ศาสดา… เทปบันทึกรายการบ้านธัมมะ (3/6/58)
โดย nattawan  27 ธ.ค. 2568
หัวข้อหมายเลข 51719

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

วันวิสาขบูชาเป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้และปรินิพพานของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า นอกจากนี้ยังเป็นวันที่พระทีปังกรพระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์สุเมธดาบสว่าจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน แสดงให้เห็นพระมหากรุณาของพระองค์ที่ทรงบำเพ็ญพระบารมีอย่างยาวนานมากเพื่อทรงตรัสรู้ความจริง และทรงแสดงพระธรรมให้สัตว์โลกได้เข้าใจจนถึงยุคนี้สมัยนี้

ถึงแม้พระองค์จะเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว แต่ว่าพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดงยังคงอนุเคราะห์เกื้อกูลสัตว์โลก ให้ได้เข้าใจถูกต้องจนถึงยุคนี้สมัยนี้ เพราะฉะนั้นก็จะมีคำถามว่าใครคือพระศาสดาแทนพระองค์

ศาสดา หมายถึง ครูผู้สอนสูงสุด คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นครูผู้สอนความจริงของสิ่งที่มีจริงขณะนี้



ความคิดเห็น 1    โดย nattawan  วันที่ 27 ธ.ค. 2568

ประโยชน์สูงสุดคือได้ฟังได้ศึกษาพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง เพราะทรงบำเพ็ญพระบารมีมาเพื่อจะทรงแสดงพระธรรม เพื่อให้คนที่ได้ยินได้ฟังได้เกิดความรู้ความเข้าใจ ซึ่งเป็นปัญญาที่จะเข้าใจความจริงที่พระองค์ทรงตรัสรู้แล้ว

ก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพานทรงแสดงว่า แม้พระองค์ก็ต้องปรินิพพานอย่างแน่นอน ไม่มีบุคคลใดที่จะเกิดมาแล้วจะดำรงอยู่ได้ตลอดกาล ต้องมีการเกิด แก่ เจ็บและตาย เป็นสิ่งที่มีจริงทุกคนต้องเป็นเช่นนี้ พระองค์ได้ตรัสกับพระอานนท์ว่า ธรรมก็ดี วินัยก็ดี อันเราแสดงไว้แล้วแก่พวกเธอ ธรรมและวินัยนั้นจักเป็นศาสดาแห่งพวกเธอโดยการล่วงไปแห่งเรา

การจะรู้จักคุณของพระพุทธเจ้าต้องศึกษาเข้าใจธรรมะอย่างไร?? ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นใคร คำนี้ลืมไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นต้องรู้ว่าการที่บุคคลหนึ่งบุคคลใดจะสามารถถึงการเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ใช่ด้วยความอยาก ด้วยความต้องการ แต่ว่าต้องเป็นปัญญาที่สามารถที่จะรู้ความจริงของสภาพธรรมะตามความเป็นจริงคือรู้แจ้งสัจธรรม ... ธรรมะที่มีจริงซึ่งทำให้บุคคลนั้นเป็นพระอริยบุคคล คือดับกิเลสหมดไม่มีการที่จะมีกิเลสอีกเลยและต้องถึงความเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยพระญาณต่างๆ ที่สามารถที่จะทำให้คนอื่นมีโอกาสที่จะได้ฟังคำซึ่งยากแม้แต่เพียงคำหนึ่งคำแรกก็ยังยาก เช่น คำว่า "ธรรม"


ความคิดเห็น 2    โดย nattawan  วันที่ 27 ธ.ค. 2568

การที่จะทรงตรัสรู้เป็นสิ่งที่ไม่ง่าย ยากมาก ต้องบำเพ็ญพระบารมีนานเพราะฉะนั้นผู้ฟังที่จะได้ฟังคำต่างๆ เหล่านั้นก็ต้องเป็นผู้ที่เห็นคุณ เห็นประโยชน์จริงๆ ว่าแต่ละคำเป็นคำที่ลึกซึ้ง ยากแก่การที่จะเข้าใจได้ทันที เช่น คำว่า "ธรรม"

เรามีพระรัตนตรัย.. พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ ถ้าไม่มีพระพุทธรัตนะคือการตรัสรู้ ธรรมรัตนะก็มีไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งซึ่งมีค่าสำหรับทุกคนก็คือแต่ละคำที่ได้ทรงแสดงไว้ แม้ว่าปรินิพพานแล้วคำนั้นก็เป็นศาสดาแทนพระองค์

ไม่มีคำอื่น ไม่มีคนอื่น ที่จะสามารถที่จะกล่าวความจริงให้คนอื่นได้เข้าใจจนกระทั่งอบรมเจริญปัญญา ความเห็นถูกตามที่ได้ฟังโดยละเอียดยิ่งถึงการรู้แจ้งสิ่งที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ และได้รู้ตามนั้นด้วยการเป็นสาวก เพราะฉะนั้นจึงมีพระอริยสงฆ์เป็นรัตนะด้วย รวมเป็นรัตนสาม คือ พระพุทธรัตนะพระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ


ความคิดเห็น 3    โดย nattawan  วันที่ 27 ธ.ค. 2568

จากการที่เป็นคนธรรมดา ไม่มีความเข้าใจอะไรเลย กว่าปัญญาจะถึงการเป็นสังฆรัตนะ เป็นสาวก ก็ต้องเป็นผู้ที่ได้เข้าใจแต่ละคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดง

เพราะฉะนั้นประมาทแต่ละคำไม่ได้เลย ด้วยเหตุนี้ใครจะเข้าใจความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เข้าใจพระคุณที่ทรงพระมหากรุณาแสดงธรรม ก็ต้องเป็นผู้ที่ละเอียดและด้วยความเคารพจริงๆ ไม่ประมาท และก็ไม่ใช่คำคนอื่น เพราะว่าต้องเป็นคำที่จริงทุกคำ

พูดถึงสิ่งที่มีจริงแต่ไม่ละเอียดพอที่จะรู้ว่าเดี๋ยวนี้อะไรมีจริงๆ ... นี่คือความไม่ละเอียด ถ้าไม่ละเอียดอย่างนี้จะเข้าใจอะไร จะรู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้อย่างไร พระองค์ทรงตรัสรู้และทรงแสดงความจริงเดี๋ยวนี้ให้เข้าใจถูกต้องตามความเป็นจริง มิฉะนั้นก็ไม่รู้ไปและก็ไม่รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตลอดชีวิตด้วย

เดี๋ยวนี้ปกติธรรมดาทุกคนเข้าใจว่าเราเห็น แต่เมื่อได้ฟังความจริงว่า สิ่งที่มีจริงแต่ละอย่างขณะนี้เป็นสิ่งที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ และคำว่าตรัสรู้หมายความว่าอะไร?? พูดทุกคำต้องเข้าใจ ไม่ใช่แค่พูดตามเฉยๆ ตรัสรู้คือรู้ความจริงของสิ่งที่มีจริงถึงที่สุดเปลี่ยนแปลงอีกไม่ได้เลย เพราะว่าเป็นความจริงซึ่งไม่มีใครสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้ นี่คือการตรัสรู้!!!

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ