ผัสสาหาร
โดย papon  30 ต.ค. 2557
หัวข้อหมายเลข 25705

เรียนอาจารย์ทั้งสองท่าน

"ผัสสาหาร" ขอความอนุเคราะห์อาจารย์ช่วยกรุณาให้อรรถาธิบายในคำนี้พร้อมยกตัวอย่างเพื่อความเข้าใจด้วยครับ

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ



ความคิดเห็น 1    โดย paderm  วันที่ 30 ต.ค. 2557

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

อาหาร โดยศัพท์ หมายถึง นำมา คือ เป็นปัจจัย หรือ นำมาซึ่งผล เพราะฉะนั้น สภาพธรรมอะไรก็ตาม ซึ่งนำมาซึ่งผล หมายถึง อาหาร อาหารจึงไม่ได้ หมายถึง อาหารที่เราบริโภคกันเท่านั้น แต่อาหารมีความละอียด หลากหลายนัยดังนี้ ครับ

อาหาร มี ๔ ประเภท ดังนี้

1. กวฬิงการาหาร หมายถึง รูปอาหารที่เป็นคำๆ ที่เราบริโภคเข้าไปส่วนที่จะเป็นประโยชน์หล่อเลี้ยงร่างกาย อาหารที่เป็นคำๆ นำมาซึ่ง โอชารูป

2. ผัสสาหาร หมายถึง ผัสสเจตสิก ซึ่งเป็นปัจจัยให้สัมปยุตธรรมเกิดขึ้น นำมาซึ่งเวทนา

3. มโนสัญเจตนาหาร หมายถึง เจตนาเจตสิกที่เป็นกรรม ทั้งกุศลกรรม และ อกุศลกรรม ย่อมนำมาซึ่งปฏิสนธิวิญญาณ (การเกิด)

4. วิญญาณาหาร หมายถึง ปฏิสนธิวิญญาณ ย่อมนำมาซึ่งนามรูป และอีกนัยหนึ่ง จิตอื่นๆ ที่นำมาซึ่งผล คือ นาม รูป หรือว่า นาม หรือ รูป อย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ไม่พ้นจากอาหารปัจจัยที่เป็นวิญญาณาหารด้วย ครับ

ผัสสาหาร หมายถึง ผัสสเจตสิก ซึ่งเป็นปัจจัยให้สัมปยุตธรรมเกิดขึ้น นำมาซึ่งเวทนา ซึ่งในชีวิตประจำวัน ในขณะนี้ ที่มีความรู้สึกประเภทต่างๆ สุข ทุกข์ เฉยๆ เพราะอาศัยการกระทบกันของสภาพธรรม ที่มีผัสสะ ทำหน้าที่กระทบ เพราะถ้าไม่มีการกระทบกันของรูป คือ สิ่งที่ปรากฏทางตา และ จักขุปสาทรูป เป็นต้น ก็จะไม่มีการเกิดขึ้นของ การเห็น ขณะที่เห็นก็มีความรู้สึกแล้ว ที่เฉยๆ ในขณะที่เห็นและอาศัยการกระทบ ผัสสะ เกิดขึ้น ก็ทำให้มีการเกิดขึ้นของจิตประเภทต่างๆ ทำให้เกิดความรู้สึกประเภทต่างๆ เพราะอาศัยการกระทบกันของสภาพธรรม ซึ่งในความเป็นจริง การจะเข้าใจผัสสาหาร ด้วยปัญญาระดับสูง ที่รู้ตัวผัสสะและด้วยวิปัสสนาญาณ ไม่ใช่เพียงการอธิบายขั้นคิดนึก จะรู้ตัวผัสสะได้ ครับ

ขออนุโมทนา


ความคิดเห็น 2    โดย khampan.a  วันที่ 30 ต.ค. 2557

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

อาหารทั้ง ๔ อย่าง กพฬิงการหาร ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร และ วิญญาณาหาร นั้น เป็นไปเพื่อความดำรงอยู่ของหมู่สัตว์ผู้ที่เกิดแล้ว และเป็นไปเพื่ออุปการะเกื้อกูลแก่ผู้ที่ยังต้องมีการเกิดอยู่ (คือ ยังมีกิเลสอยู่) แสดงถึงความเป็นจริงของสภาพธรรม ที่ตราบใดก็ตามที่ยังมีการเกิด อันมีต้นตอมาจากการที่ยังมีอวิชชา ความไม่รู้อยู่ จึงยังต้องมีอาหาร ๔ อย่างนี้เกิดขึ้นเป็นไป มีสภาพธรรมเกิดขึ้นเป็นไป ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยทั้งสิ้น

สภาพธรรมที่เป็นอาหารปัจจัยเลี้ยงดู ค้ำจุนธรรมที่เกิดพร้อมกัน มี ๔ ประเภท คือ รูปอาหารอย่างหนึ่ง และ นามอาหาร ๓ ต่างก็เป็นปัจจัยโดยนำมาซึ่งผล ตามสมควรแก่สภาพธรรมนั้นๆ กล่าวคือ

รูปอาหาร ก็นำมาซึ่งกลุ่มรูปที่มีโอชาเป็นที่ ๘ ผัสสาหาร อาหารคือ ผัสสะ นำมาซึ่งเจตสิกธรรมอื่นๆ ที่เกิดร่วมด้วย นำมาซึ่งจิต และนำมาซึ่งรูปที่เกิดจากจิตในขณะนั้น เพราะถ้ากล่าวถึงเจตสิก ก็ต้องหมายรวมจิต และเมื่อกล่าวถึงจิต ก็ต้องหมายรวมเจตสิก ด้วย มโนสัญเจตนาหาร อาหารคือมโนสัญเจตนา ก็คือ เจตนาเจตสิกนั่นเอง นำมาซึ่งภพทั้งหลาย เพราะมีการกระทำที่เป็นกรรมอันเป็นบุญบ้างเป็นบาปบ้าง จึงทำให้มีการเกิดในภพต่างๆ มีสภาพธรรมเกิดขึ้นเป็นไป และถ้ากล่าวถึงในขณะที่เกิดพร้อมกัน ก็นำมาซึ่งเจตสิกธรรมที่เกิดร่วมด้วย นำมาซึ่งจิต และ รูปที่เกิดจากจิตตามควรแก่จิตประเภทนั้นๆ

และประการสุดท้าย นามอาหารที่เป็นวิญญาณ คือ วิญญาณาหาร อาหารคือวิญญาณ ได้แก่จิต ไม่ใช่เฉพาะปฏิสนธิจิตเท่านั้น หมายรวมถึงจิตทุกขณะ ทุกประเภท ในขณะที่จิตเกิดขึ้น นำมาซึ่งอะไร ก็นำมาซึ่งเจตสิกธรรมที่เกิดร่วมด้วย นำมาซึ่งรูปที่เกิดจากจิต ตามควรแก่จิตประเภทนั้นๆ เพราะยกเว้นปฏิสนธิจิต ทวิปัญจวิญญาณ อรูปวิบาก และจุติจิตของพระอรหันต์เท่านั้น ที่ไม่เป็นปัจจัยให้เกิดจิตตชรูป (รูปที่เกิดจากจิต)

สภาพธรรม ที่เกิดเพราะเหตุปัจจัยนั้น แสดงถึงความเป็นจริงของธรรมที่เป็นอนัตตา ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น เกิดเพราะเหตุปัจจัย ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน หาความเป็นสัตว์ เป็นบุคคล เป็นตัวตน ในสภาพธรรมนั้นๆ ไม่ได้เลย เป็นการปฏิเสธความเป็นตัวตนสัตว์บุคคลอย่างสิ้นเชิง ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...


ความคิดเห็น 3    โดย wannee.s  วันที่ 30 ต.ค. 2557

ขออนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 4    โดย peem  วันที่ 30 ต.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 5    โดย papon  วันที่ 30 ต.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 6    โดย tanrat  วันที่ 31 ต.ค. 2557

สาธุ


ความคิดเห็น 7    โดย chatchai.k  วันที่ 6 มิ.ย. 2563

ขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 8    โดย ใหญ่ราชบุรี  วันที่ 16 ธ.ค. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ