Print 
พระอริยบุคคล
 
jiradilok_t
jiradilok_t
วันที่  9 พ.ค. 2561
หมายเลข  29727
อ่าน  170

เหตุที่จำแนกสงฆ์สาวก เป็น 8 จำพวก แต่พระอริยบุคคล เป็น 4 จำพวก เพราะเหตุใด

ด้วยเหตุที่ มรรค เกิด ผล เกิดทันที

 


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 10 พ.ค. 2561 22:39 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

 พระอริยบุคคล  เป็นผู้ที่ประเสริฐ   สามารถดับกิเลสได้ ตามลำดับขั้น  ตั้งแต่พระโสดาบันจนถึงพระอรหันต์ พระอรหันต์เท่านั้นที่เป็นผู้ที่ดับกิเลสทั้งปวงได้อย่างหมดสิ้น ไม่มีเหลือ
พระอริยสงฆ์สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  มี ๔ ระดับขั้น คือ พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี และ พระอหันต์  เมื่อว่าโดยสภาพธรรมแล้ว ไม่มีสัตว์ บุคคล ตัวตน มีแต่สภาพธรรมเท่านั้นที่เกิดขึ้นเป็นไป    ที่ถึงความเป็นพระอริยบุคคล ก็คือ ขณะที่มรรคจิต และ ผลจิต เกิดขึ้นเป็นไป นั้นเอง ครับ  เรียกตามขณะจิต  ได้  ๘  คือ มรรคจิต ๔ และ ผลจิต ๔   เมื่อมรรคจิต เกิดขึ้นแล้วดับไป เป็นปัจจัยให้ผลจิต เกิดสืบต่อทันดี ไม่มีจิตอื่นคั่น ครับ

ข้อความบางตอนจากคำบรรยายของท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ มีดังนี้ ครับ

"การให้ผลของโลกุตตรกุศลให้ผลทันที ไม่ต้องรอถึงชาติหน้าเพราะกุศลและอกุศลอื่นๆ ยังต้องรอภพชาติ เช่น ผู้อบรมเจริญสมถภาวนา และฌานจิตเกิด ยังไม่สามารถที่จะเป็นพรหมบุคคลในขณะที่ยังเป็นมนุษย์อยู่ แต่เวลาที่ฌานจิตไม่เสื่อม เกิดก่อนจุติจิต เมื่อจุติจิตดับ ทำให้ปฏิสนธิจิตที่เป็นรูปาวจรจิต ถ้าเป็นผลของรูปฌานกุศล หรือว่าอรูปาวจรจิตซึ่งเป็นวิบาก เป็นผลของอรูปาวจรกุศลเกิดขึ้นในรูปพรหมภูมิ หรือในอรูปพรหมภูมิ เป็นพรหมบุคคล
นั่นยังต้องคอยกาลเวลาที่จะให้ผล แต่กุศลประเภทเดียวซึ่งไม่คอยกาลที่จะให้ผลเลย คือ โลกุตรกุศล ทันทีที่โลกุตตรกุศลจิตดับ โลกุตตรวิบากจิตเกิดสืบต่อทันที ให้ผลโดยที่ไม่มีกาลระหว่างคั่นเลย ไม่ต้องทำปฏิสนธิกิจด้วยนะคะ สำหรับโลกุตตรวิบาก

เวลาที่โสตาปัตติมรรคจิตเกิดขึ้นดับกิเลส โสตาปัตติผลจิตเกิดต่อ มีนิพพานเป็นอารมณ์ โดยสภาพที่ดับกิเลสแล้ว ในขณะที่มีนิพพานเป็นอารมณ์ เมื่อเป็นผลจิต นี่เป็นคู่ที่ ๑

ซึ่งใช้คำว่า พระอริยบุคคล ๔ คู่ ๘ บุคคคล ก็ได้แก่ พระโสดาบันบุคคลซึ่งโสตาปัตติมรรคจิตเกิดแล้วดับไป โสตาปัตติผลจิตเกิดสืบต่อ นี่ก็เป็น ๑ คู่ ๒บุคคล

และเมื่ออบรมเจริญปัญญาต่อไป สกทาคามิมรรคจิตเกิดขึ้น ประจักษ์แจ้งลักษณะของนิพพานอีกครั้งหนึ่ง ชั่วขณะจิตเดียวที่ดับกิเลส ตามขั้นของพระสกทาคามีบุคคล ดับไปแล้ว สกทาคามิผลจิต ซึ่งเป็นโลกุตรวิบากจิตเกิดสืบต่อ ประจักษ์แจ้งลักษณะของนิพพาน มีนิพพานเป็นอารมณ์ โดยสภาพที่ดับกิเลสขั้นของสกทาคามีบุคคล

เมื่ออบรมเจริญปัญญาต่อไป โลกุตตรจิตซึ่งเป็นอนาคามิมรรคจิตเกิดขึ้นดับกิเลสตามขั้นของอนาคามีบุคคล เมื่ออนาคามมิมรรคจิตดับไป อนาคามิผลจิตก็เกิดต่อ

และเมื่ออบรมเจริญปัญญาต่อไป ก็จะบรรลุถึงความเป็นพระอรหันต์ โดยที่อรหัตตมรรคจิตเกิดขึ้นดับกิเลสที่เหลือทั้งหมด เพราะมีนิพพานเป็นอารมณ์ในขณะนั้น เมื่ออรหัตตมรรคจิตดับไปแล้ว อรหัตตผลจิตก็เกิดต่อมีนิพพานเป็นอารมณ์ โดยสภาพที่ดับกิเลสทั้งหมดแล้ว เป็นพระอรหันตบุคคล

รวมเป็นพระอริยบุคคล ๔ คู่ ๘ บุคคล

แล้วเฉพาะจิต ๘ ดวงนี้ จำแนกเป็นโลกุตตรจิต เพราะเป็นจิตที่มีนิพพานเป็น
อารมณ์ และดับกิเลส"

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
วิริยะ
วันที่ 11 พ.ค. 2561 08:51 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
thilda
thilda
วันที่ 12 พ.ค. 2561 01:00 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
peem
วันที่ 21 พ.ค. 2561 21:28 น.

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ