Loading...
  006676  จะหามิตรที่คบแล้วไม่หวังผลประโยชน์จะมีไหมค่ะ
เด็กดาวคะนอง
วันที่ 25 ธ.ค. 2550
อ่าน 1,897
 
 

ช่วยอธิบาย  มิตรในวันนี้คบกันไม่หวังผลประโยชน์หาได้ยากค่ะ

ในโลกนี้  จะหามิตรที่คบแล้วไม่หวังผลประโยชน์จะมีไหมค่ะ

 



  ความคิดเห็นที่ 1  
แล้วเจอกัน
วันที่ 25 ธ.ค. 2550
 

              ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

ตามธรรมดาสัตว์ทั้งหลายเป็นผู้รักตน ย่อมเห็นแก่ประโยชน์ตน การเข้าไปคบหา ไม่ว่า

จะเป็นการทำดีด้วย   การไหว้ย่อมมีเหตุ    เหตุในการคบคือเพื่อประโยชน์ของตน เช่น

ลาภ สักการะ ชื่อเสียง  เป็นต้น แม้คบเพื่อเป็นเพื่อนให้ทำกิจธุระเล็กๆน้อยๆ ก็ชื่อว่าคบ

เพราะมีประโยชน์เป็นเหตุ    หากคนไหนไม่มีประโยชน์ เช่น  ไม่ให้ลาภ  ไม่ให้สักการะ

แม้ไม่ให้ความสุขทางใจ ก็ไม่คบหาเพราะไม่เป็นประโยชน์กับตน  ดังนั้นจึงเป็นธรรมดา

เหลือเกินที่สัตว์โลกเป็นอย่างนี้ครับ(มิตรเทียม ) เพียงแต่ว่าเราเริ่มที่จะเป็นมิตรแท้ของ

คนอื่น โดยคบเพื่อช่วยเหลือและทำประโยชน์    มิใช่คบเพราะเหตุอื่น   หรือเพื่อตัวเอง

ครับ เพราะเหตุนี้แหละจึงปรากฏการเลือกคบเพราะประโยชน์เป็นสำคัญที่เป็นไปในการ

ติดข้องเพิ่มกิเลส(เพื่อ ลาภ สักการะและความสุขทางใจ)   ต่างจากการเลือกคบบุคคล

ด้วยปัญญาที่เป็นประโยชน์ในการละคลายกิเลส และความเจริญขึ้นในความเห็นถูกครับ

(ไม่คบคนพาล คบบัณฑิต)     ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้   หากเริ่มเห็นประโยชน์   ด้วย

ปัญญาครับ ขออนุโมทนาครับ ดังข้อความในพระไตรปิฎก   

     

เชิญคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่.. หากว่าเราคิดถึงคนอื่นมากกว่าตนเองเสียบ้าง  

 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
แล้วเจอกัน
วันที่ 25 ธ.ค. 2550
 

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๕ - หน้าที่ 243

                                  ข้อความบางตอนจาก...

                อรรถกถา ขัคควิสาณสูตร

                           มนุษย์ทั้งหลาย ผู้ไม่สะอาด มีปัญญา

               มุ่งประโยชน์ตนผู้ไม่มีเหตุ    ย่อมคบหาสมาคม

               มิตรผู้หาได้ยากในทุกวันนี้       เพราะมีเหตุเป็น

               ประโยชน์      บุคคลพึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือน

               นอแรด  ฉะนั้น  ดังนี้.

 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
แล้วเจอกัน
วันที่ 25 ธ.ค. 2550
 

     ในบทเหล่านั้น บทว่า ภชนฺติ ความว่า  แอบเข้าไปนั่งใกล้ด้วยร่างกาย.

บทว่า เสวนฺติ    ความว่า  ย่อมบำเรอด้วยอัญชลีกรรมเป็นต้นและด้วยความเป็น

ผู้รับใช้.  เหตุเป็นประโยชน์ของมนุษย์เหล่านั้น    เพราะเหตุนั้น     มนุษย์เหล่า

นั้น    จึงมีเหตุเป็นประโยชน์     อธิบายว่า    เหตุอื่นในการคบและการเสพไม่มี.

เหตุของมนุษย์เหล่านั้นอย่างนี้   มีอธิบายว่า  ย่อมเสพเพราะเหตุแห่งตน.

 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
แล้วเจอกัน
วันที่ 25 ธ.ค. 2550
 

                 บทว่า  นิกฺการณา  ทุลฺลภา  อชฺช    มิตฺตา    ความว่า   ชื่อว่า  ผู้

ไม่มีเหตุเพราะเหตุแห่งการได้ประโยชน์อย่างนี้ว่า   พวกเราจักได้ประโยชน์บาง

อย่างจากคนนี้มาเป็นมิตรผู้ประกอบพร้อมด้วยความเป็นมิตรอันประเสริฐ      ที่

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วอย่างนี้ว่า

                       มิตรมีอุปการะ  ๑      มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์  ๑

                       มิตรบอกประโยชน์  ๑       มิตรอนุเคราะห์  ๑

                       ดังนี้อย่างเดียว   ซึ่งหาได้ยากในทุกวันนี้.

         ปัญญาของมนุษย์เหล่านั้น   ตั้งอยู่แล้วในตน    มนุษย์เหล่านั้นเห็นแก่

ตนเท่านั้น ไม่เห็นแก่ผู้อื่น  เพราะฉะนั้น  มนุษย์เหล่านั้น จึงชื่อว่า มีปัญญามุ่ง

ประโยชน์ตน

                  ขออุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
wannee.s
วันที่ 26 ธ.ค. 2550
 

ขึ้นอยู่กับจิตแต่ละขณะ  เพราะบางครั้งจิตเป็นอกุศล  ก็คบด้วยโลภะ    หรือหวังจะได้

รับความช่วยเหลือจากเขา       แต่จิตก็เกิดดับสลับกัน                บางครั้งเป็นกุศล มี

เมตตา  เกื้อกูลช่วยเหลือ  โดยไม่หวังอะไร  เป็นธรรมดาปุถุชน  เดี๋ยวเป็นกุศล  เดี๋ยวก็

เป็นอกุศล  ไม่แน่นอนค่ะ

 
  

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่

Back to Top