ระลึกเป็นไปในกุศล
โดย nattawan  28 ม.ค. 2569
หัวข้อหมายเลข 51937

ท่านอาจารย์ แต่สติจะมีลักษณะที่ระลึกเป็นไปในกุศลทุกประเภท เช่น ในทาน คิดที่จะสละวัตถุให้แก่คนอื่น นั่นคือ สติที่ระลึกไม่ใช่เรา ขณะที่เห็นมด แต่ไม่ฆ่า ถ้ามดตกน้ำ เราก็ค่อยๆ ช้อนขึ้นมา ใช้กระดาษทิชชู่จุ่มลงไปให้เขาไต่ขึ้นมา นั่นคือ สติที่ระลึกเป็นไปที่จะช่วยชีวิต ที่เป็นประโยชน์ การกระทำที่เป็นประโยชน์กับบุคคลอื่น ขณะนั้นเป็นสติไม่ใช่เรา ที่ระลึกได้ที่จะทำประโยชน์ ขณะที่จิตใจเร่าร้อน โกรธคนนั้น โกรธคนนี้ แล้วคิดว่า ความโกรธไม่มีประโยชน์เลย เพราะว่าคนที่เราโกรธ เขากำลังสบาย กำลังสนุกสนาน และเรามานั่งเดือดร้อน กลุ้มใจสารพัดอย่าง เป็นทุกข์ เพราะฉะนั้น ขณะที่ระลึกได้ที่จะเห็นโทษของโทสะ ขณะนั้นเป็นสติที่กำลังทำหน้าที่ระลึกได้ ขณะที่กำลังฟังธรรมขณะนี้ เป็นสติที่ระลึกว่า ชีวิตของเราน้อย ทุกอย่าง เกิดมาแล้วเอาไปไม่ได้เลย นอกจากทำให้ติดในสิ่งนั้นเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้น แทนที่จะไปเพลิดเพลิน ไปดูโทรทัศน์ ไปอ่านหนังสืออะไรต่างๆ มาฟังเรื่องความจริงว่า ในโลกนี้ ในชีวิตนี้ จะสามารถรู้อะไรที่เป็นของจริงของแท้ซึ่งไม่เคยรู้มาก่อน และเป็นความจริงที่พิสูจน์ได้ ที่พระพุทธเจ้าท่านทรงแสดงเพราะว่า ทรงตรัสรู้ความจริงว่า เป็นอย่างนี้ ขณะนี้เป็นสติที่ทำให้มานั่งฟังธรรม ไม่มีตัวตนเลย บางครั้งเป็นกุศล บางครั้งเป็นอกุศล ก็เป็นจิตประเภทต่างๆ ขณะที่สติเกิดจะต้องเป็นไปในบุญญกิริยาวัตถุ ๑๐ คือ หนทางของบุญมี ๑๐ อย่าง ย่อลงไปเป็น ๓ คือ ทาน ศีล และการอบรมที่ใช้คำว่า ภาวนา ที่ใช้คำว่า ภาวนา นี้ไม่ใช่ไปนั่งท่อง ภาวนา คือ การทำให้เกิดสิ่งซึ่งยังไม่เกิด และสิ่งที่เกิดแล้วทำให้มีเพิ่มขึ้น หมายความว่า ทั้งสติปัญญา ทั้งความรู้ต่างๆ ซึ่งไม่เคยมี เพราะฉะนั้น อบรม คือ ภาวนา ให้ค่อยๆ มีขึ้น ให้ค่อยๆ เพิ่มขึ้น เจริญขึ้น นี้คือความหมายของภาวนา เพราะฉะนั้น การฟังธรรมในขณะนี้ คือ เบื้องต้นของภาวนา ถ้าไม่มีการฟังให้เข้าใจแล้ว การอบรมจิตใจมีไม่ได้ ก็จะไปหลงนั่งทำอะไรไม่ทราบ ซึ่งไม่ใช่เป็นการรู้ลักษณะของสภาพธรรม ปัญญาก็ไม่เกิด เพราะฉะนั้น จิตเป็นสภาพรู้ ไม่ต้องใช้คำว่า ตาม และสติต้องเป็นกุศลธรรมหรือโสภณะ หมายความถึง ธรรมที่ดีงามฝ่ายเดียว สติเป็นอกุศลไม่ได้ ต้องเป็นกุศล หรือว่า เป็นสภาพธรรมที่ดีงาม ถ้ามีใครกำลังเดินข้ามถนน รถไม่ทับ หลบหลีกงูตามถนน หรืออะไรก็แล้วแต่ ขณะนั้นไม่ใช่สติเลย เป็นสมาธิ เป็นความตั้งใจ แน่วแน่ที่จะหลบเลี่ยง เพราะว่า สมาธินี้เป็นมิจฉาสมาธิก็ได้ เป็นสัมมาสมาธิก็ได้ คือ เป็นได้ทั้งฝ่ายกุศล และอกุศล แต่ถ้าเป็นสติต้องเป็นฝ่ายดีอย่างเดียว เป็นอกุศลไม่ได้ กำลังเอื้อมมือไปหยิบขนม เป็นสติหรือเปล่า

ฟังเพิ่มเติมหาคำตอบได้ค่ะ ปกิณณกธรรม ตอนที่ 19



ความคิดเห็น 1    โดย chatchai.k  วันที่ 1 ก.พ. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ