Loading...
 3705   อกหักทำอย่างไรดี
Anutta
วันที่ 14 พ.ค. 2550
อ่าน 20,770
 
 
 

  ความคิดเห็นที่ 1  
study
วันที่ 14 พ.ค. 2550
 
ขอเชิญอ่านที่นี่  อกหัก กินข้าวไม่ลง 
 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
อารายเนี่ย
วันที่ 14 พ.ค. 2550
 

   

     สติขั้นคิดนึก  เพียงบรรเทาความทุกข์ให้คลายลงบ้าง   แต่มีเหตุปัจจัย  ก็ทุกข์ขึ้นมาอีก  ดังนั้น พระพุทธองค์ จึงแสดงหนทางดับทุกข์  มีทางเดียวคือ  สติปัฏฐาน  คือระลึกรู้สภาพธัมมะที่ปรากฏในชีวิตประจำวัน  เช่น  ความทุกข์มีจริงไหม  มีจริง  บังคับไม่ให้เกิดได้ไหม  ก็ไม่ได้    แต่โดยทั่วไปแล้ว  เราก็ยึดถือว่า  เป็นเราที่ทุกข์    ดังนั้น เพราะความที่ยังยึดว่า  เป็นเรานี่แหละ เป็นมูลเหตุแห่งทุกข์และการเกิดต่อไปอีก  ดังนั้น สติปัฏฐานจึงเป็นการอบรมปัญญา ให้ระลึกขณะที่ ความทุกข์เกิดว่าไม่ใช่เรา เป็นธรรมครับ   จึงสามารถดับกิเลส   ไม่เกิดอีกได้ครับ

   เป็นธรรมดาครับ โลกธรรม ๘  มีลาภก็ต้องเสื่อมลาภ  มียศ ก็ต้องเสื่อมยศ   มีสุขก็ต้องมีทุกข์   มีนินทา  ก็ต้องมีสรรเสริญ     ดังนั้น   เมื่อเกิดขึ้นมา  ก็ต้องมีความทุกข์  อันเนื่องมาจากการเกิด  หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย    ดังนั้น ควรเห็นว่าเป็นธรรมดาของโลก การที่จะไม่พลัดพรากจากของรัก   ไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้    ไม่จากเป็น    ก็ต้องจากตายครับ    และธรรมดาแล้ว  เราก็รักตัวเองเป็นที่สุด ย่อมอยากจะได้ความรักจากคนที่เรารัก  แต่ถ้าเราคิดถึงความสุขของคนอื่นก่อนบ้าง  (คิดด้วยเมตตา) ไม่ว่าเหตุการณ์นั้น  จะเป็นอย่างไรก็ตาม   ก็ย่อมทำประโยชน์ให้เขา (อบรมเมตตาในชีวิตประจำวัน) และเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าเป็นอนัตตา  บังคับบัญชาไม่ได้ จากที่กล่าวมาก็เป็นเพียงขั้นพิจารณา

         ดังนั้นการพิจารณาก็แล้วแต่ระดับปัญญาจริง ๆ  ขอยกพระสูตรให้อ่านนะครับ

 

                                                ...เชิญคลิกอ่าน...

เหตุที่ควรพิจารณาเนืองๆว่า เราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น

 

 ...เชิญคลิกอ่าน...

  เรื่อง นางปฏาจารา

 

                                               ...เชิญคลิกอ่าน...

                         ควรคบคนที่เขาพอใจจะคบด้วย [โคธชาดก]

 

                                               ...เชิญคลิกอ่าน...                                    

ความโศกและภัยย่อมเกิดแต่ของที่รัก ความรัก ความยินดี กาม และตัณหา

ธรรมแลรักษาผู้ประพฤติธรรม

 

                   

 

                                        ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
wannee.s
wannee.s
วันที่ 14 พ.ค. 2550
 

อกหักเป็นเรื่องธรรมดา  เพราะทุกคนที่เกิดมาไม่มีใครหนีโลกธรรมแปดได้   ถ้าอกหักให้รักษาด้วยธรรมโอสถค่ะ เพราะธรรมะช่วยให้เราหายทุกข์  ยิ่งฟังธรรมะเข้าใจแล้วน้อมนำมาประพฤติปฏิบัติตาม  ทุกข์ก็ยิ่งลดลง   ตามกำลังของปัญญาค่ะ    พระพุทธเจ้าตรัสว่า จงมีธรรมเป็นเกาะ จงมีธรรมเป็นที่พึ่ง อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง และที่สำคัญแม้บัณฑิตประสบทุกข์ก็ไม่ทิ้งธรรมค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
ไตรสรณคมน์
วันที่ 14 พ.ค. 2550
 
  

  ความคิดเห็นที่ 6  
อิสระ
วันที่ 14 พ.ค. 2550
 

มาเจอเว็บนี้  ถือว่ามีบุญแล้วครับ  ค่อย ๆ ศึกษาไป  แล้วจะอาจหาญ ร่าเริง  หัวเราะได้สบาย ๆ เองครับ  เอาใจช่วยครับ  ....   สาธุ

                               ขออนุโมทนา 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 7  
vipanapa
วันที่ 14 พ.ค. 2550
 

    ทุกอย่างเกิดขึ้น  แล้วก็ดับไปอย่างรวดเร็ว  ไม่มีอะไรที่จะยั่งยืนตลอดไป   วันนี้อกหักวันต่อไปก็จะค่อย ๆ คลาย  แล้วก็หายในที่สุด  ความจริงอกหักเพราะรักตัวเอง  ไม่ได้ดังใจถูกทิ้งก่อน  จึงเป็นทุกข์  ถ้าเป็นฝ่ายทิ้งเขา  เราก็คงไม่รู้สึกอะไร   ถ้าคิดถึงเรื่องกรรมและผลของกรรม   ผลที่ได้รับขณะนี้   ก็ต้องมาจากเหตุที่เคยได้สร้างไว้ในอดีตแน่นอนคิดได้อย่างนี้ก็จะค่อย ๆ คลายทุกข์    และคลายโทสะลงได้บ้าง   คิดเสียว่าเราก็รับผลที่เราเคยทำไว้ (ชาติใด ชาติหนึ่ง)   เราหมดไปหนึ่งกรรม    เขาที่หักอกเรา   ก็กำลังทำเหตุใหม่ของเขาและเขาก็น่าสงสารมาก     เพราะต่อไปก็จะต้องได้รับผลจากเหตุที่เขากระทำไว้เช่นกันความ  จริงที่สุดก็คือ  ไม่มีเขาที่หักอกเรา  ไม่มีเราที่อกหัก  มีเพียง  จิตเจตสิก  รูป  เท่านั้นแต่   เพราะเรา  ยังมีเรา  จึงเป็น "เรา" ที่อกหัก

 
  

  ความคิดเห็นที่ 8  
pornchai.s
วันที่ 14 พ.ค. 2550
 

คห.5  เป็นพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาค ตรัส กับท่านวิสาขามหาอุบาสิกา  เพราะท่านเศร้าโศกมาก     ที่บุคคลอันเป็นที่รักของท่านตายไป   ท่านเป็นถึงพระโสดาบัน    เป็นพระอริยบุคคล    ปัญญาของท่านมากมายกว่าปุถุชนอย่างเรา ๆ  แบบว่าเทียบกันไม่ได้เลยครับ แต่ท่านก็ยังมีความเสียใจ  เพราะท่านยังดับความยินดีพอใจ ใน รูป เสียง กลิ่นรส สัมผัส ไม่ได้

         พระอนาคามี  และ  พระอรหันต์  เท่านั้น ครับ  ที่ ดับ โทสะ  ได้เด็ดขาด เป็นสมุจเฉท ท่านจึง  ไม่มีคู่รัก  ไม่มีของรัก  ไม่ยินดีในกามคุณ 5  ความเศร้าโศกเสียใจจึงไม่เกิดกับท่าน

         เราเป็นปุถุชน  คนกิเลสหนา  ปัญญาน้อย  ก็ค่อย ๆ อบรมบ่มปัญญา  ศึกษาพระธรรมไปเรื่อย ๆ    วิปัสสนาปัญญาที่สะสมไป  ทีละเล็ก ทีละน้อยนี้แหละ   ที่จะดับทุกข์ทั้งหมดได้ในอนาคตชาติ    ปัญญาจะทำหน้าที่ดับทุกข์ ครับ   ไม่ใช่ตัวเราไปดับทุกข์

          ข้อสำคัญคือ  อย่าทิ้งความเข้าใจหนทางอบรมเจริญปัญญาที่ถูกต้อง    แล้วไปปฏิบัติหนทางที่ผิดล่ะ    ความเห็นถูก เนี่ยะ  เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม  จริงไหมครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 9  
ปังคุง
วันที่ 15 พ.ค. 2550
 
ขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 10  
Anutta
วันที่ 15 พ.ค. 2550
 

ขออนุโมทนา ทุก ๆ คำตอบที่เป็นเสมือนกำลังใจแด่เพื่อนร่วมทุกข์ในสังสารวัฎนี้ด้วยค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 11  
werayut.s
วันที่ 15 พ.ค. 2550
 

จิตคิดจำเรื่องเก่า ๆ ด้วยความรัก โลก โกรธ หลง เป็นอกุศล รับเคราะห์กรรม โดยชื่นตา

โลภะชอบเรื่องที่คิดเป็นสมมุติบัญญัติ ต่าง ๆ คิดถึงลาภ ยศ สรรเสริญ สุข บริวาร

เรื่องที่คิดหรือสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น จะหมดไปใน ทันทีที่ขณะจิตดับลง

 ทรัพย์สมบัติก็หมดสิ้น ไปพร้อมการดับของจิต

มีความสุขไม่ได้ถ้ายังคิดไม่ดีอยู่ นึกถึงจิตไม่ดีของผู้อื่นทำให้เกิดโทสะ เป็นทุกข์

ผู้พูดอาจมิได้คิดตามที่เราคิด เดาใจใคร ไม่ได้ว่าเขาคิดอย่างไร

ท่านกำลังโกรธความคิดของท่านอยู่  ผู้ที่ท่านโกรธนั้นอาจกำลังทำดี หรือกำลัง สวดมนต์ก็ได้ ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้ เป็นทุกข์ ที่ใดมีปัญญา ที่นั้นโลภะ โทสะ โมหะ จะมืดมน

ชีวิตเราสั้นมาก อย่ามัวไปคิดเสียเวลา จัดการผู้อื่นสะสมปัญญาเพื่อจัดการตัวเรา ให้ดีที่สุด ความคิดเป็นอิสระ ไม่เกรงกลัวทุกอย่าง แม้การสูญเสีย

รักษาโรคทางใจได้ ทุกข์ทุก ๆ ทางจะเบา บางลง โรคใจเกิดจากโลภะ โทสะ โมหะ

ใจมีแผลอยู่แล้ว คือ มีโลภะ โทสะ โมหะ อยู่แล้ว เมื่อเป็นอกุศลเพิ่มอีกแผลจะ ใหญ่ขึ้น คิดถึงความทุกข์ยากของผู้อื่นมากกว่า ความสุขของตนเอง

สะสมกุศลทีละน้อย บ่อยๆ เสมอๆ ก็มากได้

จากหนังสือ ...ธรรมเตือนใจแด่คุณประมาท

 
  

  ความคิดเห็นที่ 12  
Anutta
วันที่ 16 พ.ค. 2550
 

ขออนุโมนาค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 13  
shumporn.t
วันที่ 16 พ.ค. 2550
 

      วิบากเป็นผล  ซึ่งเกิดจากเหตุ   การไม่ได้รับสิ่งที่ปรารถนา  ย่อมเป็นเพราะได้เจริญเหตุที่เป็นอกุศล  อกุศลกรรมย่อมเป็นเหตุให้ได้รับผลที่ไม่พึงประสงค์    มนุษย์ภูมิเป็นที่ดูผลของบุญและบาป  เมื่อใดได้รับผลของอกุศลกรรม  พึงสอนตัวเราเองว่า   เพราะเราไม่ได้เจริญเหตุที่ดีพอ  ชาตินี้ถึงได้เป็นอย่างนี้  ต่อแต่นี้ไป  ถ้าเราต้องการผลที่ดี   ย่อมต้องเจริญเหตุที่ดีไว้ให้มากขึ้นกว่าเดิม    เป็นผู้รู้เหตุและผล   มั่นคงในกรรมและผลของกรรม  ไม่โทษใคร ๆ  ที่ทำให้    แต่เป็นเพราะกรรมที่ได้กระทำมาแล้ว    อบรมเจริญเหตุที่ดีให้มากขึ้น   ให้กุศลนั้นเป็นบารมี  เพื่อถึงฝั่งในวันข้างหน้า  อนุโมทนาที่ติดตามเว็บนี้เสมอ ๆ  ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 14  
อารายเนี่ย
วันที่ 16 พ.ค. 2550
 
อนุโมทนาครับ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 15  
นงลักษณ์
วันที่ 17 พ.ค. 2550
 

อนุโมทนาค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 16  
pdoun
วันที่ 17 พ.ค. 2550
 

        ดิฉันมีสามี   ซึ่งแต่ก่อน (คิดว่ารักกันมาก)  ห่างกันราตรีหนึ่งก็นอนไม่หลับ   เขามีอะไรที่ไม่ถูกใจตามกฎของสังคม ก็มองข้ามหมด          ในครอบครัวรับผิดชอบคนเดียวหมดทั้งงานในบ้านนอกบ้าน      ไม่จู้จี้ขี้บ่น    ใจกว้าง(แต่เก็บกด)     หวังว่าให้เขาเห็นความดี  ทีหลังจะได้เอาใจเรา ไม่ขัดใจ    อยู่มาประมาณ 4-5 ปี ไปติดหมอนวดเอาโรคทางกาม มาฝาก    เอาลูกหมอนวดมาช่วยเลี้ยง (อายุเท่ากับลูกตัวเอง)      ไปนอนค้างกับหมอทีละ3-4 คืนจึงกลับบ้าน  ทีหลังเลิกกับหมอ คนนั้น        ไปติดอีกคนหายไปทั้งคืน  หนึ่งคืน กลับมาบอกว่ าผู้หญิงตามมา ให้รับผิดชอบ     ดิฉันก็ไปหาเงินมาอีก (เขาไม่เคยมีรายได้อะไรเลย)       ให้ญาติเขาแต่งแทน      โดยที่ดิฉันออกเงินให้เองตอนนี้ลูกก็ยังเล็กๆ     อยู่ดิฉันอาดูรมาก (โง่หรือกรรม)    หลังจากนั้นผ่านมาหลายปี    ไปติดผู้หญิงหากิน คนนี้ติดมากเอาเงินของดิฉันไปหมดตัว  โดยที่ไม่คิดว่าดิฉันต้องเลี้ยงลูกลูกต้องกินต้องเรียน ยอมหย่าแล้วไปอยู่กับเขา  ทิ้งลูกตาดำๆ ไปไม่คิดถึงเลย  ตอนนั้นทุกข์มาก  ประดุจว่าไฟมันสุมอยู่ในอก       ขอท่านผู้รู้ทั้งหลายโปรดเมตตา    วิเคราะห์ให้ทีเรื่องยังมีอีกยาวมาก     แต่จะเล่าต่อโอกาสหน้า       อยากจะให้วิเคราะห์ว่ามันเป็นกรรมเก่าของดิฉันในอดีตชาติหรือไม่       และในชาติต่อ ๆ ไป เขาจะตามมาจองเวรกับดิฉันอีกหรือไม่     อย่างไรก็ตามตอนนี้ก็ยังอยู่ด้วยกัน    แต่ดิฉันก็ได้อธิษฐานจิตเสมอๆว่าถ้าชาติหน้าเกิดมาเป็นมนุษย์โลกอีกขออย่าให้ดิฉันมีคู่อีกเลย  ขออยู่คนเดียวปฏิบัติธรรมดีกว่า

 
  

  ความคิดเห็นที่ 17  
werayut.s
วันที่ 17 พ.ค. 2550
 

 การทะเลาะ การวิวาท ความร่ำไรความโศกเศร้า 

 อันเกิดแต่สัตว์และสังขารอันเป็นที่รัก 

 มาพร้อมกับความตระหนี่ความเสียดาย ความเห็นแก่ตัว

ทุกข์เพราะความรัก

ชื่อว่าทุกข์นี้มีสิ่งที่น่ารักเป็นเหตุสิ่งที่น่ารักมีประมาณเพียงใด ทุกข์ก็มีประมาณเพียงนั้น 

ความรักในสามี ภรรยา บุตร และญาติ เหมือนพุ่มไม้ไผ่มีหนามมาก 

รกยุ่งเกี่ยวคล้องกันพันกันฉันใด

ตัณหา ราคะ สราคะ ความกระหยิ่ม ความยินดี ความเพลิน ความกำหนัด 

 ด้วยอำนาจความเพลิน ความกำหนัดแห่งจิต

ความปรารถนา ความหลง ความติดข้อง ความจม ความหวั่นไหว ความลวง 

 ตัณหาอันให้สัตว์เกิด ตัณหาอันให้เกี่ยวข้องไว้ในทุกข์ เย็บไว้ ตัณหาดั่งข่าย 

 ตัณหาดังแม่น้ำ ตัณหาเกาะเกี่ยวในอารมณ์ต่าง ๆ ความรัก ความสนิทสนม ความเพ่ง 

ความผูกพัน ความหวัง กิริยาที่หวัง ความเป็นผู้หวังในลาภ ทรัพย์ บุตร ชีวิต 

 ความดี ความชอบ ความโลภมาก ความทะเยอทะยาน 

เป็นกิเลสอันถือมั่นกั้น บัง ปิด ผูกไว้ในความหม่นหมอง ความปรารถนาต่าง ๆ 

นั่นคือความรัก บ่วงมาร เบ็ดมาร อำนาจมาร เมาชีวิตลืมความตาย 

 

จากหนังสือ...เกิดแก่เจ็บตาย

 
  

  ความคิดเห็นที่ 18  
werayut.s
วันที่ 17 พ.ค. 2550
 

ความรักเมื่อผิดหวัง แม้จะไม่ผิดศีลธรรมก็ทำให้เกิดความเกลียดชัง

อาฆาตพยาบาทถึงขนาดฆ่าให้ตายไปได้ ถ้าเบาลง ทำให้เกิดหึงหวง ห่วงใย เกิดโทสะ เมื่อไม่ได้ดังปรารถนาก็อาฆาตมาดร้าย น้อยใจ เสียใจ เสียดายอิจฉาริษยา เชือดเฉือน เผ็ดร้อน เผาผลาญ ตามอกุศลเจตนาที่คิดปรุงแต่งไปต่าง ๆ นานา ร้อนใจ วุ่นวายใจ คิดทำลาย ทำร้ายผู้อื่นและตนเอง โดยถือสิทธิ์เป็นเจ้าของเฉพาะตน


 เมื่อรักมากแล้วผิดหวังก็มีทุกข์มากความเสียใจน้อยใจโหยหา ทำลายสุขภาพร่างกาย ทำให้โง่ขาดสติ ไม่มีปัญญา แก้ปัญหาไม่ได้ ทำให้ขาดความเจริญก้าวหน้า คิดแต่ความโดดเดี่ยวอ้างว้าง ร้องไห้ รำพันคิดแต่ความดีของตนและความไม่ดีของผู้อื่นเท่านั้นเสมอ ๆ บ่อย ๆ ความรักทำให้เห็นแก่ตัว สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นที่พบเห็น เคียดแค้นบุคคลที่มาเกี่ยวข้อง เกี่ยวพันกับคนที่ตนรักเกิดจิตวิปริต สร้างความวิปลาส เพราะถ้อยคำที่ทำให้เจ็บช้ำใจ ทำให้เกิดภาพหลอนที่เกี่ยวข้องกับผู้อื่นต่าง ๆ นานา ผิด ๆ ถูก ๆ จิตใจใฝ่ต่ำคิดทำร้ายตัวเองและผู้อื่นอยู่เสมอกล่าววาจาไม่สุภาพ รอคอยรับความทารุณจิตใจ (กิเลสของตัวเอง)ในเมื่อยังอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน เมื่อถูกหลอก ถูกลวงต่าง ๆ นานา

 

จากหนังสือ...เกิดแก่เจ็บตาย

 
  

  ความคิดเห็นที่ 19  
werayut.s
วันที่ 17 พ.ค. 2550
 

 ภัยของความรักด้วยตัณหา มานะ ความชอบใจ ความสนิทสนม จิตผูกพันในสามี ภรรยา บุตร และญาติมิตรคนใช้ สัตว์ต่าง ๆ ไร่นา บ้านเรือน ที่ดินด้วยยึดถือว่าเป็นของเรา จึงเกิดการทะเลาะแก่งแย่งชิงดี สามารถประพฤติทุจริต ทางกาย วาจา ใจ ผิดศีลได้ทุกข้อ มีอคติต่าง ๆ ทำทารุณผู้อื่นต่าง ๆ นานา ทำกรรมลามกต่าง ๆ แก้แค้นหรือประชด โดยทำสิ่งที่จะทำให้ตัวเองเลวร้ายต่าง ๆ ตีโพยตีพาย โวยวาย

ที่ไม่ได้ดังความปรารถนา เมื่อไม่สมหวังในความรักจะแสดงอาการน่าเกลียดน่ากลัว หูตาแดงหมดความกลัว ตามกำลังของกิเลสที่แต่ละคนสะสมมาการรำพันบ่นเพ้อด้วยความทุกข์โศกที่บีบคั้นนั้นมากน้อยตามความต่างกันของนิสัย ความเศร้าโศกเกิดเพราะอารมณ์อันเป็นที่รักนั้น ๆ

เมื่อเห็นโทษภัยของความรัก ก็ควรมีเมตตา ความเป็นมิตร อุปการะ เอื้อเฟื้อเกื้อกูล เผื่อแผ่ปรารถนาดีต่อกันและกัน

เราจะไม่ประทุษร้าย แม้ผู้เป็นข้าศึกของเราและผู้ที่หวังร้ายต่อเรา ผู้ใดหวังร้าย ก็เป็นอกุศลของเขาไม่ใช่ของเรา ผู้ไม่รับความชั่วของผู้อื่นคือผู้ชนะกิเลสของตนเองได้ ยอมรับสภาพธรรมทุกอย่างพร้อมกับให้อภัยได้เสมอ ก็จะมีแต่ความสุข

 

จากหนังสือ...เกิดแก่เจ็บตาย

 
  

  ความคิดเห็นที่ 20  
devout
วันที่ 17 พ.ค. 2550
 

คุณ pdoun  ดูเป็นคนมีความอดทนดีมากเลยนะคะ   ก็คงต้องอดทนกันต่อไป    เพราะอย่างไรก็หนีวิบากไปไม่พ้น       คนเราคงเห็นหน้ากันอีกไม่นาน    ถึงเขาจะทำร้ายเราก็ทำได้เพียงเฉพาะชาตินี้เท่านั้น  อย่าให้อกุศลวิบากเป็นเหตุให้เกิดอกุศลกรรมเลยนะคะสิ่งใดที่ผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไป   ขอแนะนำให้ใช้เวลาที่เหลืออยู่ของชีวิต   ฟังพระธรรมศึกษาพระธรรม   และเจริญกุศลทุกประการ   ไม่ต้องรอถึงชาติหน้าหรอกนะคะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 21  
pdoun
วันที่ 18 พ.ค. 2550
 

ขอบคุณค่ะคุณ devout  ตอนนี้ไม่ต้องทนแล้วล่ะค่ะ  เพราะทำใจได้เลยหมดทุกข์ อภัยให้เขาหมดแล้ว  คิดว่ามันเป็นเช่นนั้นเองธรรมชาติของเขา    ตอนนี้เขาก็มีอีกคน  คงเป็นคนสุดท้ายของเขา    เพระเขาเริ่มแก่แล้ว   ดิฉันคิดว่าตัวเองทำบุญมาน้อยจึงได้คนอย่างเขามามาเป็นคู่   เลิกก็ไม่ได้ด้วย  ชาตินี้เลยพยาพยามทำดีให้มาก จะได้ไม่เกิดมาเจอเนื้อคู่อย่างเขาอีก

 
  

  ความคิดเห็นที่ 22  
chomp
วันที่ 23 พ.ค. 2550
 

ชอบความเห็น คุณ werayut.s กับ ไตรสรณคมน์ ตอบได้ดีจัง โดนใจ เพราะเพิ่งอกหักมาเหมือนกัน ผมใช้หลักว่า  เป็นธาตุตามธรรมชาติ ดิน น้ำ ลม ไฟ  อย่าไปยึดถือ    สุดท้ายคนทุกคนต้องแก่และตาย    กลับสู่ธรรมชาติเป็นละอองฝุ่นในสายลม     บางทีก็ฟังละครธรรมะ ลีลาวดี  ลองฟังดูสิ เกี่ยวกับความรัก ของหนุ่มสาว 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 23  
อารายเนี่ย
วันที่ 23 พ.ค. 2550
 

พระธรรมเท่านั้นที่จะช่วยได้ ขอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านครับ

ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

 
  

  ความคิดเห็นที่ 24  
Anutta
วันที่ 24 พ.ค. 2550
 

อนุโมทนา ค่ะ ละครธรรมะ ลีลาวดี ฟังได้จากที่ไหนคะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 25  
chomp
วันที่ 26 พ.ค. 2550
 

คุณ Anutta ครับ
ธรรมนิยาย ลีลาวดี มีให้ฟังและดาวน์โหลด ฟรี ครับที่
www.dhammajak.net/audio/index.php
คลิกเลือก "ลีลาวดี" แต่ยาวหน่อยนะครับ มี 59 ตอน
แต่ฟังไปเถอะครับ จะเริ่มฟังสนุกขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ตอนที่ท่านเรวัตตะออกบวช
ได้คติสอนใจ
อย่าเพิ่งเบื่อก่อนล่ะ
อนุโมทนาบุญครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 26  
Anutta
วันที่ 26 พ.ค. 2550
 
ขออนุโมทนาค่ะ จะเข้าไปฟังนะคะ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 27  
ภพฺพาคมโน
วันที่ 8 มิ.ย. 2550
 

อกหัก  เกิดจากไม่ได้ในบุคคลที่หวังหรือคนรักจากไปวิธีทำใจหลังอกหัก

1.คิดว่าคนเราต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รักทั้งสิ้น ไม่วันใดก็วันหนึ่ง2.พิจารณาโทษของความรัก3.คิดถึงความไม่ดีของคนที่หักอกเรา4.หาอะไรทำให้ตัวเองไม่ว่าง เช่น อ่านหนังสือธรรมะ5.หาเพื่อนที่ไว้ใจได้ระบายปรับทุกข์  เพราะทางจิตวิทยา     ถ้าเก็บกดความทุกข์ไว้คนเดียว  อาจทำให้เกิดโรคทางจิตเวชได้

 
  

  ความคิดเห็นที่ 28  
แวะเข้ามา
วันที่ 8 มิ.ย. 2550
 

" คิดถึงความไม่ดีของคนที่หักอกเรา " จะเป็นการเพิ่มอกุศลให้พอกพูนยิ่งขึ้น  ควรระลึกถึงกัมมัสสกตา และเจริญเมตตาในบุคคลนั้น  ไม่มีใครในโลกนี้ที่จะมีแต่ความสมหวัง

 
  

  ความคิดเห็นที่ 29  
unknown
วันที่ 9 มิ.ย. 2550
 

ตอนชอบใครก็ไม่ต้องทำนี่ครับ   เพราะฉะนั้น หลังอกหักก็ไม่ต้องทำอะไรเช่นกัน 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 30  
แล้วเจอกัน
วันที่ 10 มิ.ย. 2550
 

                                      ขอให้กำลังใจทุกๆท่าน                     อบรมบารมีในชีวิตประจำวัน เจริญกุศลทุกประการ

เมื่อวันที่ต้องเจ็บช้ำใจ  จากความผิดหวังจนใจมันรับไม่ทัน  เป็นธรรมดาที่เราต้องไหวหวั่น  กับวันที่อะไรมันเปลี่ยนไป  แหละถ้าวันหนึ่งวันไหนที่ใจ  เจ็บทนทุกข์ ดังพายุที่โหมเข้าใส่  บอกกับตัวเองเอาไว้ ความเจ็บต้องมีวันหาย ไม่ต่างอะไรที่เราต้องเจอทุกฤดู อดทนเวลาที่ฝนพรำ  อย่างน้อยก็ทำให้เรา ได้เห็นถึงความแตกต่าง เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ            สภาพัธัมมะทั้งหลายเกิดขึ้นและดับไป เพียงแต่ว่า           ในชีวิตหนึ่งเราจะทำเพื่อตัวเองมากหรือเพื่อคนอื่น                  เท่านี้เราก็จะไม่เสียใจเลยในสิ่งที่ผ่านมา

 
  

  ความคิดเห็นที่ 31  
Anutta
วันที่ 11 มิ.ย. 2550
 

ความสุข ถ้าไม่เข้าใจก็เหมือนกับดัก ยิ่งยึดติดยิ่งทุกข์ ไม่ประจักษ์เลยว่า ทุกอย่างสุขทุกข์เป็นอนันตา ไม่เที่ยง  ขออนุโมทนาค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 32  
Anutta
วันที่ 11 มิ.ย. 2550
 

เมื่อวันที่ชีวิต เดินเข้ามาถึงจุดเปลี่ยน จนบางครั้งคนเราไม่ทันได้ตระเตรียมหัวใจ

ความสุข ความทุกข์ ไม่มีใครรู้ว่าจะมาเมื่อไหร่ จะยอมรับความจริงที่เจอได้แค่ไหน

เพราะชีวิตคือ.........ธรรมะ?

 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 33  
เลยไป
วันที่ 12 มิ.ย. 2550
 
จะทำอะไรกับสังขารธรรมที่เกิดแล้วก็ดับ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 34  
พุทธรักษา
วันที่ 12 มิ.ย. 2550
 

เพลงที่คุณแล้วเจอกันนำเสนอ ข้าพเจ้าก็ชอบ  การฟังเพลงบางเพลงมีประโยชน์  หากพิจารณาเนื้อหาสาระ เทียบเคียงกับธรรมะที่ได้ฟัง เพลงของศิลปิน เช่น คุณเต๋อ เรวัติบางเพลงก็มีสาระดี บางทีคุณแล้วเจอกันอาจจะเกิดไม่ทัน แต่สหายธรรมบางท่านคงเคยได้ยิน แต่คนอกหักต้องระวังอย่าไปฟังเพลงประเภทรักรันทดนะ เดี่ยวจะ in จนเกิดโทสะมาก สะสมโทสะมาก  อันตราย! ด้วยความปรารถนาดี แรงถึงขั้นฆ่าตัวตายได้

 
  

เขียนความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่

  keyword :  อกหัก