Print 
ภาพธรรมเตือนใจ..พระโลภเงิน มอมเมาคฤหัสถ์ด้วยคำว่าบุญ
 
paderm
paderm
วันที่  16 พ.ค. 2561
หมายเลข  29738
อ่าน  453

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

พระโลภเงิน มอมเมาคฤหัสถ์ด้วยคำว่า"ได้บุญ"(กรณีพระให้แบ่งเงินถูกหวยถวายพระ)

จากกรณีที่พระภิกษุรูปหนึ่งกล่าวว่าถ้าต้องการพ้นภัยอันตราย ก็ให้แบ่งเงินที่ถูกรางวัลที่ 1 ครึ่งหนึ่ง มาถวายเงินกับพระ ก็จะแคล้วคลาดอันตรายได้  

-------------

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ ๙๔๐

พระบัญญัติ
๓๗.  อนึ่ง ภิกษุใด รับ ก็ดี ให้รับ ก็ดี ซึ่งทอง เงิน หรือ ยินดีทอง เงิน อันเขาเก็บไว้ให้ เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.

พระภิกษุ คือ ผู้ที่ออกจากเรือน บวชเป็นบรรพชิต สละทุกสิ่ง เพื่อถึงความพ้นทุกข์ เงินทอง พระพุทธเจ้าตรัสว่า เงินและทอง ไม่สมควรกับพระภิกษุโดยประการใดๆเลย  เพราะ นำมาซึ่งกิเลสและโทษกับพระภิกษุเอง ทรงปรับอาบัติ ความเป็นโทษกับพระภิกษุที่รับและยินดีในเงินและทอง ทรงติเตียนประการต่างๆ และ ทรงแสดงว่า เงินเป็นอสรพิษ งูร้าย ที่ทำลายพระภิกษุ 

พระภิกษุบวชมาไม่ศึกษาพระธรรมวินัย หรือ รู้อยู่ แต่ก็ยังเรี่ยไรเงิน โดยอาศัย คำว่า จะได้บุญมาก หรือ จะแคล้วคลาดจากอันตราย ไม่เกิดอุบัติเหตุ หลอกชาวบ้านให้เชื่อ  ดังตัวอย่างที่พระภิกษุรูปหนึ่งบอกว่า ถ้าถูกหวยรางวัลที่ 1 ก็ให้เอาเงินมาทำบุญกับพระครึ่งหนึ่ง ก็จะพ้นอันตราย นี่แสดงถึงความไม่ละอาย เรี่ยไรเงิน ไม่สนใจพระวินัยบัญญัติของพระพุทธเจ้า  ภิกษุไม่ควรแม้การจะเอ่ยปากขอเอ่ยชื่ออาหารชนิดใด จะกล่าวไปใย ถึงการเรี่ยไร หรือ บอกให้เอาเงินมาถวายพระ เพราะเงินเป็นของอกัปปิยะ คือ ของไม่เหมาะสมกับพระภิกษุ ทำให้ภิกษุนั้นต้องอาบัติทำลายตนเอง ไม่ใช่ภิกษุในพระธรรมวินัย

  ชาวบ้าน ไม่ศึกษาพระธรรม กิเลสนำพาไป อยากทุกสิ่ง อยากได้สิ่งที่ดีในชีวิต ก็ด้วยการทำบุญ โดนหลอกโดยพระภิกษุที่ต้องการเงิน มอมเมาคฤหัสถ์ด้วยคำว่า จะได้บุญ โดยทำสิ่งที่ผิด คือ ให้ถวายเงินพระ  เรี่ยไรเงิน สร้างวัตถุใหญ่โต ทำผ้าป่าสามัคคี กฐิน ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของเงินทั้งสิ้น ผิดพระวินัย ผิดไปจากคำสอนของพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น ประเทศไทยจึงเจริญไปด้วยวัตถุ วัดวาอารามสวยงาม ยิ่งใหญ่เต็มไปหมด เพราะความอยากได้บุญของคฤหัสถ์ ที่ถูกหลอกโดยพระภิกษุที่ต้องการเงิน เพราะความไม่รู้

    พระก็ไม่รู้จักพระ คือ ไม่รู้ว่าตัวเองบวชมาทำไม บวชเพื่อสละ ละทุกสิ่ง พระพุทธเจ้าตรัสไม่ให้รับยินดีเงินทอง ก็ไม่ทำตาม ย่ำยีพระศาสนา

    คฤหัสถ์ก็ไม่รู้จักพระ ว่า พระรับเงินทองไม่ได้ จนสุดท้าย เจริญด้านวัตถุ แต่พากันย่ำยีพระธรรมวินัย ขาดความเข้าใจพระธรรม ขาดเข้าใจพระพุทธศาสนา  ถวายเงินพระ ไม่ใช่บุญ แต่เป็นบาป เพราะ ทำให้พระภิกษุต้องอาบัติ

การที่กล่าวว่าแบ่งเงินที่ถูกหวยให้ตน หรือ ให้พระปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ พระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ท่านประพฤติตามพระวินัย คือ ไม่รับและไม่ยินดีในเงินและทอง ผู้ที่กล่าวว่าให้ไปให้เงินพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ก็ชื่อว่า ค้านพระวินัย ค้านคำพระพุทธเจ้า ผู้ที่กล่าวเช่นนี้ ชื่อว่าตน ไม่ปฏิบัติดี ไม่ปฏิบัติชอบ

การที่ใครก็ตามจะได้รับสิ่งทีดี ไม่ดี ก็เพราะ กรรมในอดีต หรือ กรรมในปัจจุบันก็ได้ ซึ่งไม่มีใครพยากรณ์ได้ ในเรื่องกรรมนอกจากพระพุทธเจ้า และ พระภิกษุรูปนั้นเป็นใคร ที่กล่าวว่า ให้ถวายเงินพระครึ่งหนึ่งถ้าถูกหวยรางวัลที่ 1 ก็จะพ้นจากภัยอันตราย กล่าวคำไม่จริงและยังกล่าวคำที่ค้านพระวินัยบัญญัติ ข้อที่ภิกษุไม่ควรรับยินดีในเงินและทอง

ดังนั้น แทนที่จะได้บุญ พ้นภัย กับ ทำบาป เพราะถวายเงินพระ ภัยที่อันตรายของชาวพุทธและทุกๆคน คือ ภัย คือ กิเลส ความไม่รู้ นั่นเอง ไม่ศึกษาพระธรรม ทำตามความรู้สึกตนเอง ไม่สนใจพระวินัยของพระพุทธเจ้า อยากได้บุญ ถูกพระมอมเมาด้วยคำว่า บุญ ก็ช่วยกันทำลายพระพุทธศาสนา นี้คือ วิกฤตพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง อันมากด้วยความไม่รู้

สิ่งต่างๆที่วุ่นวายในวงการสงฆ์ คือ พระมีเงิน พระรับเงิน พระมีสมุดบัญชีธนาคาร พระกระทำสิ่งต่างๆได้เหมือนคฤหัสถ์ เดินห้าง มีมือถือ มีคอมพิวเตอร์ เล่นเฟส พูดตลก ออกรายการทีวี และ พระก็ยังชักนำคฤหัสถ์ผู้ไม่รู้ ไปทางผิด สอนผิด แนะนำผิด วิกฤตพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง

ชาวพุทธอยากได้บุญกันใช่ไหม ความเข้าใจธรรมเป็นบุญสูงสุดในพระพุทธศาสนา คือ เปลี่ยนจากความเห็นผิดที่คิดว่าเป็นบุญต้องไปวัด ต้องให้เงินพระภิกษุ เปลี่ยนเป็น เข้าใจว่าบุญอยู่ที่จิต จิตดีเกิดขึ้นเมื่อไหร่เป็นบุญ คฤหัสถ์คิดถูกว่า ไม่ควรถวายเงินพระ พระรับเงินต้องอาบัติ นี้ก็เป็นบุญ คือ เข้าใจถูก การให้ความเข้าใจถูกคนอื่น ด้วยจิตหวังดีก็เป็นบุญ เพราะฉะนั้น บุญไม่ใช่เฉพาะการให้ทาน แต่บุญมี 10 ประการ มีการช่วยเหลือ ฟังธรรม เข้าใจพระธรรม เป็นต้น และ การให้เงินพระ ไม่ใช่บุญ เป็นบาป ตัวพระขอเงิน อ้างว่าจะได้บุญ ก็เป็นบาป

ตื่นเถิดชาวพุทธ ไม่มีคำว่าสาย หันกลับมาศึกษาพระธรรม ฟังคำของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่ฟังคำของภิกษุบุคคลที่กล่าวสิ่งผิด โลภเงิน ทำลายพระพุทธศาสนา และ ห่างไกลคนที่กล่าวคำผิด

ชาวพุทธจะเชื่อใคร ระหว่างพระพุทธเจ้าที่ตรัสว่า พระภิกษุไม่ควรรับและยินดีในเงินและทองโดยประการใดๆเลย กับ พระภิกษุผู้ไม่ละอายที่เรี่ยไร ให้ถวายเงินพระ โดยอ้างหลอกชาวบ้านด้วยคำว่าบุญและพ้นภัย ชาวพุทธเคารพใคร ?

ขออนุโมทนา

ศึกษาธรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.dhammahome.com

โดย มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา


  ความคิดเห็นที่ 3  
 
thilda
thilda
วันที่ 17 พ.ค. 2561 11:59 น.

ทุกวันนี้พระโลภเงิน มอมเมาคฤหัสถ์ด้วยคำว่าบุญ ไม่ใช่ว่าไม่มีจริง พบเห็นได้ทั่วไป คงไม่มีใครปฏิเสธ ในตลาดพบเห็นพระนำขบวนพระภิกษุ สามเณรเด็กๆ เล็กๆ เป็นแถวเดินเรี่ยไรเงินให้ทำบุญบริจาค มาทีหนึ่งหลายๆ วันติดต่อกัน พระบางรูปใบ้หวยเป็นประจำราวกับเป็นอาชีพ (ถ้าคนนั้นถูกหวย ก็คงเอาเงินมาถวายเป็นแน่แท้) เวลาไปวัดบางวัด ก็มีคนประกาศทางโทรโข่งชักชวนให้บริจาคเงินหรือทำอะไรบางอย่างที่ใช้เงิน แล้วจะได้ร่ำรวยฯลฯ พระภิกษุไม่ได้เป็นคนประกาศแต่นั่งอยู่ข้างๆ เวลาประกาศก็พูดว่าผู้หญิงใส่ชุดสีนี้ๆ เชิญมาบริจาค คนที่ตั้งใจจะมาไหว้พระเฉยๆ พอโดนเอ่ยถึงก็เขิน เลยจำเป็นต้องบริจาคก็มี

กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาค่ะ ไม่มีที่ไหนที่ชี้ให้เห็นความจริงที่เน่าเฟะนี้นอกจากที่นี่ค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ