Print 
พ่อเสียชีวิตสามารถเข้าบ้านได้ไหมคะ
 
Myjoom
Myjoom
วันที่  13 มี.ค. 2561
หมายเลข  29572
อ่าน  269

รบกวนสอบถามค่ะ

เมื่อเดือนที่แล้วพ่อพึ่งเสีย ได้ทำการประกอบฌาปนกิจตามศาสนา

วันเผาได้นำรูปและเรียกท่านกลับบ้าน แม่ไปรอเปิดบ้าน จุดธูปบอกกล่าวเจ้าที่ 

วันรุ่งขึ้น เก็บอัฐฐิได้นำบางส่วนลอยแม่น้ำบางปะกง

อีกส่วนไว้ที่บ้านตรงหน้ารูป

อยากรบกวนสอบถามค่ะ ท่านสามารถเข้าบ้านมาอยู่กับลูกหลานได้ไหมค่ะ มีความสงสัยค่ะ

ขอบคุณค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 13 มี.ค. 2561 20:27 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

   ความเข้าใจส่วนใหญ่ก็เข้าใจกันว่าเป็นบุคคลที่ตายแล้วและก็เป็นวิญญาณล่องลอยและปรากฏให้เห็นได้   แต่ในความเป็นจริงที่เป็นสัจจะธรรมแล้ว   เมื่อตายแล้วคือจุติจิตเกิดขึ้น  ปฏิสนธิจิต(การเกิด)เกิดต่อเปลี่ยนภพภูมิทันที  ไม่ใช่ว่าจะต้องมีวิญญาณล่องลอยที่จะคอยหาที่เกิดเป็นผีครับ ตายแล้วจะต้องเกิดทันทีครับ  แต่จะเกิดเป็นอะไรนั้นก็แล้วแต่กรรมที่จะให้ผลครับ หากเกิดเป็นสัตว์ก็คงไม่เรียกว่าผี     หากเกิดเป็นมนุษย์ก็คงไม่เรียกว่าผี       แต่เมื่อเกิดเป็นเทวดาซึ่งเทวดาก็สามารถปรากฏให้เห็นได้ ใช่ผีหรือเปล่า    ซึ่งในพระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดง  แบ่งภพภูมิเป็นหลายภพภูมิ ทั้งมนุษย์ สัตว์เดรัจฉาน เปรต เทวดา เป็นต้น ผู้ใดก็ตามที่ไม่ใช่มนุษย์ เช่น เทวดาเปรต ก็เรียกว่าอมนุษย์ครับ

   ส่วนในบางกรณีสำหรับการที่บางบุคคลพบกับบุคคลที่ตายไปแล้ว ยังมาให้เจออีกประเด็นนี้เราควรมีความเข้าใจถูกครับว่าที่เห็นเป็นบุคคลที่ตายแล้ว     ยังอยู่ให้เห็นก็เพราะสัตว์นั้นไปเกิดเป็นเปรตทันที ต้องการส่วนบุญเพราะเปรต อาหารที่เขาจะได้รับคือการอุทิศส่วนกุศลไปให้ แล้วจะทำอย่างไรให้เขารู้ได้ก็ด้วยการปรากฏให้เห็น   เพื่อบุคคลอื่นจะได้ทำบุญไปให้กับเปรตนั้นครับ แต่จะต้องเข้าใจใหม่ว่าไม่ใช่เป็นวิญญาณล่องลอยที่คอยตามและแสวงหาที่เกิดแต่ตายแล้วเกิดทันทีครับ  ผู้ที่เกิดเป็นเปรตต้องการส่วนบุญจึงปรากฏให้เห็น ซึ่งในพระไตรปิฎก  สมัยพุทธกาลก็มีบางบุคคลเจอบุคคลที่ตายแล้ว   เพื่อมาขอส่วนบุญกับบุคคลที่เจอโดยให้คนที่มีชีวิตอยู่อุทิศกุศลที่ทำไปแล้วไปให้เปรตได้รับรู้และอนุโมทนาครับ

   ดังนั้น เมื่อตายแล้วเกิดทันที ก็สัตว์โลกก็ต่างมีภพภูมิของเขาครับ ถ้าเกิดเป็นเทวดา ก็ไม่มาอยู่บ้านแน่นอน เกิดในนรก ก็ไม่มาให้เห็น เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ก็ไม่รู้เรื่อง และเกิดในที่อื่นๆ เกิดเป็นมนุษย์ ก็ไม่รู้ว่าเราเรียก เพราะฉะนั้น ไม่มีใครเรียกเข้ามาอยู่บ้านได้เลย และ ก็จะไม่มาอยู่บ้านด้วย เพราะฉะนั้นทางที่ดีที่สุด แทนที่จะมาเรียกเข้าบ้าน ก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ท่านเป็นสำคัญครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
Myjoom
Myjoom
วันที่ 13 มี.ค. 2561 21:46 น.

ขอบพระคุณมากๆ ค่ะ สำหรับข้อมูลดีๆค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 14 มี.ค. 2561 06:37 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

การตายของสัตว์โลก คือ จุติจิตเกิดขึ้น ทำกิจเคลื่อนจากความเป็นบุคคลนี้ในภพนี้ชาตินี้ เมื่อจุติจิตดับไปแล้ว เป็นปัจจัยให้ปฏิสนธิจิตเกิดขึ้น ทำกิจสืบต่อความเป็นบุคคลใหม่สืบต่อทันที (สำหรับผู้ที่ยังมีกิเลส) เพราะฉะนั้น ผู้ที่ไม่ได้บรรลุถึงความเป็นพระอรหันต์ดับกิเลสได้ทั้งหมด เมื่อตายไป (จิตขณะสุดท้ายของชีวิตในชาตินี้เกิดขึ้นทำกิจเคลื่อนจากความเป็นบุคคลนี้) ย่อมเกิดทันที แต่จะไปเกิดเป็นอะไร และ ที่ไหนนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับกรรมที่กระทำแล้ว กล่าวคือ ผู้ทำกรรมดี เมื่อตายไป กรรมดีให้ผลย่อมเกิดในสุคติภูมิ ได้แก่ ภูมิมนุษย์ ภูมิสวรรค์ ตามควรแก่เหตุ (คือกรรม) ในทางตรงกันข้าม ผู้ทำกรรมชั่วไว้ เมื่อกรรมชั่วนั้นให้ผล ย่อมทำให้เกิดในอบายภูมิ คือ นรก เปรต อสุรกาย และ สัตว์เดรัจฉาน

สรุปแล้วคือเกิดแน่นอน สังสารวัฏฏ์ก็ยังดำเนินต่อไป มีจิต (สภาพธรรมที่เป็นใหญ่เป็นประธานในการรู้แจ้งอารมณ์) เจตสิก (สภาพธรรมที่เกิดร่วมกับจิต) รูป เกิดขึ้นเป็นไป ไม่สามารถย้อนกลับมาเป็นบุคคลนี้ได้อีกเลย ครับ.

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ประสาน
วันที่ 14 มี.ค. 2561 06:45 น.

การเห็น กับการฝันเห็น ต่างกันหรือเหมือนกันครับ 

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 14 มี.ค. 2561 07:55 น.
อ้างอิงจาก ความคิดเห็นที่ 4 โดย ประสาน

การเห็น กับการฝันเห็น ต่างกันหรือเหมือนกันครับ 

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

เห็น ย่อมเห็นซึ่งสิ่งที่ปรากฏทางตา มีสีปรากฏ แต่เวลาฝันเห็น ไม่มีสิ่งปรากฏทางตาเลย เป็นเรื่องคิดหมดเลย คิดเรื่องราวต่าง ๆ เหมือนได้ไปเห็นสิ่งต่าง ๆ แต่ไม่ได้เห็น เพราะคิด ตื่นขึ้นมาก็ไม่มีอะไรแล้ว ครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
แต้ม
แต้ม
วันที่ 14 มี.ค. 2561 09:37 น.

คำถามแบบนี้มีบ่อยมากและยังทำกันเป็นประจำ  ไม่ว่าจะเป็นทำพิธีเรียกดวงวิญญาณกลับเมื่อตายจากอุบัติเหตุ  เพราะกลัวว่าจะกลับบ้านไม่ถูกมีให้เห็นเป็นประจำ  แถมพระสงฆ์ก็เป็นผู้ไปทำพิธีเสียด้วยซ้ำ  แถมยังบอกว่า  ไม่เชื่ออย่าลบหลู่  ซึ่งเป็นคำที่ใช้ได้สำหรับคนที่ไม่รู้ในความเป็นจริง  จึงไม่กล้าคัดค้านและอธิบายด้วยหลักธรรม  ผู้คนจึงทำกันมาอย่างยาวนานและตลอดไป  เพราะคนฟังธรรมมีน้อยมาก  ฟังแล้วเข้าใจก็ยิ่งมีน้อยเข้าไปอีก  เข้าใจแล้วนำไปปฏิบัติก็ยิ่งมีน้อยขึ้นไปอีก  ขอขอบพระคุณ มศพ.ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับหลักธรรมของศาสนาพุทธที่แท้จริงแก่ผู้ที่สนใจ ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
Myjoom
Myjoom
วันที่ 15 มี.ค. 2561 08:52 น.

ขอบพระคุณมากๆค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
ประสาน
วันที่ 16 มี.ค. 2561 04:32 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
ประสาน
วันที่ 16 มี.ค. 2561 04:32 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
wirat.k
wirat.k
วันที่ 18 มี.ค. 2561 00:30 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
thilda
thilda
วันที่ 20 มี.ค. 2561 17:46 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
maijung_1221
maijung_1221
วันที่ 21 มี.ค. 2561 17:05 น.

มูลนิธินี้อยู้ที่ไหน และอาจารย์อยู่หรือไม่  พึ่งมาฟังธรรมะของอาจารย์ชอบท่านนะคะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 26 มี.ค. 2561 15:10 น.

สิ่งที่ดีที่สุดคือการเจริญกุศล  เช่น ให้ทาน  ฟังธรรม  แล้วก็อุทิศส่วนกุศลให้บิดา มารดา ฯลฯ   ค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ