Loading...
 4479   หัวใจพุทธ
h_peijen
วันที่ 8 ส.ค. 2550
อ่าน 1,609
 
 
อะไรเอ่ย....? คือหัวใจพุทธศาสนา  ขอคำตอบด้วยค่ะ
 



  ความคิดเห็นที่ 1  
study
วันที่ 8 ส.ค. 2550
 

ในพระไตรปิฎกและอรรถกถาไม่มีแสดงพยัญชนะไว้ว่า         หัวใจของพระพุทธ

ศาสนาคืออะไร      แต่ผู้ศึกษารุ่นหลังๆ มีการกล่าวสรุปที่แตกต่างกันหลายๆนัย 

เช่น  หลักคำสอนของพระพุทธองค์ทั้ง ๓ ปิฎก      หรือโอวาทปาติโมกข์ที่ทรง

แสดงวันมาฆะบูชา    หรือปรมัตถธรรมทั้ง ๔ จิ เจ รู นิ       อริยสัจ ๔ ไตรสิกขา 

ไตรลักษณะ  ความไม่ประมาท  และ ปัญญา   เป็นต้น         ซึ่งความจริงแล้วจะ

กล่าวโดยนัยไหนก็ได้ เพราะพระธรรมคำสอน    ทั้งหมดเพื่อให้เกิดปัญญารู้แจ้ง

ความจริง       

 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
พุทธรักษา
วันที่ 8 ส.ค. 2550
 

ไม่ว่าจะกล่าวโดยนัยไหน ก็สรุปลงที่ "การละ..." เท่านั้น.

 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
devout
วันที่ 8 ส.ค. 2550
 

พุทธ แปลว่า ผู้รู้

หัวใจของพุทธ คือ การละความไม่รู้

นั่นก็คือ อวิชชา

 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
แล้วเจอกัน
วันที่ 8 ส.ค. 2550
 

              ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย    
            
          ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นมูล(เหตุ)   มีฉันทะ(โลภะ)เป็นมูล

         ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นใหญ่  มีสติเป็นใหญ่

          ธรรมทั้งปวง มีอะไรเป็นยิ่ง มีปัญญาเป็นยิ่ง

          ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นแก่น     มีวิมุตติเป็นแก่น

          ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นที่หยั่งลง มีอมตะเป็นที่หยั่งลง

          ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นที่สุด   มีนิพพานเป็นที่สุด 

ดังนั้นหัวใจของพระพุทธศาสนาคือดับกิเลสและ   ดับขันธปรินิพพาน

ดับขันธ์ 5 หมด ไม่มีเหลือ ไม่ต้องเกิดอีกครับ เพราะดับเหตุปัจจัยที่ให้

เกิดแต่ดับกิเลสด้วยปัญญา

                       ดังข้อความในพระไตรปิฎกครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
แล้วเจอกัน
วันที่ 8 ส.ค. 2550
 
  

  ความคิดเห็นที่ 8  
namarupa
วันที่ 8 ส.ค. 2550
 

ความคิดเห็นของเพื่อนธรรมชาวต่างชาติคนหนึ่ง เขาบอกว่า " ปัญญา " 

และ "ความเป็นอนัตตา"
  ดิฉันเห็นด้วยค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 9  
yupa
วันที่ 9 ส.ค. 2550
 

เมื่อหันมาสนใจศึกษาพระธรรม   ด้วยการฟังการบรรยายของท่านอาจารย์สุจินต์  นานๆ

เข้า ก็มีคำถามว่า  มีอกุศลก็ต้องเวียนวายตายเกิด เป็นธรรมดา    การทำกุศล ก็ยังต้อง

เวียนวายตายเกิดเช่นกัน   เพื่อรับผลกรรม ที่กระทำไว้       และ อะไรล่ะ ที่ทำให้ไม่ต้อง

เวียนวายตายเกิดอีก ก็ยังไม่สามารถตอบได้  เพราะ เรายังมุ่งทำบุญเพื่อหวังผล ทำบุญ

แล้วอธิษฐานขอให้รำรวย มีความสุข  แต่ไม่เห็นเคยอธิษฐานเลยว่า ขอให้พบพระธรรม

เพื่อให้หลุดพ้นการเวียนวายตายเกิด 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 10  
wannee.s
วันที่ 9 ส.ค. 2550
 

หัวใจของศาสนาพุทธ  คือ

1.  ละความชั่ว  คือ  คือละด้วยการรักษาศีล  งดเว้นทุจริต  ทางกาย  ทางวาจา 

2.  ทำความดี  ด้วยการอบรมเจริญสมถภาวนา  เช่น  การเจริญเมตตา  ฯลฯ

3.  อบรมจิตให้บริสุทธิ์  ด้วยการอบรมสติปัฏฐาน  สูงสุดเป็นพระอรหันต์ค่ะ 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 11  
อิสระ
วันที่ 9 ส.ค. 2550
 
ขออนุโมทนาครับ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 12  
ajarnkruo
วันที่ 10 ส.ค. 2550
 

ขออนุโมทนาครับ 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 13  
olive
วันที่ 10 ส.ค. 2550
 

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 14  
สามารถ
วันที่ 10 ส.ค. 2550
 

"ความมีความไม่มี" ครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 15  
แวะเข้ามา
วันที่ 13 ส.ค. 2550
 

 ดับไม่เหลือ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 16  
ไรท์แจกแล้วไง
วันที่ 13 ก.ย. 2550
 
  

  ความคิดเห็นที่ 17  
เมตตา
วันที่ 19 มี.ค. 2553 19:00 น.
 

 

กล่าวโดยนัยไหนก็ได้ เพราะพระธรรมคำสอนทั้งหมด

เพื่อให้เกิดปัญญารู้แจ้งความจริง 

....กราบอนุโมทนาค่ะ....      

 
  

  ความคิดเห็นที่ 18  
homenumber5
วันที่ 21 มี.ค. 2553 12:53 น.
 

ขอร่วมสนทนาด้วยค่ะ

ท่านใดที่เห็นข้อความนี้ มีสิ่งควรทำความเห็นให้ถูกต้องขอให้ท่านแสดงความเห้นด้วย

สำหรับดิฉันไม่รู้จริงๆว่า หัวใจพระพุทธศาสนคืออะไร

เท่าที่ได้สัมผัสและรับฟังมา

เข้าใจว่าสิ่งสำคัญในพระพุทธศาสนาคือการฝึกฝนจิตของเราที่เป็นปุถุขน

ในกามาวจรภูมิขึ้นไปสู่ โลกุตรภูมิ และที่จะพัฒนาได้ต้องมีแผนที่

แผนที่นี้คือปรมัตถธรรมได้แก่การสิกขา จิต เจตสิก รูป

เพื่อการไปสู่พระนิพพาน

และที่สำคัญมากสำหรับปุถุชนที่เป็นคนนี้คือการ หนีอบายภูมิ 4และหลุดออกจาก

กามาวจรภูมิ รูปวจรภูมิ  อรูปวจรภูมิ คือการพ้นจากสังสารวัฏฏนั่นเอง

เพื่อจิตเข้าสู่โลกุตรภูมิ

เหตุที่วนเวียนในสังสารวัฏฏคือการที่เราประกอบไปด้วย

อวิชชา ที่เป็นจุดเริ่มของปฏิจจสมุปบาท

เห็นว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นเรื่องยากมากๆ

แม้พระพุทธองค์ทรงใช้เวลาหลายแสนอสงไขย

ในการเวียนว่ายในสังสารวัฏฏก่อนจะตรัสรู้

การที่พวกเรามาสิกขาจึงต้องมีสัทธาแน่วแน่ว่า

พระพุทธเจ้าและสาวกยังสำเร็จมัคผลนิพพานได้ แม้ใช้เวลานานก็ตาม

เราเองต้องวิริยะพากเพียร ชีวิตคนสั้นมากจริงๆ

เวลา 24 ชม เรามัวทำเรื่องอะไร ไม่หาเวลามาสิกขากัน

ทั้งอาจารย์  พระไตรปิฎก พระอรรถกถา ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

อย่าปล่อยเวลาไปเลย

กัลยาณมิตรมีมากมายพร้อมจะช่วยกันทั้งนั้น

สาธุ สาธุ อนุโมทามิ 

 
  

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่

Back to Top