อาสาฬหบูชา บ่าย 29/7/69
โดย nattawan  29 ก.ค. 2569
หัวข้อหมายเลข 52799

การจะเป็นผู้ที่เคารพในพระธรรมและไม่ประมาทในพระธรรม ก็ต้องเป็นคนตรง ... เดี๋ยวนี้มีอะไร (ธรรมะ) หรือเปล่า?! เป็นการตั้งต้นของการที่จะรู้และตรงกับความเป็นจริงว่าแต่ละคนเข้าใจแค่ไหน ... คำตอบวัดความเข้าใจ!!

ทุกคนตรงว่าเดี๋ยวนี้มีแน่ๆ แต่เดี๋ยวนี้มีอะไร ย้ำเตือนความเข้าใจว่าเรากำลังพูดถึงธรรมะคือสิ่งที่มีจริงทุก

เดี๋ยวนี้มีได้ยินจริงไหม ... ได้ยินเกิดแล้วดับ ... ถ้าไม่มีอะไรเกิดไม่มีอะไรดับ ถ้าไม่มีอะไรเกิดเลย ... ไม่มีโลกเพราะฉะนั้นทุกขณะที่ยังไม่ตายก็มีสิ่งที่เกิดแล้วก็ดับสืบต่อกัน เลือกไม่ได้เลยเพราะเกิดแล้ว เพราะมีปัจจัยเหมาะสมที่ทำให้เกิด เกิดแล้วดับ วันนึงๆ รู้อย่างนี้หรือเปล่า?! ... ลืมไปเลย ... ไม่รู้จักว่าเห็นเดี๋ยวนี้เกิดแล้วดับสืบต่อกัน ... ไม่พ้นจากอดีต ปัจจุบันอนาคต

ถ้ารู้ความจริงอย่างนี้ประโยชน์สูงสุดของการเกิดมาแล้วยังไม่จากโลกนี้ไปคือการเข้าใจความจริง

โลกเป็นไปตามอำนาจของธาตุรู้ที่เกิดขึ้นรู้แจ้งสิ่งที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง ไม่ใช่คิด ... จำ ... รู้สึก เมื่อมีธาตุรู้ต้องมีสิ่งที่ถูกรู้ คือสิ่งที่มีจริงทั้งหมดเป็นธรรมะแต่ละอย่างซึ่งหลากหลายมาก สิ่งที่มีจริงทั้งหมดใครห้ามไม่ให้เป็นสิ่งนั้นไม่ได้ สิ่งนั้นเกิดแล้วดับ เข้าใจให้มั่นคงในความเป็นจริงของธรรมะแต่ละหนึ่ง

ธรรมะมีจริงเป็นอนัตตา เป็นแต่ละหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นและดับไป มั่นคงว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดาสิ่งนั้นมีความดับไปเป็นธรรมดา ทุกคำที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงสามารถเข้าใจได้เพราะกำลังปรากฏเดี๋ยวนี้ มีแต่สิ่งที่มีจริง ทุกอย่างเป็นธรรมะทั้งหมด

สิ่งที่ควรรู้ยิ่ง คือ สิ่งที่เกิดปรากฏ (รูปนามควรรู้ยิ่ง ขันธ์ห้าควรรู้ยิ่ง) เพื่อค่อยๆ ละความเห็นผิด ที่เคยยึดถือว่าเป็นเรา เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด