
ท่านอาจารย์ เพราะฉะนั้น ต้องยอมรับความจริงว่า มีชีวิตอยู่ เพราะยังมีโลภะ ถ้าไม่มีโลภะเมื่อไหร่ เป็นพระอรหันต์ จะมีชีวิตอยู่ สำหรับพระอรหันต์ท่านมีชีวิตอยู่ เหมือนกับลูกจ้างที่รอเวลางานเลิก หมดหน้าที่ หมดภาระ หมดกังวล หมดห่วง ถ้าเรามีความสบายใจ จากรูปบ้าง เสียงบ้าง กลิ่นบ้าง ความสำเร็จบ้าง กับ การที่ทำความดี ละคลายความเป็นตัวตน ละความเห็นแก่ตัว ช่วยเหลือคนอื่น และมีจิตใจที่สะอาด ไม่มีอกุศล อย่างไหนจะดีกว่ากัน ทั้ง ๒ อย่างมีความรู้สึกที่เป็นสุขได้ คือ สุขนี้สุขในทางโลกกับสุขในทางธรรม ถ้าสุขในทางโลก มีทรัพย์สมบัติมากๆ อยากได้อะไรก็ได้ ไม่เห็นจะเป็นทุกข์เลย นั้นคือความสุขในทางโลก เกิดกับโลภะ แต่ถ้าสุขในทางธรรม เวลาที่ไม่มีโลภะ ลองเปรียบเทียบ ถ้ามีความอยากได้อะไร ติดในสิ่งนั้น ถ้าไม่ได้สิ่งนั้นเป็นทุกข์ไหม ต้องกระวนกระวายจนกว่าจะได้สิ่งนั้นมาถึงจะมีความรู้สึกว่าเป็นสุข ใช่ไหม ลำบากไหมในการที่ต้องไปเที่ยวแสวงหามา ได้มาแล้วยังต้องมาดูแลอย่างดี เก็บรักษาอย่างดี กลัวสิ่งนั้นจะเสียไป เครื่องบินทั้งลำก็ต้องรักษามาก ใช่ไหม รถยนต์ทั้งคัน บ้านทั้งหลัง แต่ถ้าไม่ติดข้องในสิ่งใดเลยทั้งสิ้น สบายกว่าไหม
ปกิณณกธรรม ตอนที่ 20
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในกุศลจิตครับ