ความละเอียดของเห็น
โดย Kuat639  19 มิ.ย. 2569
หัวข้อหมายเลข 52540

ขอเปรียบเทียบจากความเข้าใจของผมเองจากอุปมาอุปมัยเรื่องการเห็นกรณีผมเห็นเป็นภูเขาลูกนึงใหญ่มาก.แต่พระผู้มีพระภาคเจ้าเห็นเป็นเม็ดฝุ่นเป็นจำนวนมากนับไม่ถ้วนแถมแต่ละเม็ดไม่เหมือนกันเลยสักเม็ด.และแต่ละเม็ดปรากฎมาแล้วหายไปเม็ดใหม่ปรากฎ.เป็นเช่นนี้ตลอดเวลา ... พอจะให้คำอธิบายความคิดของผมตรงนี้อย่างไร?บ้างครับ?.แต่ความละเอียดลึกซึ้งมากกว่านี้มากนี่เป็นการเปรียบเปรยแค่หยาบๆ ...



ความคิดเห็น 1     โดย khampan.a  วันที่ 21 มิ.ย. 2569

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ควรที่จะได้เข้าใจตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงว่า เห็น คือ อะไร จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นจิตประเภทใด ก็สั้นแสนสั้น

เห็น หรือ จักขุวิญญาณ คือ จิตที่ทำหน้าที่เห็น เห็นเป็นสิ่งที่มีจริงๆ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ไม่ใช่เราที่เห็น เมื่อเห็นเกิดขึ้นก็ต้องเห็นสิ่งที่ปรากฏทางตาหรือสีเท่านั้น จะไปเห็นอย่างอื่นไม่ได้ จะไปเห็นเสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะไม่ได้ นี้คือ ความเป็นจริงของเห็น และเห็นจะเกิดขึ้นเองลอยๆ ไม่ได้ แต่เห็นเกิดเพราะเหตุปัจจัยหลายอย่าง กล่าวคือ ต้องมีกรรมเป็นปัจจัย จึงทำให้มีการเห็นเกิดขึ้น นอกจากนั้นก็ต้องมีเจตสิกเกิดร่วมด้วย ๗ ประเภท (๑. ผัสสเจตสิก สภาพที่กระทบอารมณ์ ๒. เวทนาเจตสิก สภาพที่รู้สึกหรือเสวยอารมณ์ ๓. สัญญาเจตสิก สภาพที่จำในอารมณ์ ๔. เจตนาเจตสิก สภาพที่ตั้งใจจงใจ ๕. เอกัคคตาเจตสิก สภาพที่ตั้งมั่นเป็นหนึ่งในอารมณ์ ๖. ชีวิติน-ทริยเจตสิก สภาพที่รักษาธรรมที่ร่วมกันให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ก่อนที่จะดับไป ๗. มนสิการเจตสิก สภาพที่ใส่ใจในอารมณ์) เห็น มีสิ่งที่ปรากฏทางตาเป็นอารมณ์ และมีที่เกิดของจิตเห็น คือ จักขุปสาท เมื่อค่อยๆ สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกอย่างนี้ ก็พอจะเข้าใจได้ว่า ไม่มีเราแทรกอยู่ในธรรมคือเห็นเลย เพราะเห็นเป็นธรรมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัยแล้วก็ดับไป ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ความเข้าใจก็จะต้องค่อยๆ มั่นคงขึ้น จนกว่าจะประจักษ์แจ้งธรรมตามความเป็นจริงว่าเป็นธรรม ไม่ใช่เรา ครับ

... ยินดีในกุศลของทุกๆ ท่านด้วยครับ ...


ความคิดเห็น 2     โดย chatchai.k  วันที่ 25 มิ.ย. 2569

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ