ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม) ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษา และพิจารณาร่วมกัน เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง ดังนี้
ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๗๕๔
~ การบูชาด้วยดอกไม้ ธูปเทียน ก็ยังไม่เป็นการเคารพอย่างสูงสุด เพราะว่า พระผู้มีพระภาคมิได้ทรงหวังดอกไม้ ธูปเทียน เครื่องสักการะ แต่ทรงบำเพ็ญพระบารมีเพื่อหวังให้สาวกได้ดับกิเลสเช่นเดียวกับพระองค์ด้วย แต่ก่อนที่จะดับ กิเลสได้ ต้องเป็นผู้ที่ละเอียด เป็นผู้ที่ตรง และต้องเป็นผู้ที่รู้จักตัวเองตามความเป็นจริง
~ ผู้ที่เห็นคุณของพระธรรมแต่ละคำ เห็นคุณค่าสูงสุดว่าถ้าไม่มีการฟัง จะไม่มีปัญญา จะไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่มีจริงได้เลย จึงไม่ละเว้นที่จะฟัง เพื่อสะสมความเข้าใจจากการฟัง
~ เสียงที่สำคัญที่สุดในสังสารวัฏฏ์ ที่มีประโยชน์มาก คือ เสียงที่ทำให้เข้าใจสภาพธรรมถูกต้องตามความเป็นจริง ในภพหนึ่งชาติหนึ่ง ถ้ามีโอกาสได้ฟังเสียงซึ่งเป็นเรื่องของพระธรรม จะทำให้ชาตินั้นมีโอกาสอบรมเจริญปัญญา ทำให้กุศลทั้งหลายเจริญขึ้นจนกระทั่งในวันหนึ่งในชาติหนึ่งนั้น สามารถรู้แจ้งอริยสัจจธรรมได้
~ ไม่มีสักขณะเดียวที่ไม่ใช่ธรรมหรือว่าพ้นจากธรรม กว่าจะถึงความเข้าใจธรรม ก็จะต้องเป็นผู้ที่อดทน เป็นผู้ที่ตรง เป็นผู้ที่มั่นคง ว่าถ้าไม่ได้ยินได้ฟังคำเหล่านี้ ไม่มีวันใดในสังสารวัฏฏ์ที่จะรู้ความจริงได้ว่าเดี๋ยวนี้เป็นธรรม
~ ในชีวิตประจำวันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงแสดงความจริงของธรรมแต่ละอย่าง จากการที่ไม่เคยรู้เลยว่าเป็นธรรม ให้เริ่มรู้เริ่มเข้าใจว่าทุกขณะเป็นธรรมที่มีลักษณะต่างๆ แล้วก็ปรากฏได้ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ แต่ละอย่าง แต่ละขณะ เกิดแล้ว ปรากฏแล้ว หมดไปแล้ว ไม่กลับมาอีก
~ ขณะใดที่เว้นจากความชั่ว บาป อกุศล ทุจริตทั้งปวง แม้ว่าจะเล็กน้อยสักเพียงใด ขณะนั้นก็เป็นเพราะหิริและโอตตัปปะ ซึ่งเป็นสภาพที่รังเกียจ ละอาย กลัวเกรงโทษของบาป
~ คำเท็จบางคนอาจจะคิดว่าเล็กน้อย แต่ถ้าหิริโอตตัปปะเกิด แม้ว่าจะเป็นคำเท็จซึ่งรู้สึกว่าไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อน แต่ถ้าสะสมบ่อยๆ ก็จะมีกำลังขึ้น เพราะฉะนั้น หิริโอตตัปปะจะทำให้เกิดการรังเกียจ และถอยกลับจากแม้พูดไม่จริงในเรื่องใดๆ ก็ตาม
~ เห็นประโยชน์ที่จะพิจารณาตนเองว่าการฟังพระธรรมนั้น เพื่อให้เห็นโทษของอกุศล และเพื่อให้เห็นประโยชน์ของกุศลต่อไปอีกเรื่อยๆ ต่อไปอีกๆ จนกว่าจะเป็นผู้ว่าง่าย และได้รับประโยชน์โดยการประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมซึ่งไม่มีผู้อื่นสามารถจะเกื้อกูลได้เลยนอกจากพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดงแล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าขาดการฟังพระธรรม ก็ไม่มีทางที่จะเกื้อกูลได้เลย
~ แม้ว่าพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดงให้ละกิเลส ให้เห็นโทษของอกุศล เช่น โทสะ แต่ผู้นั้นก็ยังคงพอใจที่จะโกรธต่อไป ที่จะผูกโกรธต่อไป ที่จะ ไม่อภัยต่อไปที่จะไม่เป็นผู้ที่ละอกุศล นั่นคือผู้ว่ายาก
~ ขณะที่มีชีวิตอยู่ทุกวัน ทุกคนก็อยู่ภายใต้ลมฟ้าอากาศ ถูกแดด เป็นอย่างไร ร้อน ไม่พอใจแล้ว หรือว่าพายุ ฝนต่างๆ เหล่านี้ ก็แสดงให้เห็นว่า ความไม่พอใจ ความขุ่นเคืองใจ มีปัจจัยเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจริงๆ ถ้าไม่สังเกต จะคิดว่าเป็นแต่เพียงในขณะที่โกรธเคืองขุ่นข้องใจกับสัตว์บุคคลต่างๆ เท่านั้น แต่ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น ต้องเป็นผู้ละเอียดที่จะรู้ลักษณะของโทสะจริงๆ ว่า แม้ในอารมณ์ที่ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล โทสะก็เกิดขึ้นได้
~ ถ้าจะเปรียบลักษณะของอโทสะ (ความไม่โกรธ) ก็เหมือนกับมิตรที่คอยช่วยเหลือ เพราะเวลาโกรธไม่ช่วย ใช่ไหม แต่เวลาไม่โกรธจึงจะช่วย เพราะฉะนั้น ลักษณะของอโทสะ เป็นสภาพที่ไม่แค้นเคือง เปรียบเหมือนมิตรที่คอยช่วยเหลือ
*** ~ ชาติก่อนอาจจะปัญหามากกว่านี้เยอะ ชาตินี้ปัญหาของชาติก่อนอยู่ไหน ไม่ได้ติดตามมาถึงชาตินี้เลย เพราะฉะนั้น ไม่ว่าอะไรที่เกิดขึ้นสิ่งนั้นก็ดับไป ถ้ามีความเข้าใจอย่างนี้จริงๆ จะไม่หวั่นไหว เพราะเหตุว่าอะไรก็ตามเป็นธรรมทั้งหมดเป็นสิ่งที่มีจริงแน่ๆ เกิดแล้วปรากฏให้เห็นว่ามีจริงๆ ชั่วคราวแสนสั้นแล้วก็ดับ ถ้ามีความเข้าใจอย่างนี้ก็จะรู้ว่าทุกอย่างไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใคร พรุ่งนี้ อะไรจะเกิดขึ้นทราบไหม? ต่อไปเพียงสักหนึ่งขณะก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้น จะเดือดร้อนอะไร จะหวั่นไหวอะไร เพราะเป็นธรรมที่มีปัจจัยทำให้เกิด เกิดแน่นอน ถ้าไม่มีปัจจัยก็ไม่เกิด***
~ ยามใดที่ทุกข์ยาก ก็รู้ว่าเป็นธรรมดา สิ่งนั้นแค่บังคับบัญชาไม่ได้ เพราะอะไร? บังคับบัญชาไม่ได้จริงๆ เกิดแล้ว ทุกข์แล้ว เป็นแล้ว แต่ถ้ามีความเข้าใจที่ถูกต้องว่าเป็นธรรมอย่างหนึ่ง ความทุกข์มีจริงแน่นอน ปรากฏแล้วให้เห็นแล้วว่าเป็นธรรม เพราะฉะนั้น ไม่ใช่เรา การได้ฟังธรรมบ่อยๆ จนกระทั่งเป็นนิสัยที่มีกำลังที่จะทำให้ระลึกได้ไม่ว่าจะในยามใด ก็จะทำให้สามารถที่จะอารักขา (รักษา) ให้จิตขณะนั้นไม่เศร้าหมอง คือ ไม่เป็นอกุศลได้
~ ถ้าใครเบื่อการฟังพระธรรมซ้ำๆ คิดว่ารู้แล้วไม่ต้องฟังอีก ย่อมไม่มีทางที่จะรู้จักธรรมได้เลย และไม่มีทางที่จะดับกิเลสได้ด้วย
~ ใครที่เคยพูดไม่ดีบ่อยๆ คนอื่นฟังแล้วไม่สบายใจใช่ไหม? ถ้าเราเป็นคนนั้นที่ได้ยินจะเป็นอย่างไร? เราก็อาจจะเปลี่ยนเสียงเปลี่ยนคำพูด ก็เป็นกุศลในขณะนั้น วันหนึ่งๆ ถ้าเข้าใจ มีกุศลได้มาก เพราะแม้แต่เมตตาความเป็นมิตร พร้อมที่จะช่วยบุคคลอื่นก็เป็นกุศลที่เจริญได้ แต่กุศลที่ประเสริฐสุด ก็คือการเข้าใจพระธรรม
~ คนมีกิเลสมากเป็นอย่างไร? พฤติกรรมทางกาย ทางวาจาเกิดจากใจซึ่งเต็มไปด้วยกิเลสมากเท่าไหร่ การกระทำทางกาย ทางวาจา ก็เป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้น ถ้ากิเลสน้อยลง ความดีก็เพิ่มขึ้นจนกระทั่งสามารถที่จะค่อยๆ ดับกิเลสตามลำดับขั้น
~ โกรธเขาทำไม เสียเวลา เป็นโทษของเราเอง ถ้าเราตายขณะนี้ คนที่เราโกรธเขาสบายมากเลย แต่เรามีความโกรธไปด้วยถึงชาติหน้า เพราะเหตุว่าเราสะสมความโกรธในขณะนั้น เป็นการสะสมของแต่ละบุคคลซึ่งแลกเปลี่ยนกันไม่ได้เลย
~ ถ้ามีความเป็นเพื่อน ไม่เดือดร้อนเลยสักขณะเดียว ไม่ว่าจะเป็นตรงไหน ที่ไหน เราไม่สามารถจะไปเปลี่ยนใจใครได้ แต่ใจของเราที่ไม่เป็นศัตรูไม่คิดร้ายต่อใคร ขณะนั้นเราจะไม่มีศัตรูเลย เพราะว่าเราไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร
~ มิตรจริงๆ จะช่วยเหลือทุกโอกาส จะมีความหวังดีและพร้อมที่จะเกื้อกูล ไม่มีการประทุษร้าย ไม่มีการแข่งดี แม้แต่แข่งดีก็ไม่มี จึงจะชื่อว่าเป็นมิตร ไม่มีการกล่าวร้าย ทุกๆ อย่างที่ไม่ดี เราจะไม่ทำกับมิตรเลย
~ ความเข้าใจความจริงเป็นบารมีที่จะปรุงแต่งให้กุศลเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน การได้เกิดมาในโลกนี้และมีโอกาสได้ฟังคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นสิ่งที่มีค่าอย่างยิ่ง เพราะใครจะรู้ว่าชีวิตจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ เร็วหรือช้า ไม่สามารถรู้ได้เลย ความเข้าใจความจริงเป็นบารมีที่จะปรุงแต่งให้กุศลเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน การได้เกิดมาในโลกนี้และมีโอกาสได้ฟังคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นสิ่งที่มีค่าอย่างยิ่ง เพราะใครจะรู้ว่าชีวิตจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ เร็วหรือช้า ไม่สามารถรู้ได้เลย
ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ
ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๗๕๓ 

... กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง
และยินดีในกุศลของทุกๆ ท่านครับ ...
คกราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง
กราบนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย
กราบบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ผู้เมตตาแสดงคำจริงเกื้อกูลให้เข้าใจความจริง
กราบอนุโมทนาคุณความดีทุกประการค่ะ
สนทนาธรรมเกิดขึ้น กุศลมี ฟังธรรมะในดิถี ถูกต้อง อาจารย์สุจินต์ศรี เป็นหลัก จิตเจตสิกรูปสอดคล้อง มั่นแฟ้นคำจริง
ขอน้อมกราบอนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุ ขอรับ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในกุศลจิตครับ
ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ
ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ