เปลี่ยนนิสัยใหม่เข้าใจถูกต้อง
โดย เมตตา  5 ก.ค. 2569
หัวข้อหมายเลข 52640

[เล่มที่ 27] พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓- หน้า 73 - 74

๓. ภิกขุสูตรที่ ๑

ว่าด้วยเหตุได้ชื่อว่าเป็นผู้กำหนัดขัดเคืองและลุ่มหลง

[๗๔] กรุงสาวัตถี. ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ขอประทานวโรกาสพระเจ้าข้า ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรม แก่ข้าพระองค์โดยย่อ ที่ข้าพระองค์ฟังแล้ว พึงเป็นผู้ผู้เดียวหลีกออกจากหมู่ ไม่ประมาท มีความเพียร มีใจมั่นคงอยู่เถิด.

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ บุคคลย่อมครุ่นคิดถึงสิ่งใด ย่อมถึงการกำหนดเพราะสิ่งนั้น บุคคลย่อมไม่ครุ่นคิดถึงสิ่งใด ย่อมไม่ถึงการกำหนดเพราะสิ่งนั้น.


อ.ชุมพร: ได้ฟังเรื่องของ สภาพธรรม พูดถึงความครุ่นคิด ปกติแล้ว เห็น ก็ต้องครุ่นคิดถึงสิ่งที่ถูกเห็น ได้ยินก็ต้องคิดถึงสิ่งที่ได้ยิน ท่านอาจารย์กล่าวถึงการที่จะคิดถึงความจริง แม้เราฟังท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์พูดถึงคิดถึงความจริง ขอความละเอียดจากท่านอาจารย์ค่ะ

ท่านอาจารย์: เดี๋ยวนี้อะไรจริง? เริ่มครุ่นคิดใช่ไหม? แค่นี้ยังต้องครุ่นคิด เดี๋ยวนี้อะไรจริง?

อ.ชุมพร: ท่านอาจารย์คะ ปกติคิดไปถึงสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ความคิด เป็นอย่างนั้นนะคะ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ตรงกับที่เรากล่าวแล้วใช่ไหม?

อ.ชุมพร: ค่ะ เป็นเช่นนั้น ท่านอาจารย์กล่าวถึงเมื่อกี้ที่ อ.ณภัทร พูดถึงสิ่งที่ปรากฏทางตา ปกติแล้วสภาพธรรมต้องเป็นเช่นนั้น แต่เมื่อเป็นสัตว์เป็นบุคคล ปกติเป็นสัตว์เป็นบุคคลเสมอๆ การที่จะเปลี่ยนนิสัยใหม่นี้เป็นเช่นไรค่ะท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: เข้าใจถูกต้องค่ะ

อ.ชุมพร: เท่านั้นนะคะ

ท่านอาจารย์: อ้าว!! ก็ไม่เข้าใจใช่ไหม? ก็จะเปลี่ยนก็ต้องเข้าใจสิ

จะให้เปลี่ยนเป็นไม่เข้าใจไปเรื่อยๆ หรือ?

อ.ชุมพร: ค่ะ เข้าใจมั่นคงว่า ไม่มีเรา เป็นธรรมเช่นนั้นนะคะ

ท่านอาจารย์: ไม่ใช่แค่พูด ต้องรู้ความจริงจึงจะค่อยๆ มั่นคง

อ.ชุมพร: ค่ะ เข้าใจความจริง กว่าขั้นการฟังแสดงว่า ขั้นการฟังเหตุยังไม่สมควรแก่ผลที่จะเป็นเช่นนั้นนะคะ

ท่านอาจารย์: ผล คืออะไรล่ะ?

อ.ชุมพร: ผล ก็คือการได้รู้ความจริง

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ผลมาจากไหนล่ะ? ถ้าไม่มีเหตุ มีผลได้ไหม?

อ.ชุมพร: ก็ไม่ได้ค่ะ ฉะนั้น เดี๋ยวนี้สภาพธรรมที่เป็นจริงก็กำลังปรากฏอยู่ ไม่ว่าจะเป็น สี ไม่ว่าจะเป็น เห็น ไม่ว่าจะเป็น คิด

ท่านอาจารย์: กำลังปรากฏ แล้วครุ่นคิดเรื่องอะไร?! เห็นไหม? สภาพธรรมจริงๆ กำลังปรากฏ แล้วครุ่นคิดเรื่องอะไร?

อ.ชุมพร: ก็เป็นอย่างที่ท่านกล่าวไว้นะคะ คิดถึงสิ่งที่ไม่จริงอย่างนั้นเสมอค่ะ

ท่านอาจารย์: ก็ได้ฟังแล้วเข้าใจถูกต้องไหม มั่นคงไหมว่า เป็นอย่างนี้ทุกวัน?

อ.ชุมพร: ถ้านั้น ก็ขาดการฟัง แล้วค่อยๆ สะสมไม่ได้เลยนะคะ แต่ก็อัศจรรย์ว่า ฟังยังไงก็ไม่สามารถที่จะรู้ความจริงได้ค่ะ

ท่านอาจารย์: ฟังนานเท่าไหร่แล้ว?

อ.ชุมพร: ฟังแล้วก็ไม่เข้าใจค่ะ

ท่านอาจารย์: ฟังนานเท่าไหร่ล่ะ?

อ.ชุมพร: ตั้งแต่ฟังมาก็หลายสิบปีค่ะ

ท่านอาจารย์: แล้วไม่ได้ฟังมาเท่าไหร่?

อ.ชุมพร: ก็คงไม่ได้ฟังมากกว่าค่ะ ก็แสดงว่า โอกาสที่เราจะเกิดมาแล้วมีโอกาสได้ยินได้ฟังนี่น้อยมาก ก็คงต้องเป็นเช่นนั้นนะคะ

ท่านอาจารย์: ทุกอย่างที่เป็นผลต้องมาจากเหตุที่สมควร

อ.ชุมพร: ฉะนั้น แม้จะฟังแม้จะครุ่นคิด แต่ก็เป็นเรื่องของความต้องการ แล้วก็ไม่เข้าใจสภาพที่เป็นอกุศลที่ละเอียดเกินกำลังที่จะเข้าใจค่ะ

ท่านอาจารย์: เพราะครุ่นคิดเรื่องที่ไม่มีจริงๆ แล้วจะไปรู้สิ่งที่มีจริงได้อย่างไร ในเมื่อครุ่นคิดถึงสิ่งที่ไม่มีจริง

อ.ชุมพร: ค่ะ ถ้าจะพูดถึงท่านอาจารย์บอกว่า เปลี่ยนนิสัยใหม่นี่ คือเช่นไรคะท่านอาจารย์?

ท่านอาจารย์: มีคุณชุมพรไหมล่ะ? ครุ่นคิดหรือยัง? อะไรจริง!

อ.ชุมพร: ท่านอาจารย์พูดอย่างนี้ ยากทีเดียว เพราะว่ามีอยู่เสมอๆ แล้วก็มั่นคงมากในความเป็นเราค่ะ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ทำทุกอย่างด้วยความเป็นเราต่อไป หรือว่ารู้ว่า ไม่ใช่เรา แต่เป็นสิ่งที่มีจริงแต่ละหนึ่ง ซึ่งผู้ที่ได้ทรงตรัสรู้แล้วเท่านั้นจึงสามารถจะรู้ความจริงนั้นได้

อ.ชุมพร: การที่จะฟังแล้วค่อยๆ ขจัดความเป็นเรานี่ยากทีเดียว แม้อบรมเจริญกุศลก็ยังไม่พ้นความเป็นเรา นี่ยากทีเดียวที่จะมั่นคงค่ะ

ท่านอาจารย์: คุณชุมพรรู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วยัง?

อ.ชุมพร: รู้จักน้อยนิดมากค่ะ

ท่านอาจารย์: ตามที่ได้กล่าว

อ.ชุมพร: แสดงว่า ความไม่รู้ความติดข้องมากมายมหาศาลเกินกว่าที่จะคิดด้วยตัวเอง แม้คิดว่าไม่รู้ แต่ความไม่รู้ก็ยังอีกมากมายทีเดียวค่ะ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น โอกาสที่ได้ฟังแล้วมีความเข้าใจความจริงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ และทรงแสดง ประเสริฐเหนือสิ่งใดทั้งสิ้น มีค่ายิ่งกว่าสิ่งใดๆ ในจักรวาลในสังสารวัฏฏ์ ใช่ไหม?

อ.ชุมพร: เป็นเช่นนั้นจริงๆ ค่ะ

ท่านอาจารย์: สัจจบามีค่ะ

อ.ชุมพร: ความจริงปรากฏอยู่ แต่ว่าการสะสมที่จะรู้ความจริงก็ต้องอาศัยคำ แล้วก็บ่อยๆ เนืองๆ ค่ะ ก็คงเป็นเช่นนั้นนะคะ

ท่านอาจารย์: ไม่ทำอย่างอื่นใช่ไหม?

อ.ชุมพร: ไม่ทำอย่างอื่นค่ะ นอกจากฟังแล้วค่อยๆ เข้าใจขึ้นค่ะ กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.ชุมพร ด้วยค่ะ