หากภิกษุ ต้องอาบัติ อย่างใดอย่างหนึ่งในอาบัติ 7
 
majweerasak
majweerasak
วันที่  27 ธ.ค. 2548
หมายเลข  622
อ่าน  3,045

แล้วไม่ได้ปลงอาบัติ ระหว่างนั้นได้มรณะภาพลง จะได้รับผลเช่นไรบ้างครับ มีแสดงไว้ที่ใดบ้างครับ  ขอบพระคุณครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
study
วันที่ 27 ธ.ค. 2548

พระภิกษุต้องอาบัติแล้วถ้าไม่แก้ไขให้ถูกต้องตามพระวินัย  อาบัตินั้นเป็นเครื่องกั้นการบรรลุมรรคผล และกั้นการเกิดในสุคติภูมิ คือต้องเกิดในอบาย(อาณาวีติ-กกมะ) มีแสดงไว้หลายแห่ง  ท่านใช้คำว่าธรรมอันเป็นอันตรายแก่สวรรค์  และมรรคผล มีตัวอย่างในอรรถกถาธรรมบทแสดงว่าภิกษุต้องอาบัติไม่แก้ไข    ตายแล้วไปเกิดเป็นพญานาค
                                                                

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
study
วันที่ 27 ธ.ค. 2548

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๒  หน้าที่ 721                                       

อริฏฐสิกขาบทที่  ๘
            
     ธรรมเหล่าใด  ย่อมทำอันตรายแก่สวรรค์และนิพพาน;   เพราะเหตุนั้นธรรมเหล่านั้นชื่อว่า  อันตรายิกธรรม.  อันตรายิกธรรมเหล่านั้นมี  ๕  อย่าง  [ว่าด้วยธรรมกระทำอันตรายแก่ผู้เสพ]  ด้วยอำนาจ    กรรม    กิเลส    วิบาก    อุปวาท    และอาณาวีติกกมะ.  บรรดาอันตรายิกธรรมมีกรรมเป็นต้นนั้น   ธรรม  คือ  อนันตริยกรรม  ๕ อย่าง  ชื่อว่าอันตรายิกธรรม   คือ กรรม.  ภิกขุนีทูสกกรรม  ก็อย่างนั้น.   แต่ภิกขุนีทูสก-กรรมนั้น   ย่อมทำอันตรายแก่พระนิพพานเท่านั้น หาทำอันตรายแก่สวรรค์ไม่.ธรรม คือ  นิยตมิจฉาทิฏฐิ   ชื่อว่า   อันตรายิกธรรม   คือ   กิเลส.   ธรรม  คือปฏิสนธิของพวกบัณเฑาะก์  ดิรัจฉาน  และอุภโตพยัญชนก  ชื่อว่า อันตรายิก-ธรรมคือวิบาก. การเข้าไปว่าร้ายพระอริยเจ้า ชื่อว่า อันตรายิกธรรม  คืออุปวาทะ.  แต่อุปวาทันตรายิกธรรมเหล่านั้น เป็นอันตรายตลอดเวลาที่ยังไม่ให้พระอริยเจ้าทั้งหลายอดโทษเท่านั้น,   หลังจากให้ท่านอดโทษไป  หาเป็นอัน-ตรายไม่.  อาบัติที่แกล้งต้อง  ชื่อว่าอันตรายิกธรรมคือ  อาณาวีติกกมะ. อาบัติแม้เหล่านั้น ก็เป็นอันตรายตลอดเวลาที่ภิกษุผู้ต้องยังปฏิญญาความเป็นภิกษุ  หรือยังไม่ออก  หรือยังไม่แสดงเท่านั้น    ต่อจากทำคืนตามกรณีนั้น ๆ  แล้วหาเป็นอันตรายไม่.

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
study
วันที่ 27 ธ.ค. 2548

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑ ภาค ๒   หน้าที่ 299                              

อรรถกถาอลคัททูปมสูตร
           
ชื่อ. ว่าอันตรายิกธรรม  เพราะทำอันตรายต่อสวรรค์และนิพพาน

     อันตรายิกธรรมเหล่านั้นมี  ๕  อย่าง   คือ   กรรม  กิเลส  วิบาก   อริยุปวาท  และอาณาวีตกกมะ.   ในอันตรายิกธรรมเหล่านั้น    อนันตริยกรรม  ๕  ชื่อว่า  กัมมน-ตรายิกธรรม.  ภิกษุณีทูสกกรรมก็เหมือนกัน.   แต่ภิกษุณีทูสกกรรมนั่น  กระทำอันตรายต่อพระนิพพานอย่างเดียว  หากระทำอันตรายต่อสวรรค์ไม่.  ธรรมคือ นิยตมิจฉาทิฏฐิ  ชื่อว่า  อันตรายิกธรรมคือกิเลส.  ปฏิสนธิธรรมของบัณเฑาะก์      สัตว์เดรัจฉาน  และอุภโตพยัญชนก  ชื่อว่า อันตรายิกธรรม   คือ  วิบาก.  ธรรม  คือ  การเข้าไปว่าร้ายพระอริยเจ้า  ชื่อว่า อันตรายิกรรม  คือ   อุปวาทะ.  แต่อุปวาทันตรายิกธรรมเหล่านั้น    ย่อมกระทำอันตรายตลอดเวลาที่ยังไม่ให้พระอริยเจ้าทั้งหลายอดโทษ  เบื้องหน้าแต่นั้นให้พระอริยเจ้าอดโทษแล้ว  หากระทำอันตรายไม่.  อาบัติ ๗ กองที่ภิกษุจงใจล่วงละเมิดแล้ว  ชื่อว่า  อันตรายิกธรรม  คือ   อาณาวีติกกมะ.  แม้อาณาวีติกกมันตรายิกธรรมเหล่านั้น  ย่อมกระทำอันตรายตลอดเวลาที่ภิกษุต้องอาบัติแล้วยังปฏิญญาตนว่าเป็นภิกษุอยู่ก็ดี ไม่อยู่ปริวาสกรรมก็ดี  ไม่แสดงอาบัติก็ดีเบื้องหน้าแต่นั้น  หากระทำอันตรายไม่.

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
paderm
paderm
วันที่ 6 ก.พ. 2552 21:37 น.
ขออนุโมทนาครับ
 
แสดงความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ