Loading...
 8737   เศร้า
aBuddhist
วันที่ 28 พ.ค. 2551
อ่าน 1,160
 



  ความคิดเห็นที่ 1  
study
วันที่ 28 พ.ค. 2551
 

มีข้อความบางตอนจากอรรถกถา อธิบายการแก้ไขขณะที่จิตหดหู่ ท้อถอย

แต่ต้องเข้าใจว่า เป็นเรื่องของผู้ที่มีปัญญา  มีดังนี้

             สมัยใด    จิตไม่แช่มชื่น    เพราะมีปัญญาและความเพียรอ่อนไป

หรือเพราะไม่บรรลุสุขที่เกิดแต่ความสงบ       สมัยนั้น   ก็จิตให้สลด  ด้วย

พิจารณาสังเวควัตถุเรื่องอันเป็นที่ตั้งแห่งความสลด ๘  ประการ.  เรื่องอัน

เป็นที่ตั้งแห่งความสลด ๘ ประการ   คือ   ๑. ชาติ     ๒.  ชรา    ๓. พยาธิ

๔. มรณะ              ๕.  ทุกข์ในอบาย          ๖. ทุกข์ในอดีตมีวัฏฏะเป็นมูล 

๗. ทุกข์ในอนาคตมีวัฏฏะเป็นมูล          ๘.  ทุกข์ในปัจจุบันมีการแสวงหา

อาหารเป็นมูล.   อนึ่ง การทำความเลื่อมใสให้เกิด  ด้วยมาระลึกถึงคุณพระ-

รัตนตรัย   อันนี้ก็เรียกว่าการทำจิตให้ร่าเริงในสมัยที่ควรให้ร่าเริง.

ขอเชิญคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่...

หากเกิดความท้อในการศึกษาธรรมะ 

ท้อถอย 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
wannee.s
วันที่ 28 พ.ค. 2551
 

พิจารณาถึงโลกธรรม 8 ประการ คือ

1.  ได้ลาภ 

2.  เสื่อมลาภ

3.  ได้ยศ

4.  เสื่อมยศ

5.  สุข

6.  ทุกข์

7.  สรรเสริญ

8.  นินทา

ขณะที่กุศลจิตเกิดจะไม่เศร้า จะไม่ท้อแท้ จะไม่เซ็งค่ะ  ให้ฟังธรรมะ  พิจารณาธรรมะ

เจริญกุศลทุกประการ  โดยเฉพาะอบรมเจริญสติปัฏฐานค่ะ

 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
michii
วันที่ 28 พ.ค. 2551
 
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
อนุโมทนา
วันที่ 28 พ.ค. 2551
 

                                                 พระพุทธคุณ

  พระองค์ทรงมีพระกรุณาเกื้อกูลสัตว์โลก ยอมเหนื่อยและทำทุกอย่างโดยไม่หวังผล

  พระองค์ทรงสละความสุขส่วนพระองค์ แล้วทำประโยชน์กับสัตว์โลก

  ทรงมีพระคุณหาประมาณไม่ได้ แม้พระพุทธเจ้าด้วยกันก็พรรณาพระคุณไม่จบสิ้น

  อนึ่งเมื่อครั้งเป็นพระโพธิสัตว์ พระองค์ก็ทรงเศร้าใจเสียใจแต่ก็อดทนที่จะอบรม

    ปัญญาและเจริญกุศลทุกประการ

  ก็พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้ไกลจากกิเลส ไกลจากความเศร้าใจ

  พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเพื่อให้หายความเศร้าใจด้วยเข้าใจว่าเป็นธรรม

 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
unh
วันที่ 28 พ.ค. 2551
 

ทำไมถึงเศร้า ท้อแท้ เซ็ง

       - เพราะมีความหวัง ความติดข้อง ในสิ่งหนึ่งสิ่งใด….จึง เศร้า ท้อแท้ เซ็ง

       - เพราะมีความเป็นตัวตน….จึง เศร้า ท้อแท้ เซ็ง

       - เพราะไม่รู้ว่า  เศร้า ท้อแท้ เซ็ง  เป็นเพียงสภาพธรรม….จึง เศร้า ท้อแท้ เซ็ง

       - เพราะยังมีพืชเชื้อของโทสะ สะสมอยู่ในจิต….จึง เศร้า ท้อแท้ เซ็ง

จะบรรเทาจากความเศร้า ท้อแท้ เซ็ง ได้อย่างไร

       คนที่ไม่สนใจ ไม่เข้าใจธรรม  เวลา เศร้า ท้อแท้ เซ็ง   ก็อาจจะคิดหาทางแก้  โดย

มีความเป็นตัวตนที่จะหาอะไรมากลบ   เช่น  ไปหาความสนุกสนานบันเทิงเริงรมย์ต่างๆ

คือไปเป็นกุศลประเภทอื่นแทน       ซึ่งไม่ใช่หนทางที่จะละคลาย  บรรเทา  ความเศร้า

ท้อแท้ เซ็ง ได้จริงๆ  แต่จะยิ่งสะสมกุศลเพิ่มขึ้น

       สำหรับผู้ที่สนใจธรรม   เมื่อเกิดความเดือดร้อนใจ  ก็คิดถึงธรรม   ตามอัธยาศัยที่

สะสมมา    ซึ่งก็แน่นอนว่า  พระธรรมย่อมมีประโยชน์เกื้อกูลอย่างสูงสุด   แต่ก็ต้องเป็น

ไปตามระดับความเข้าใจของแต่ละบุคคล       จึงไม่ควรเพียงคิดจะหาหลักธรรมข้อโน้น

ข้อนี้ มาบรรเทาอกุศลที่เกิดขึ้น ด้วยความเป็นตัวตน      แต่ควรจะค่อยๆ สะสมปัญญา

ความเข้าใจว่า เป็นธรรม ไม่ใช่ตัวตน  และไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใคร เกิดขึ้น

ตามเหตุตามปัจจัย    ตั้งแต่ปัญญาในขั้นฟัง สนทนา พิจารณาใคร่ครวญ  จนถึงปัญญา

ขั้นระลึกรู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง    ซึ่งปัญญาทุกขั้นย่อมทำให้บรรเทาจากอกุศล

วิตก ( อย่างเช่น ความเศร้า ท้อแท้ เซ็ง ) ตามระดับของปัญญาขั้นนั้นๆ  ถ้าเป็นปัญญา

ที่รู้ตรงลักษณะของสภาพธรรม          ก็จะเป็นหนทางแห่งการละคลายความเป็นตัวตน

ความติดข้อง ( โลภะ )  ซึ่งเป็นเหตุที่แท้จริง ของความทุกข์ทั้งมวล

        เศร้า  ท้อแท้  เซ็ง       เป็นเพียงสภาพธรรมที่เกิดขึ้นตามเหตุตามปัจจัย   เพราะ

ตราบใดยังมีพืชเชื้อของโทสะอยู่ในจิต     เมื่อได้เหตุได้ปัจจัย เช่น ประสบกับสิ่งที่ไม่น่า

ปรารถนา   โทสะความเดือดร้อนใจก็เกิดขึ้น    ผู้ที่จะไม่มีความ เศร้า ท้อแท้ เซ็ง  จริงๆ

อีกเลยนั้นต้องเป็นพระอริยบุคคลขั้นพระอนาคามี        ( สูงกว่า พระโสดาบัน และพระ-

สกทาคามี )    เพราะเป็นผู้ที่อบรมเจริญปัญญารู้สภาพธรรมตามความจริง  จนสามารถ

ดับความยินดีใน รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ      พร้อมกับพืชเชื้อของโทสะทั้งหมดได้

อย่างสิ้นเชิง   จึงไม่มีโทสะ ( ซึ่งหมายรวมถึงความไม่สบายใจในทุกๆลักษณะ ) เกิดขึ้น

อีกเลย

 
  

  ความคิดเห็นที่ 6  
happyindy
วันที่ 29 พ.ค. 2551
 

ไม่รู้ว่าคุณเศร้าหรือเซ็งด้วยเรื่องอะไร

แต่ว่าหลายๆ ความคิดเห็นในหัวข้อที่ 08689 ช่วยตอบด่วนด้วยครับ

อาจจะช่วยได้บ้าง เพราะอินดี้ก็กำลังอ่านแล้วอ่านอีกอยู่เหมือนกัน ลองคลิกไปดูนะคะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 7  
orawan.c
วันที่ 29 พ.ค. 2551
 

เศร้า เป็นธรรมะ และเป็นอนัตตา เกิดและดับเมื่อมีเหตุปัจจัย  ไม่ใช่เราหรือของเรา

แต่เมื่อยึดมั่นถือมั่นว่า  เศร้าหรือธรรมะทุกอย่างเป็นเราหรือของเรา  ความทุกข์ก็ยิ่ง

รุมเร้าแทนที่จะละคลาย  ถ้าหมั่นฟังพระธรรมบ่อย ๆ เนือง ๆ และพิจารณาไตร่ตรอง

ด้วยความเข้าใจจริงๆว่าทุกอย่างเป็นธรรมะจริงๆ  และบังคับบัญชาไม่ได้จริงๆ  ก็น่า

จะพอช่วยได้

 
  

  ความคิดเห็นที่ 8  
เจริญในธรรม
วันที่ 29 พ.ค. 2551
 
ขออนุโมทนาครับ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 9  
พาราระวี
วันที่ 29 พ.ค. 2551
 

อย่าเศร้าไปเลยนะคะ การฟังธรรมะก็ไม่ใช่ว่าจะช่วยให้หายเศร้าได้ซะทีเดียว แต่ต้อง

อาศัยการอบรมและสะสมมาที่จะได้เกิดความเข้าใจว่า  ไม่มีเราให้เศร้าค่ะ  เพราะเป็น

เพียงสภาพธรรมะเรียกว่าอกุศลจิตนั่นเอง

- มองโลกในแง่ดีนะคะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 10  
majweerasak
วันที่ 29 พ.ค. 2551
 

   ศึกษาธรรมะให้เข้าใจว่า เศร้าใจก็เป็นธรรมชนิดหนึ่ง เป็นอนัตตา บังคับบัญชาไม่ได้

เมื่อมีเหตุปัจจัยพร้อมก็ต้องเกิด  เมื่อเกิดแล้วก็ต้องเศร้า เปลี่ยนแปลงไม่ให้เศร้าก็ไม่ได้

แต่ผู้มีปัญญาที่อบรมดีแล้ว  สามารถรู้ได้ว่าเศร้าใจก็เป็นธรรมชนิดหนึ่ง จึงไม่เดือดร้อน

เพราะไม่ใช่เรา ไม่มีเรา เป็นเพียงแต่ธรรมชนิดหนึ่ง

ธรรมที่เกิดแล้ว ย่อมทำกิจหน้าที่ของตน(ธรรมะ)  เปลี่ยนแปลงไม่ได้

โลภะ เกิดแล้ว ย่อมทำกิจของโลภะ ย่อมติดข้องในอารมณ์ ไม่ให้ติดข้องก็ไม่ได้

โทสะ เกิดแล้ว ย่อมทำกิจของโทสะ

จิต เกิดแล้ว ย่อมรู้อารมณ์  ไม่ให้รู้ก็ไม่ได้

เศร้าใจ เกิดแล้ว   (ผู้มีปัญญา) รู้ได้ แต่เปลี่ยนแปลงไม่ให้เศร้าไม่ได้

ท้อแท้ เกิดแล้ว    (ผู้มีปัญญา) รู้ได้ แต่เปลี่ยนแปลงไม่ให้ท้อแท้ไม่ได้

เซ็ง เกิดแล้ว      (ผู้มีปัญญา) รู้ได้ แต่เปลี่ยนแปลงไม่ให้เซ็งไม่ได้

      กุศลก็เป็นธรรมชนิดหนึ่ง  อกุศลก็เป็นธรรมชนิดหนึ่ง ไม่มีเรา  ไม่ใช่เรา ผู้มีปัญญา

จึง
ไม่ควรเดือดร้อน

 

 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 11  
C.pongsiri
วันที่ 29 พ.ค. 2551
 

   ไม่ได้เศร้าทุกขณะใช่ไหมค่ะ  ทนให้ได้ เดี๋ยวก็หาย เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็จะผ่านไป

ตั้งใจฟังและพิจารณาธรรมบ่อย ๆ  ค่ะ  ความเศร้าก็เป็นอนิจจัง  อยู่ได้ระยะหนึ่งก็จะ

หมดไป   ท่องเอาไว้ค่ะ.....  เดี๋ยวก็หาย  เดี๋ยวก็หาย

                                                                  จาก  ผู้เคยอยากตาย

 
  

  ความคิดเห็นที่ 12  
นวล
วันที่ 29 พ.ค. 2551
 

ในมัชฌิมนิกาย  อุปริปัณณาสก์  วิภังควรรค  ภัทเทกรัตตสูตร  

[๕๒๗] พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสดังนี้

          บุคคลไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงแล้ว

ไม่ควรมุ่งหวังสิ่งที่ยังไม่ มาถึง    สิ่งใดล่วง

ไปแล้ว สิ่งนั้นก็เป็นอันละไปแล้ว และสิ่งที่

ยังไม่มาถึง ก็เป็นอันยังไม่ถึง     ก็บุคคลใด

เห็นแจ้งธรรมปัจจุบัน ไม่ง่อนแง่น ไม่คลอน

แคลนในธรรมนั้นๆ ได้   บุคคลนั้นพึงเจริญ

ธรรมนั้นเนืองๆ ให้ปรุโปร่งเถิด พึงทำความ

เพียรเสียใน วันนี้แหละ     ใครเล่าจะรู้ความ

ตายในวันพรุ่ง    เพราะว่าความผัดเพี้ยนกับ

มัจจุราชผู้มีเสนาใหญ่นั้น ย่อมไม่มีแก่เราทั้ง

หลาย       พระมุนีผู้สงบย่อมเรียกบุคคลผู้มี

ปรกติอยู่อย่างนี้ มีความเพียร  ไม่เกียจคร้าน

ทั้งกลางวันและกลางคืน  นั้นแลว่าผู้มีราตรี

หนึ่งเจริญ ฯ
... 


สิ่งล่วงแล้ว แล้วไป อย่าใฝ่หา

ที่ไม่มา ก็อย่าพึ่ง คนึงหวัง

อันวันวาน ผ่านพ้น ไม่วนวัง

วันข้างหน้า หรือก็ยัง ไม่มาเลย

ผู้ใดเฟ้น เห็นชัด ปัจจุบัน

เรื่องนั้นนั้น แจ่มกระจ่าง อย่างเปิดเผย

ไม่แง่นง่อน คลอนคลั่ง ดั่งเช่นเคย

รู้แล้วเลย ยิ่งเร้า ให้ก้าวไป

วันนี้เอง เร่งกระทำ ซึ่งหน้าที่

อันวันตาย แม้พรุ่งนี้ ใครรู้ได้

เพราะไม่อาจ บอกปัด หรือผลัดไว้

ต่อความตาย และมหา เสนามัน

ผู้มีเพียร เวียนเป็น อยู่เช่นนี้

ทั้งทิพา ราตรี แข็งขยัน

นั่นแหละผู้ "ภัทเท- กรัตต์"อัน

สัตบุรุษ ผู้รู้ ท่าน กล่าวกันเอยฯ

....

 
  

  ความคิดเห็นที่ 13  
suwit02
วันที่ 29 พ.ค. 2551
 

         พอดีเลยครับ  เพิ่งได้อ่าน  มี ชี วิ ต อ ยู่ ด้ ว ย ปั ญ ญ า
 
     ( คลิกเพื่อดาวน์โหลด )
 
    เอาใจช่วยนะครับ


 มีชีวิตอยู่ด้วยความหวัง ใคร ๆ ก็สอนกันว่า ให้ตั้งความหวังไว้ใน

การทำทุกสิ่ง  เพราะความหวังเป็นสิ่งจรรโลงใจ  มีคำพูดที่สอนเกี่ยว

กับชีวิตและความหวังมากมาย   เมื่อท่านบรรยายเสร็จ  ดิฉันจึงเรียน

ถามท่านว่า    “ถ้าไม่มีความหวัง ชีวิตจะอยู่อย่างไร”   ท่านก็ตอบว่า

“อยู่ด้วยปัญญาซิคะ”   คำตอบสั้น ๆ ของท่านรวมทุกสิ่งทุกอย่าง

อยู่ในนั้น  ทำให้ดิฉันรู้สึกโปร่งโล่งใจสบาย  จุดประกายให้ดิฉันตั้งใจ

ศึกษาพระธรรม  เพื่อให้มีชีวิตอยู่ด้วยปัญญา  เพราะไม่ว่าชีวิตจะเป็น

สุข เป็นทุกข์ ได้ยศ ได้สรรเสริญ ได้นินทา ได้ลาภเสื่อมลาภอย่างไร

ชีวิตก็เป็นอยู่ได้ด้วยปัญญา   


ขออนุโมทนาผู้เขียนครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 14  
shumporn.t
วันที่ 29 พ.ค. 2551
 

       เศร้าเพราะไม่รู้ว่าเป็นธรรมที่มีโทษและไม่มีประโยชน์เลย  เศร้าตั้งหลายวันโดย

ไม่รู้ความจริงว่ากำลังสะสมสิ่งที่ไม่ดี   สะสมให้เกิดบ่อยเนือง ๆ  อาจเป็นปัจจัยให้ไป

เกิดในอบายภูมิได้  ถ้ารู้ความจริงอย่างนี้แล้ว  จะเศร้าไปเพื่ออะไร

 
  

  ความคิดเห็นที่ 15  
pornpaon
วันที่ 29 พ.ค. 2551
 

ก่อนอ่านก็เศร้า อ่านแล้วสร่างเศร้า

ความเศร้าที่ดับแล้ว ความเศร้าที่กำลังเกิดอยู่ กับความเศร้าที่อาจจะเกิดขึ้นอีก

ล้วนเป็นธรรม ห้ามไม่ให้เกิดไม่ได้

เมื่อเหตุปัจจัยพร้อมย่อมเกิดขึ้น ดับไป ดับแล้ว มีเหตุพร้อมอีกก็เกิดขึ้นใหม่

แต่สามารถศึกษาเพื่อสะสมความเข้าใจถูกได้ว่า นี่เป็นเพียงสภาพธรรมชนิดหนึ่ง

และย่อมเกิดขึ้นอีก ย่อมพบได้อีก ตราบใดที่ยังเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏฏ์

      

ขออนุโมทนาทุกความคิดเห็นค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 16  
suwit02
วันที่ 29 พ.ค. 2551
 
  

  ความคิดเห็นที่ 17  
อนุโมทนา
วันที่ 29 พ.ค. 2551
 

อ่านดีทุกความเห็นเลยครับ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 18  
pornchai.s
วันที่ 29 พ.ค. 2551
 

ยังมีผู้ที่เศร้า และเซ็งในชีวิต มากกว่าท่านเจ้าของกระทู้มากมายหลายล้านครับ

และเขาเหล่านั้น ไม่ได้ฟังพระธรรมด้วย

ท่านเจ้าของกระทู้นี่นับว่ามีบุญที่สะสมมามากนะครับที่ได้สดับพระธรรม

 
  

  ความคิดเห็นที่ 19  
JANYAPINPARD
วันที่ 30 พ.ค. 2551
 

รู้สึกเศร้าใจ ท้อแท้ เซ็ง เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเป็นธรรมดาของปุถุชนอย่างเราๆ

เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วดับไปเช่นเสียงที่ทำให้เราโกรธ..หรือเซ็ง

ที่ว่าเศร้ามาหลายวันแสดงว่ายังคิด..อยู่

เคยแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการฟังธรรม..แล้วมักจะได้ฟังประโยคที่โดนใจ..เช่น

ประโยคหนึ่งของท่านอาจารย์...ที่ว่า

คนที่ทำให้เราโกรธ..ในขณะนี้อาจจะเจริญกุศลอยู่(กำลังสะสมกุศล)

แต่ขณะนี้เรากำลังผูกโกรธอยู่(โดยเฉพาะเศร้ามาหลายวัน)

เรากำลังสะสมอกุศลซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อตนเองเลย

...เป็นกำลังใจให้หายเศร้า  ท้อแท้ เซ็ง คะ..




 
  

  ความคิดเห็นที่ 20  
C.pongsiri
วันที่ 31 พ.ค. 2551
 

   ขออนุญาตแสดงคำประพันธ์ของท่านผู้หนึ่ง ต้องขออภัยที่จำชื่อท่านไม่ได้ค่ะ

             อย่าปล่อยให้  วันวาน ที่ผ่านพ้น

        ทำให้เรา  ทุกข์ทน  จนหม่นไหม้

        มัวครุ่นคิด  อาจทำผิด  ซ้ำลงไป

        ยิ่งเพิ่มวัน  เสียใจ  ไปอีกวัน

              วันนี้คุณ      aBuddhist   คงรู้สึกดีขึ้นมากแล้วใช่ไหมคะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 21  
คุณ
วันที่ 5 พ.ย. 2552 14:39 น.
 

ขออนุโมทนาค่ะุ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 22  
คุณ
วันที่ 5 พ.ย. 2552 14:39 น.
 

ขออนุโมทนาค่ะุ

 
  

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่

Back to Top