Print 
เหตุใดผมจึงศึกษา ... ๒๐ __เพราะไม่ต้องทำตัวผิดปกติ
 
สารธรรม
วันที่  15 มี.ค. 2551
หมายเลข  7905
อ่าน  1,767

 

 

   ถ้าจะเริ่มเจริญสติ ฯ เดี๋ยวนี้จะทำอย่างไร  


                เรื่องนี้   ถ้าท่านมีศรัทธาที่จะเจริญสติ ฯ  และเข้าใจในหนทางปฏิบัติที่ถูกต้องแล้ว ก็เจริญสติ ฯ ได้
(ไม่ใช่มีศรัทธาเพียงขั้นตรึกตรองนึกคิดเท่านั้น)

 

                การเจริญสติ ฯ เริ่มที่มีสติระลึกรู้     รู้สึกตัว   หรือรู้ตามลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนี้เดี๋ยวนี้ (ไม่ใช่อดีตหรืออนาคต)เช่น ขณะนี้มีสิ่งที่ปรากฏหลายอย่าง

คือ ทางตาก็เห็น ทางหูก็ได้ยิน ทางจมูกก็ได้กลิ่น  อย่างนี้ก็ต้องพยายามรู้สิ่งที่ปรากฏที

 

ละอย่าง เช่น ระลึกรู้ที่เสียงที่อาจารย์พูด  ขณะที่ได้ยินเสียงนั้นมี ๒ อย่างด้วยกัน    ตัว

 

เสียงเองนั้น ไม่รู้อะไรเลยจึงเป็นรูป ได้ยินเสียงเป็นสภาพรู้ก็เป็นนาม รู้เพียงนี้ก่อนแล้ว

 

ค่อย ๆ หัดสังเกตสำเหนียกบ่อย ๆ เนือง ๆ สติก็จะเกิดมีมากขึ้น  ปัญญาก็จะเจริญขึ้น  รู้


ชัดขึ้น คมกล้าขึ้น จนสามารถละคลายการยึดมั่นว่าเป็นตัวตน สัตว์ บุคคลได้               ต้องไม่ลืมว่า     การเจริญสติ   เป็นการเจริญปัญญาให้รู้ชัดในสภาพที่แท้จริงของธรรมที่กำลังปรากฏ   อย่าทำอะไรให้ผิดปกติ    การเจริญสติ ฯ ไม่จำกัดเวลาและสถานที่ใด ๆ

ทั้งสิ้น สติเกิดได้ทั้งนั้น   ถ้าคอยเลือกโอกาส เลือกสถานที่และเวลาแล้วก็น่าเสียดาย  ที่วัน

 

หนึ่ง ๆ หมดไปโดยสติไม่ได้ระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่เกิดขึ้นกำลังเห็น  กำลังได้ยิน

 

กำลังกระทบเย็น  ร้อน  อ่อน แข็ง    พิจารณาเนือง ๆ ว่า   ในขณะนี้เป็นลักษณะของนามธรรม

และรูปธรรมเท่านั้น  ไม่ใช่ตัวตน  สัตว์ - บุคคล   ถ้าเกิดโกรธ หรือยินดี พอใจ ก็ช่วยไม่ได้

 

อย่าละเลย พิจารณาสภาพธรรมนั้นทุกครั้งที่เกิดขึ้นเพราะเป็นของมีจริง  เกิดขึ้นเพราะ

เหตุปัจจัย  พิจารณาเสียบ่อย ๆ เนือง ๆ เพื่อจะได้ละการยึดถือว่า ความโกรธ ยินดี   พอ

 

ใจ เป็นตัวตน   ซึ่งที่แท้แล้ว  ก็เป็นรูปธรรม  นามธรรม เท่านั้นต้องเข้าใจว่า  รูปนั้นไม่มี

 

อะไรเลย นามนั้นเป็นสภาพรู้  ลักษณะรู้  ธาตุรู้ อาการรู้ ต้องเข้าใจและจำให้ได้ แล้วจะ

 

ตัดสินได้ถูกเมื่อมีสิ่งปรากฏและนี่คือปัญญาขั้นต้น ถ้าไม่รู้อย่างนี้แล้ว ก็ไม่สามารถที่จะ

 

เจริญสติ ฯ ได้

 

               การเจริญสติ ฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย   เวลารับประทานข้าว    เคยรู้สึกตัวบ้างไหม    แขนที่เหยียดออก คู้เข้า  ยกขึ้นลง  มือ  ปาก ขากรรไกรเคลื่อนไหว ถ้าเคยรู้ว่าอวัยวะเคลื่อนไหวก็

 

เรียกได้ว่ารู้สึกตัว   เวลารับประทานอาหาร รู้รสที่ลิ้นเท่านั้น ไม่เลยไปกว่านั้น รสที่ปรากฏที่ลิ้น

 

หมดแล้วก็หมดไป เกิดที่ไหน ดับที่นั่น นี่ก็พูดตามอรรถ ยังไม่เคยประจักษ์แจ้งกับตัวเอง

 

 

                ผู้ใดเจริญสติ ฯ   แต่ปัญญาไม่เกิด  ก็ละกิเลสไม่ได้   เมื่อสติเกิดขึ้นแล้วปัญญาก็เริ่มศึกษา   สังเกต   พิจารณารู้ลักษณะของสิ่งที่กำลังปรากฏทีละเล็กทีละน้อย การรู้ความจริง

 

ของสภาพธรรมทั้งหลายนั้น   รู้ได้ด้วยการอบรมเจริญปัญญา   ปัญญาจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น   รู้ชัด

 

ขึ้นในสภาพของนามและรูป  ปัญญาจะคมกล้าขึ้นจนละคลายการยึดมั่นว่าเป็นตัวตนได้

 

 

คลิก ดาวน์โหลด หนังสือที่นี่

 

เหตุใดผมจึงศึกษาธรรรมะ

 

213-06/10/2552


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
opanayigo
วันที่ 12 ก.ค. 2551

บางครั้งก็ระลึกรู้  บางครั้งก็หลงลืมสติค่ะ

ก็ค่อยๆเป็นค่อยๆไปตามลำดับขั้น อบรมไปเรื่อยๆ ศึกษา สำเหนียกบ่อยๆ

ขออนุโมทนานะคะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
jintana
วันที่ 27 มิ.ย. 2553 17:56 น.

  จะพยายามปฏิบัติให้เกิดปัญญาค่ะ....สาูธุ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ