
อ.คำปั่น: มีประเด็นที่ได้ฟังเรื่อง ความมืด คืออวิชชา เป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ เพราะว่าอวิชชา หรือว่าโมหะก็มีจริง ซึ่งมีข้อความในอัฏฐสาลินี อรรถกถา พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี ที่ได้กล่าวถึงความเป็นจริงของโมหะครับ โมหะมีความมืดมนแห่งจิตเป็นลักษณะ หรือว่ามีความไม่รู้เป็นลักษณะ มีความไม่แทงตลอดเป็นรสะคือเป็นกิจ หรือมีความปกปิดสภาวะแห่งอารมณ์เป็นกิจ มีการไม่ปฏิบัติโดยชอบเป็นอาการปรากฏ และมีการกระทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายเป็นเหตุใกล้ให้เกิดครับ แล้วก็ อวิชชาหรือโมหะ ก็เป็นมูลของอกุศลธรรมทั้งปวงครับ นี่คือความเป็นจริงของโมหะ หรือว่าอวิชชาครับ
จากการที่ได้ฟังการสนทนาในที่ต่างๆ หรือแม้ในที่ล่าสุดที่ได้เดินทางไปบ้านธัมมะภาคเหนือครับ ก็มีการสนทนาในเรื่องของ อยู่ในความมืด มากทีเดียวครับ ซึ่งในความเป็นจริงก็มีแต่เพียงธรรมะ คือนามธรรมกับรูปธรรมเท่านั้น ไม่มีสัตว์บุคคลตัวตนเลยครับ มีแต่ธรรมะเท่านั้น แต่ ความไม่รู้ ก็มีมากจึงหลงยึดถือในสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นว่า เป็นตัวตน เป็นสัตว์ เป็นบุคคลครับ
และ ได้ฟังท่านอาจารย์ได้กล่าวถึงว่า อยู่ในโลกของอัตตา แล้วอัตตาในความมืด ด้วยครับ ก็ขอโอกาสท่านอาจารย์ได้กล่าวถึงความละเอียดตรงนี้ด้วยครับว่า อยู่ในโลกของอัตตา แล้วอัตตาในความมืดด้วยครับ กราบเท้าท่านอาจารย์ครับ
ท่านอาจารย์: เวลานี้ลองหาคุณคำปั่นซิ คุณคำปั่นอยู่ไหน?
อ.คำปั่น: คุณคำปั่นอยู่ไหน
ท่านอาจารย์: เห็นไหมๆ ๆ
อ.คำปั่น: มืดเลยครับท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: เพราะไม่มีคุณคำปั่น มีแต่สีสันวรรณะกระทบตาปรากฏ แต่ละจุดเล็กๆ จนกระทั่งรวมกันเป็นรูปร่างสัณฐานของแต่ละหนึ่งๆ จนกว่าจะถึงการจำเอาไว้ว่า สีๆ ๆ ๆ ๆ อย่างนี้คุณคำปั่น แต่ตัวคุณคำปั่นจริงๆ อยู่ไหน? มีไหม?
อ.คำปั่น: ไม่มีครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น อยู่ในความมืดสนิท หาไม่เจอ เพราะไม่มี แต่อวิชชาปกปิดไว้ใช่ไหม?
อ.คำปั่น: อวิชชาปกปิดไว้ครับ
ท่านอาจารย์: ทุกคนกำลังเห็นคุณคำปั่น คิดดู!! พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร ทรงประจักษ์แจ้งอะไร จึงตรัสคำซึ่งเปลี่ยนไม่ได้เลย สิ่งที่มีจริงทั้งหมดทุกอย่าง ธรรมะทั้งปวงเป็นอนัตตา ไม่ใช่อัตตาไม่ใช่สิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ใช่คนหนึ่งคนใด ไม่มีใครเลยทั้งสิ้น มีแต่ธรรมะเท่านั้น จริงไหม?
อ.คำปั่น: จริงครับ
ท่านอาจารย์: นี่ค่ะ สัจจบารมี เปลี่ยนไม่ได้
ความเข้าใจที่จากฟังมั่นคงเป็นสัจจบารมีจนถึงขณะที่ประจักษ์แจ้งตรงกัน แม้เดี๋ยวนี้ก็ต้องเข้าใจความจริง ลึกซึ้งปานใด!! สีสันต่างๆ ทั้งนั้นทั้งโลก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นที่ไหน ตรงไหน ก็เป็นแต่สีสันวัณณะ แต่เป็นตึกกี่ชั้น เป็นถนนหนทาง เป็นคลอง เป็นภูเขา คิดได้อย่างไร ปานนั้น!! เพราะไม่รู้ความจริง จึงจำ จำๆ ๆ ๆ ๆ ทุกอย่าง วิปลาสคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง สัญญาวิปลาส
อ.คำปั่น: ถ้ากล่าวถึงขณะที่ยึดถือว่า เป็นตัวตนสัตว์บุคคล ก็ต้องเป็นในขณะที่เป็นอกุศลจิตที่เกิดขึ้นเป็นไปครับ ไม่ได้เข้าใจในความเป็นจริงเลย เหมือนมืด ๒ ด้านเลยครับ ก็คือมืดด้วยไม่ใช่สิ่งที่ปรากฏทางตา และก็ยิ่งมืดที่สุด ก็คือถูกครอบงำถูกปกคลุมด้วยอวิชชาความไม่รู้ความจริงครับ
ท่านอาจารย์: ไม่ว่าจะปรากฏทางตา หรือไม่ปรากฏทางตา ก็ไม่รู้ความจริงหมดทุกอย่าง
อ.คำปั่น: ชัดเจนมากเลยครับ เป็นประโยชน์มากเลยครับ กราบเท้าท่านอาจารย์ครับ
ท่านอาจารย์: สนทนากันในความมืด ใช่ไหม?
ขอเชิญฟังได้ที่ ..
กว่าจะเข้าใจอนัตตา
มือที่จับเชือก
วิปลาส ๓ ในวัตถุ ๔
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
กราบยินดีในกุศลจิตของ อ.คำปั่น ด้วยค่ะ