาหัสปานใดต่อการได้สะสมมาเกินแสนโกฏกัปป์ในอดีตที่ไม่รู้ และติดข้องในทุกอย่างกว่าจะหมดไปได้

อ.อรรณพ: สาหัสสากรรจ์ เพราะว่าเต็มไปด้วยความไม่รู้ เต็มไปด้วยความโง่ โง่จนบรมโง่จริงๆ แล้วความติดข้องก็อาศัยความโง่นั่นแหละเกิดขึ้นมะรุมมะตุ้มสหนักหนา

ท่านอาจารย์: แต่ อดทนที่จะไม่เป็นไปตามโลภะ และโมหะในชีวิตประจำวันบ้างไหม? อย่างใหญ่ๆ อย่างเล็ก อย่างละเอียด

อย่างละเอียดไม่มีทางที่จะเป็นไปได้หรอก ถ้าไม่ใช่ปัญญาที่ค่อยๆ ลดจากความติดข้องอย่างรุนแรงตามลำดับ ด้วยความอดทนอย่างยิ่งที่จะเห็นประโยชน์ในสิ่งซึ่งเป็นขยะไร้สาระ เห็นไหม ต้องหลายๆ อย่างที่จะต้องพิจารณาให้ตรงตามความเป็นจริงว่า กว่าจะสะสางสิ่งที่ปกปิดความเป็นจริงของธรรม ออกไปจนกระทั่งค่อยๆ รู้ความจริงได้ตามลำดับขั้น ต้องอาศัยกาลเวลาด้วยขันติบารมี ปานใด

อ.อรรณพ: ความเข้าใจบ่มขันติบารมีทุกระดับ ตั้งแต่เบื้องต้น ขัดเกลาโลภะ เช่น อันนี้อร่อย อร่อยต้องรับประทานจน โอ้โห!! มากมาย ก็ขัดเกลาลงบ้างด้วยความเข้าใจ แล้วก็เห็นโทษของโลภะ อาหารอร่อยก็ขัดเกลาลง ผู้ที่ติดภาพยนต์ ซีรี่ส์อะไรต่างๆ ก็เมื่อเข้าใจพระธรรมก็เป็นโอกาสที่จะได้ขัดเกลาลงบ้างกับเวลาที่สูญเสียไปกับเวลาของโลภะกับโมหะ อันนี้ก็เป็นตั้งแต่เบื้องต้นเพราะปัญญา

เพราะฉะนั้น ขาดการฟังธรรมไม่ได้จริงๆ ขาดการฟังธรรมนี่จะเสียกระบวนหมดเลย เพราะไม่มีเหตุปัจจัยให้ปัญญาปรุงแต่งและบ่มบารมีต่างๆ ขณะนั้นก็ไม่อดทน เป็นไปตามโลภะ วิริยะแทนที่จะเป็นบารมีก็เป็นอกุศลวิริยะ

ท่านอาจารย์: แล้วยังความผูกพันแม้ในวงศาคณาญาติ เพื่อนสนิทมิครสหาย ประเทศชาติหรืออะไรก็ตาม แต่ที่เป็นความผูกพันไม่ใช่เป็นการละ เพราะรู้ว่าสัตว์โลกเสมอกันหมดไม่ว่าใคร

เห็นไหม ต้องอดทนอีกนานเท่าไหร่กว่าจะเป็นผู้ตรงต่อธรรมที่เป็นกุศล และเป็นอกุศล และเห็นโทษของอกุศลแม้เพียงเล็กน้อย

อ.อรรณพ: กราบเท้าท่านอาจารย์ โอ้โห!! เต็มที่เลยให้ประโยชน์อย่างมากเลยครับ

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.อรรณพ ด้วยค่ะ



ความคิดเห็น 1     โดย chatchai.k  วันที่ 7 ต.ค. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ