Loading...
  008863  อยากทราบว่า อนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา มีความหมายว่าอะไรครับ
jon1977
วันที่ 11 มิ.ย. 2551
อ่าน 51,740
 
 
ผู้รู้ช่วยตอบให้เข้าใจด้วยครับ ผมพึ่งจะศึกษาธรรมะไม่ค่อยเข้าใจ
 



  ความคิดเห็นที่ 1  
study
วันที่ 11 มิ.ย. 2551
 

คำว่า อนิจจัง(ไม่เที่ยง) ทุกข์ขัง (เป็นทุกข์) อนัตตา(ไม่ใช่ตัวตน)  ทั้ง ๓ นี้เป็นลักษณะ

ทั่วไปของสังขารธรรม (จิต เจตสิก รูป ) เรียกว่าไตรลักษณ์   ผู้ที่มีปัญญาท่านเห็นด้วย

ปัญญาตามเป็นจริงว่า สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา   แต่ผู้ที่มีปัญญา

น้อยย่อมไม่เห็นลักษณะทั้ง ๓ นี้ตามเป็นจริง สำคัญว่าเที่ยง เป็นสุข และมีตัวตน    แต่

ความจริงทุกขณะในชีวิตประจำวัน  จิต เจตสิกทุกขณะ  รูปทุกรูป เกิดดับ ไม่เที่ยง เป็น

ทุกข์ เป็นอนัตตา

ขอเชิญคลิกอ่านเพิ่มเติมที่   ..

ไตรลักษณ์  

สิ่งที่ปิดบังไตรลักษณ์

สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา  

อนิจจังและทุกขัง  

 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
wannee.s
วันที่ 11 มิ.ย. 2551
 

อนิจจัง  ทุกขัง  อนัตตา คือ ลักษณะของธรรมะทีมีจริงในขณะนี้ 

รู้ได้ด้วยการอบรมเจริญปัญญาค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
nok_ruuh
วันที่ 11 มิ.ย. 2551
 
เดิมทีเส้นผมบนศรีษะดำเป็นเงางาม พออายุมากขึ้น เส้นผมที่เคยดำกลับเปลี่ยนสี

แถมคันอีกต่างหาก ทนเกาไม่ไหว จะหลับนอน จะกินข้าว หรือเข้าห้องน้ำ  ต้องเอา

เวลาบางส่วนมาเกาศรีษะ บอกแล้วขอร้องแล้ว ว่าอย่าหงอกอย่าคันมันก็ไม่เชื่อ ไม่

รู้จะทำยังไงดี มีใครเป็นอย่างนี้บ้างหนอ บอกหน่อยจ้า
 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
Apologize
วันที่ 11 มิ.ย. 2551
 

ก่อนอื่นควรเข้าใจว่า   ธรรมคืออะไร    ธรรมคือสิ่งที่มีจริง ทำไมถึงกล่าวมามีจริง

เพราะมีลักษณะ   ถ้าไม่มีลักษณะก็จะไม่ปรากฏให้ รู้ อะไรเป็นธรรม ขณะนี้เห็น มี

จริงไหม เป็นธรรม  เสียงเป็นธรรมไหม  มีจริง เห็นตลอดเวลาไหม ขณะที่ได้ยิน

ขณะนั้นก็ไม่เห็น   ดังนั้น ลักษณะของสภาพธรรมโดยทั่วไป(สามัญลักษณะ)คือ

เมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมดับคือไม่เที่ยง เสียงเกิดขึ้นและดับไปสภาพธรรมที่มีจริงที่มี

อยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่เที่ยง ดังนั้นจึงไม่ใช่แค่เรื่องราวที่คิดว่าเป็นเด็กแล้วก็โต

เป็นหนุ่มแล้วก็แก่ จึงไม่เที่ยงแต่ก่อนที่จะโตเป็นหนุ่ม  เป็นคนแก่  ต้องมีสิ่งที่ไม่

เที่ยงนั่นคือธรรม   ขณะนี้เองไม่เที่ยง    จิต เจตสิก รูปที่เกิดขึ้นไม่เที่ยงชั่วขณะ

สั้นๆ แต่เมื่อเกิดดับสืบต่อกันเรื่อยไป  จึงปรากฏเป็นเด็ก และก็โตเป็นหนุ่มและก็

แก่ แต่สิ่งที่ไม่เที่ยงคือสภาพธรรมที่มีในขณะนี้

 
  

  ความคิดเห็นที่ 6  
Apologize
วันที่ 11 มิ.ย. 2551
 

สิ่งที่ไม่เที่ยงต้องแปรปรวนไป ทนอยู่ไม่ได้จึงเป็นทุกข์ ไม่ได้หมายเพียงว่า ปวด

เป็นทุกข์   เจ็บเป็นทุกข์เท่านั้น  แต่สภาพธรรมใดเกิดขึ้นและดับไปขณะนี้เองที่

ไม่เที่ยงจึงเป็นทุกข์เพราะแปรปรวนไป   ตั้งอยู่     ทนอยู่อย่างเดิมไม่ได้    ส่วน

อนัตตาเป็นลักษณะของสภาพธรรม   อันหมายถึงว่าไม่มีเรา ไม่มีสัตว์บุคคล แต่

ไม่ได้หมายถึงว่าไม่มีอะไรเลย แต่มีสภาพธรรม แต่ไม่ใช่เรา ไม่ใช่สัตว์บุคคลนั่น

เอง และอนัตตาก็หมายถึง บังคับบัญชาไม่ได้ ขณะนี้เห็น บังคับให้ไม่ให้เกิด ไม่

ให้ดับไปได้ไหม     เพราะเห็นแล้วและก็ต้องดับด้วย    จึงไม่ใช่เราที่ไปมีอำนาจ

บังคับบัญชาเพราะเป็นธรรมและเป็นอนัตตานั่นเอง

 
  

  ความคิดเห็นที่ 7  
orawan.c
วันที่ 12 มิ.ย. 2551
 
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 8  
suwit02
วันที่ 12 มิ.ย. 2551
 
            สาธุ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 9  
jon1977
วันที่ 12 มิ.ย. 2551
 

ขอขอบพระคุณมากๆครับ ผมเข้าใจแล้ว และจะนำไปปฏิบัติ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 10  
แล้วเจอกัน
วันที่ 12 มิ.ย. 2551
 
อ้างอิงจาก : ความคิดเห็นที่ 9 โดย jon1977

ขอขอบพระคุณมากๆครับ ผมเข้าใจแล้ว และจะนำไปปฏิบัติ

      ฟังให้เข้าใจก่อน ธรรมปฎิบัติ  ไม่ใช่เรา  ไปปฏิบัติครับ  ขณะที่เข้าใจ ปัญญาเจริญ

ขึ้น ปัญญาปฏิบัติหน้าที่ของปัญญาแล้วครับ คือมีความเข้าใจเพิ่มขึ้น ความไม่รู้น้อยลง

       ขออนุโมทนา

 
  

  ความคิดเห็นที่ 11  
เมตตา
วันที่ 12 มิ.ย. 2551
 

       อนิจจัง หมายถึง ขันธ์๕ เพราะว่ามีความเกิดขึ้น ความเสื่อมไป   ความแปรเปลี่ยน

เป็นอื่น  ความมีแล้วไม่มี  ความเป็นสิ่งที่มีความเกิดขึ้น   เสื่อมไป    และแปรเปลี่ยนไป

เป็นอื่นนั่นเอง เป็นอนิจจลักษณะ หรือหมายถึงอาการและวิการกล่าวคือเป็นแล้วไม่เป็น

       ทุกขัง ขันธ์ ๕  นั่นเองเป็นตัวทุกข์เพราะมีพระบาลีว่า      สิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นเป็น

ทุกข์เพราะเหตุใด เพราะบีบคั้นเนืองๆ อาการบีบคั้นเนืองๆนั่นเองเป็นทุกขลักษณะ

       อนัตตา  ขันธ์ ๕   นั่นเองเป็นอนัตตา    เพราะพระบาลีว่าสิ่งใดเป็นทุกข์     สิ่งนั้น

เป็นอนัตตาเพราะเหตุใด เพราะไม่เป็นไปในอำนาจ อาการที่ไม่เป็นไปในอำนาจนั่นเอง

เป็นอนัตตลักษณะ

     จากคำบรรยายของท่านอาจารย์ อ่านแล้วมีความเข้าใจมากและชัดเจนมาก เป็นต้น

ว่าอนิจจังก็คือรูปนาม  ขันธ์ ๕  นั่นเอง มีความเกิดขึ้น  ตั้งอยู่  ดับไป  และแปรเป็นอื่น

ตลอดเวลา    อาการลักษณะอาการเช่นนั้นเอง  เป็นอนิจจลักษณะ   อาการทุกขังและ

อนัตตา ก็เช่นเดียวกัน

       กราบอนุโมทนาท่านอาจารย์ค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 12  
khampan.a
วันที่ 12 มิ.ย. 2551
 
     พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงตรัสรู้ และ ทรงแสดงนั้นเป็นความจริง  เป็นสิ่งที่มี

จริง  ซึ่งพิสูจน์ได้ทุกขณะ  ไม่ว่าจะได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส  รู้สิ่งที่กระทบสัมผัส

คิดนึก  ขณะที่กุศลจิตเกิด  อกุศลจิตเกิด   ... ทั้งหมดเป็นธรรม  เพราะเป็นสิ่งที่มีจริง

ทรงไว้ซึ่งลักษณะเฉพาะของตน ๆ    ไม่เปลี่ยนแปลงลักษณะ  

       ลักษณะ ๓  คือ อนิจจัง (ไม่เที่ยง)  ทุกขัง (เป็นทุกข์) และ อนัตตา (ไม่ใช่ตัวตน)

นั้น เป็นลักษณะที่ทั่วไปแก่สภาพธรรมที่เป็นสังขารธรรมทั้งหมด     ซึ่งก็ไม่พ้นสภาพ-

ธรรมที่มีจริงในชีวิตประจำวัน  (สังขารธรรม หมายถึง ธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่งจึงเกิดขึ้น)

      สภาพธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่งให้เกิด จึงเกิดขึ้น (จิต เจตสิก รูป)     เมื่อเกิดขึ้นแล้ว

ก็ดับไป   จึงไม่เที่ยง    ไม่เที่ยงเพราะเกิดแล้วดับไป     สภาพธรรมที่เกิดแล้วดับไปนั้น

นั่นแหละ  เป็นทุกข์    เป็นทุกข์เพราะเหตุว่าตั้งอยู่ไม่ได้          มีความแปรปรวนไปเป็น

ธรรมดา  ไม่ตั้งอยู่นาน      เมื่อไม่เที่ยง    เป็นทุกข์       จึงไม่ใช่ตัวตน คือ เป็นอนัตตา
 
(เพราะไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใคร)

        สิ่งที่มีจริงทั้งหมด     จึงควรที่จะศึกษาเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกในลักษณะของ

สภาพธรรมที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง  เพื่อมิให้เข้าใจผิดไปหลงยึดถือในสภาพ

ธรรมที่กำลังปรากฏนั้น ว่า เป็นตัวตน สัตว์ บุคคล หรือ เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด
  ครับ      
 
  

  ความคิดเห็นที่ 13  
เซจาน้อย
วันที่ 15 มิ.ย. 2551
 

ขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 14  
ผ้าเช็ดธุลี
วันที่ 24 มิ.ย. 2554 13:29 น.
 
ขอขอบพระคุณ และ ขออนุโมทนาครับ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 15  
peem
วันที่ 17 ก.ค. 2554 10:07 น.
 
ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 16  
sawok-buddha
วันที่ 21 ก.ค. 2557 15:16 น.
 

อนุโมทนาครับ

ขออนุโมทนา

 
  

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่

Back to Top