
อ.ชุมพร: ฟังเรื่องของท่านอาจารย์กล่าวถึงชีวิตความเป็นไปของเราทุกวัน เนื่องด้วยอวิชชา และตัณหา สาหัสสากรรจ์ แล้วการที่จะเข้าใจสิ่งต่างๆ เหล่านี้ กิเลสก็ละเอียด ท่านอาจารย์ค่ะ การที่จะเห็นความไม่ดีของตัวเองนี่ยากมาก เพราะปกติ ตานี่ดูข้างนอกเห็นความไม่ดีของคนอื่น แต่ความไม่ดีของตัวเอง
ท่านอาจารย์กล่าวถึง ฟังเพื่อถึงความเป็นพระอรหันต์ แค่ที่ท่านอาจารย์สนทนาทุกประโยคก็เป็นเบื้องต้นที่จะให้รู้จักความไม่ดีของตัวเอง ยากทีเดียวค่ะกราบท่านอาจารย์ค่ะ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ใครเป็นกัลยาณมิตรเหนือกัลยามิตรใดๆ ทั้งสิ้นคะ?
อ.ชุมพร: พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นยอดของกัลยาณมิตรค่ะ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ทุกคำของพระองค์ควรฟังด้วยความเคารพสูงสุดไหมว่า ประโยชน์ คือสามารถที่จะทำให้เห็นกิเลสแม้เพียงเล็กน้อยซึ่งเป็นโทษอย่างยิ่ง
อ.ชุมพร: ค่ะ กิเลสแม้เพียงเล็กน้อย แต่ว่า อวิชชา ตัณหาเคลือบเอาไว้เยอะ ฉะนั้น ตัวเราเองบางขณะก็หัวชนฝานะคะท่านอาจารย์ บาดเจ็บหัวแตกก็ไม่รู้ด้วย ต้องอาศัยพระธรรมใช่ไหมคะท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: ถ้าไม่อาศัยพระธรรม จะอาศัยใครล่ะ!! เห็นไหม พูดทำไม ผู้ที่ประเสริฐที่สุดในสากลจักรวาล แล้วเราไม่อาศัยผู้นั้น แล้วเราจะอาศัยใคร?
อ.ชุมพร: ค่ะ ก็กัลยาณมิตรเป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์ ประโยชน์เกื้อกูลนะคะถ้ากัลยาณมิตรเป็นผู้ศึกษาด้วยดีมีปัญญา อยู่ที่ไหนก็ร่มเย็นเป็นสุข แต่ปกติแล้วเราก็ขาดมาก คือขาดปัญญา เพราะเต็มไปด้วยอวิชชา และตัณหา
ท่านอาจารย์: แล้วจะหมดได้ไหม?
อ.ชุมพร: มีหนทางค่ะ
ท่านอาจารย์: ถ้ารู้หนทางแล้วก็ค่อยๆ เดินหนทางนั้นใช่ไหม?
อ.ชุมพร: ค่ะ ท่านอาจารย์กล่าวถึง โทษของอกุศลแม้เพียงเล็กน้อย ท่านอาจารย์จะเกื้อกูลเพิ่มเติมนอกจากว่า ไม่รู้เห็น อีกสักหน่อยค่ะ
ท่านอาจารย์: ถ้าไม่มีทีละเล็กทีละน้อยจะมีใหญ่โตมโหฬารได้ไหม แม้แต่ภูเขาจะขาดฝุ่นสักนิดหนึ่งได้ไหม?
อ.ชุมพร: ไม่ได้ค่ะ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น โทษแม้เพียงเล็กน้อยมองไม่เห็น เพราะฉะนั้น จะไม่รู้เลยว่า ที่โทษเขาปรากฏชัดเจนมันมาจากไหน ถ้าไม่จากโทษแม้เพียงเล็กน้อย
อ.ชุมพร: หมายความว่า ขณะที่หัวชนฝานี่เกิดจากโทษเล็กๆ น้อยๆ ไม่เห็น จนกระทั่งหนักหนาสาหัส
ท่านอาจารย์: เอาหัวตัวเองแท้ๆ ไปชนฝาใช่ไหม ไม่ใช่หัวใคร!! ยังยอมชนฝาให้เจ็บ
อ.ชุมพร: ท่านอาจารย์คะ ขณะหัวชนฝานี่ก็ใหญ่โตมากนะคะ แต่มองไม่เห็นแล้วโทษเล็กๆ น้อยๆ จะเห็นได้อย่างไร เมื่อขนาดโทษใหญ่ยังมองไม่เห็น
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น จึงต้องสอบถามให้แน่ใจว่า ฟังธรรมทำไม? จะได้เข้าใจโน่นนี่ ไม่เห็นโทษแม้เพียงเล็กน้อยหรือ!! เห็นไหม ที่จะต้องเพื่อดับแม้โทษเพียงเล็กน้อย
ลืมเลย! ยังเป็นเราที่จะอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ให้รู้จุดประสงค์จริงๆ เพื่อละอกุศล
ถ้าไม่ฟังก็ไม่มีหนทาง ถ้าฟังแล้วยังไม่ละก็ช่วยอะไรได้แม้ฟังแล้วยังไม่ละ แล้วคนไม่ได้ฟังล่ะไม่ต้องพูดถึง
อ.ชุมพร: การทำงานก็มีการสะสมมาแตกต่างกัน แต่การที่จะเป็นผู้ตรงผู้จริงใจก็ไม่ได้เสมอกันนะคะ ยากทีเดียวค่ะ
ท่านอาจารย์: ทำไมไม่เสมอ หมายความว่าอย่างไร?
อ.ชุมพร: แต่ละคนสะสมมา
ท่านอาจารย์: ใช่ แต่ความจริงก็ต้องจริงตลอดไม่ใช่เลือกบุคคลใช่ไหม?
อ.ชุมพร: ไม่เลือกบุคคล ท่านอาจารย์ขยายนิดหนึ่งค่ะ
ท่านอาจารย์: โกรธเป็นโกรธ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามแต่
อ.ชุมพร: หมายความว่าของคนอื่น จะได้เตือนว่าตัวเองมีอยู่อย่างนั้นหรือคะ
ท่านอาจารย์: มีไหมล่ะ?
อ.ชุมพร: ก็มีเช่นเดียวกัน
ท่านอาจารย์: แล้วไง?
อ.ชุมพร: ฉะนั้น หมายถึงว่าอกุศลของคนอื่นเตือนให้ตัวเองว่าตัวเองก็มี ก็ควรจะเมตตาเช่นนั้นนะคะท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: ต้องอาศัยอกุศลของคนอื่นมี แล้วก่อนที่อกุศลของคนอื่นที่เราจะเห็นเราเอง รู้โทษอะไรบ้างหรือเปล่า?
ไม่ใช่ต้องไปอาศัยคนโน้นคนนี้ แต่ความได้ความจริงว่าเดี๋ยวนี้เป็นอะไรยังไม่รู้ใช่ไหม? แล้วจะละได้หรือ? ต่อไปเห็นคนอื่นก็ตาม ถ้ายังไม่รู้จะละได้ไหม? เป็นเขาเป็นเราอยู่อย่างนั้นแหละ
อ.ชุมพร: ค่ะ ก็คือค่อยๆ สลายความเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด เป็นธรรม เช่นนั้นนะคะ
ท่านอาจารย์: จริงไหมล่ะ!! ต้องตรงกับความเป็นจริง สัจจบารมี มั่นคง
อ.ชุมพร: ค่ะ ค่อยๆ มั่นคง ฉะนั้น การเห็นโทษนะคะ ก็คือความเป็นตัวตนที่มีมากมายในชีวิต แล้วไม่รู้จักเช่นนั้นนะคะท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: ใช่ไหม?
อ.ชุมพร: ก็ยังมีอย่างอื่นอีกเยอะนะคะ แต่ความเป็นตัวตนมาก็ไม่รู้ นี่ค่ะท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: แล้วทำไมถึงจะค่อยๆ รู้ได้ล่ะ? ไม่ใช่ปล่อยให้ไม่รู้ตลอดไป
อ.ชุมพร: ปล่อยให้ไม่รู้ตลอดไป ค่ะ ก็ต้องฟังแล้วฟังอีกนะค่ะ
ท่านอาจารย์: และเห็นประโยชน์อย่างยิ่งของความเห็นตามความเป็นจริงในความไม่ใช่เรา
อ.ชุมพร: ตรงนี้ค่ะ เห็นประโยชน์อย่างยิ่งที่ไม่ใช่เรา
ท่านอาจารย์: ถ้าเป็นเรา มันก็ไม่หมดมันก็เป็นเราไปเรื่อยๆ ไม่รู้ความจริงเลยว่า เรานี่อยู่ไหน!! มีหรือเปล่า? เดี๋ยวนี้มีไหม?
อ.ชุมพร: ค่ะ เล็กๆ น้อยๆ จึงจนกระทั่งหัวชนฝาเป็นเรานะคะท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: ค่ะ
อ.ชุมพร: ก็เป็นประโยชน์มหาศาล แม้ท่านอาจารย์กล่าวถึง ฟังเพื่อถึงความเป็นพระอรหันต์ ไกลทีเดียวนะคะ เพราะว่าเป็นเครื่องเตือนว่า ความไม่รู้และความมากมายไปด้วยกิเลสยังเป็นเครื่องกั้นที่จะสามารถที่จะเป็นผู้ตรง แล้วก็มั่นคงในความไม่มีเราค่ะ กราบท่านอาจารย์ค่ะ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.ชุมพร ด้วยค่ะ