Print 
เรื่องภิกษุชื่อหัตถกะ...พระสูตรวันเสาร์ที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑
 
มศพ.
วันที่  13 ก.พ. 2561
หมายเลข  29491
อ่าน  297

 

 

นโม  ตสฺส  ภควโต  อรหโต  สมฺมาสมฺพุทธสฺส
นโม  ตสฺส  ภควโต  อรหโต  สมฺมาสมฺพุทธสฺส
นโม  ตสฺส  ภควโต  อรหโต  สมฺมาสมฺพุทธสฺส

พุทฺธํ  สรณํ   คจฺฉามิ
ธมฺมํ  สรณํ   คจฺฉามิ
สงฺฆํ สรณํ    คจฺฉามิ

•••..... ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย .....•••
 

 ... สนทนาธรรมที่ ... 

มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา  (มศพ.)

พระสูตร ที่จะนำมาสนทนาที่มูลนิธิฯ

วันเสาร์ที่  ๑๗ กุมภาพันธ์  ๒๕๖๑

คือ 

เรื่อง ภิกษุชื่อหัตถกะ 

...จาก...

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๔๓  - หน้าที่ ๘๒

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๔๓  - หน้าที่ ๘๒

 

เรื่องภิกษุชื่อหัตถกะ

ข้อความเบื้องต้น

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในกรุงสาวัตถี     ทรงปรารภภิกษุชื่อหัตถกะ   ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า "น  มุณฺฑเกน  สมโณ "  เป็นต้น.

พระหัตถกะพูดอวดดี

ได้ยินว่า   ภิกษุนั้นพูดฟุ้งไป    กล่าวว่า  " ท่านทั้งหลายพึงไปสู่ที่ชื่อโน้น    ในกาลโน้น,   เราจักทำวาทะ"     แล้วไปในที่นั้นก่อน   กล่าวคำทั้งหลายเป็นต้นว่า  " ดูเถิดท่านทั้งหลาย,  พวกเดียรถีย์ ไม่มาเพราะกลัวผม,  นี่แหละเป็นความแพ้ของพวกเดียรถีย์เหล่านั้น"    เที่ยวพูดฟุ้งไป    กลบเกลื่อนคำอื่นด้วยคำอื่น.

ลักษณะสมณะและผู้มิใช่สมณะ

พระศาสดา ทรงสดับว่า   "ได้ยินว่า   ภิกษุชื่อหัตถกะ    ทำอย่างนั้น"  แล้วรับสั่งให้เรียกเธอมา ตรัสถามว่า " หัตถกะ  ได้ยินว่าเธอทำอย่างนั้นจริงหรือ ?" เมื่อเธอกราบทูลว่า " จริง," จึงตรัสว่า  "เหตุไฉน  เธอจึงทำอย่างนั้น ?   ด้วยว่าผู้ทำมุสาวาทเห็นปานนั้น  จะชื่อว่าเป็นสมณะ  เพราะเหตุสักว่ามีศีรษะโล้นเป็นต้นเท่านั้นหามิได้;    ส่วนผู้ใด   ยังบาปน้อยหรือใหญ่ให้สงบแล้วตั้งอยู่   ผู้นี้แหละชื่อว่าสมณะ"    ดังนี้แล้ว   ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า:-

 

              "ผู้ไม่มีวัตร   พูดเหลาะแหละ  ไม่ชื่อว่าสมณะ

        เพราะศีรษะโล้น,       ผู้ประกอบด้วยความอยากและ

        ความโลภ  จะเป็นสมณะอย่างไรได้;     ส่วนผู้ใด  ยัง

        บาปน้อยหรือใหญ่ให้สงบโดยประการทั้งปวง,   ผู้นั้น

        เรากล่าวว่า     'เป็นสมณะ' เพราะยังบาปให้สงบแล้ว."

แก้อรรถ

บรรดาบทเหล่านั้น  บทว่า  มุณฺฑเกน  ความว่า  เพราะเหตุสักว่าศีรษะโล้น.   บทว่า  อพฺพโต  คือเว้นจากศีลวัตรและธุดงควัตร.  สองบทว่า อลิกํ  ภณํ  ความว่า  ผู้กล่าวมุสาวาท   ประกอบด้วยความอยากในอารมณ์อันยังไม่ถึง   และด้วยความโลภในอารมณ์อันถึงแล้ว   จักชื่อว่าเป็นสมณะอย่างไรได้.     บทว่า  สเมติ    ความว่า  ส่วนผู้ใดยังบาปน้อยหรือใหญ่ให้สงบ,    ผู้นั้น  พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า   ' เป็นสมณะ'    เพราะยังบาปเหล่านั้นให้สงบแล้ว.

ในกาลจบเทศนา    ชนเป็นอันมากบรรลุอริยผลทั้งหลาย   มีโสดาปัตติผลเป็นต้น    ดังนี้แล.

เรื่องภิกษุชื่อหัตถกะ   จบ.


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 13 ก.พ. 2561 17:06 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ข้อความโดยสรุป
เรื่อง ภิกษุชื่อหัตถกะ

พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงปรารภภิกษุชื่อหัตถกะ ซึ่งเป็นผู้พูดมุสาวาท(พูดเท็จ) กลบเกลื่อนคำอื่น ด้วยคำอื่น   พระองค์ทรงตำหนิพฤติกรรมของภิกษุชื่อหัตถกะ แล้วตรัสว่า  ผู้พูดมุสาวาท  จะชื่อว่าเป็นสมณะ  เพราะเหตุสักว่ามีศีรษะโล้นเป็นต้นเท่านั้นหามิได้;    ส่วนผู้ใด   ยังบาปน้อยหรือใหญ่ให้สงบแล้วตั้งอยู่   ผู้นี้แหละชื่อว่าสมณะ (ตามข้อความที่ปรากฏในพระสูตร)

ขอเชิญคลิกศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ

ภิกษุ บรรพชิต สมณะ
พระภิกษุ ต้องงดงามตามพระธรรมวินัย
กิเลสตัณหา
มหาโจร
คนพูดเท็จ ไม่ทำชั่ว นั้นไม่มี
โลภะ โทสะ โมหะ 
โลภะเป็นเหตุให้ทำอกุศลกรรมได้อย่างไร
โลภะทำให้สังสารวัฏเป็นไป
โลภะ ไม่เป็นประโยชน์ [ติกนิบาต เกสปุตตสูตร]

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
Nataya
วันที่ 14 ก.พ. 2561 18:37 น.

                      กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 15 ก.พ. 2561 06:05 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ