Print 
ความวิจิตรของจิต
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่  9 ม.ค. 2561
หมายเลข  29405
อ่าน  150

อยากถามว่า ความวิจิตรของจิตเป็นอย่างไร มีอะไรบ้างครับ  


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 9 ม.ค. 2561 21:37 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

          

     ในอัฏฐสาลินี อรรถกถาธัมมสังคณีปกรณ์ จิตตุปปาทกัณฑ์    อธิบายจิตตนิทเทส มีข้อความว่า...

ธรรมชาติที่ชื่อว่า จิต เพราะ จิตเป็นธรรมชาติวิจิตร     ธาตุรู้มีมากไม่ใช่อย่างเดียวเลย  จิตเป็นธรรมชาติที่วิจิตร   ความวิจิตรของจิตปรากฏเมื่อคิดนึกเรื่องต่างๆ  ซึ่งไม่ว่าใครจะทำอะไรในวันหนึ่งๆ นั้น  เมื่อพิจารณาแล้วย่อมรู้ว่าเป็นไปตามความวิจิตรของจิตทั้งสิ้น   วันนี้ทำอะไรมาบ้างแล้ว   และต่อไปเย็นนี้ พรุ่งนี้จะทำอะไร    ถ้าไม่มีจิตก็ทำไม่ได้    เหตุที่ทุกคนมีการกระทำในวันหนึ่งๆ ต่างๆ กันตามวิถีชีวิตของแต่ละคนนั้น     จะเห็นได้ว่าการกระทำทั้งหมดย่อมเป็นไปตามความวิจิตรของจิตของแต่ละคน    ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดการกระทำทั้งทางกาย  ทางวาจาต่างๆ กันในชีวิตประจำวัน    จิตเป็นธรรมชาติที่คิด ซึ่งคิดมากเหลือเกิน   แต่ละคนก็คิดต่างๆ กันไป   ในบรรดาผู้ที่สนใจศึกษาธรรมก็พิจารณาธรรมต่างๆ กัน ความคิดเห็นในขั้นของการประพฤติปฏิบัติธรรมก็ต่างกัน  และแม้แต่ในเรื่องของโลก  ความเป็นไปในกลุ่มบุคคลแต่ละกลุ่มแต่ละประเทศ       ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วก็เป็นเหตุการณ์ต่างๆ ของโลก แต่ละขณะนั้นก็ย่อมเกิดขึ้น  เป็นไปตามความวิจิตรของความคิดของแต่ละบุคคล   โลกยุคนี้เป็นอย่างนี้  ตามความคิดของแต่ละบุคคลในยุคนี้ สมัยนี้     แล้วต่อไปโลกจะเป็นอย่างไร  พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรนั้น    ก็ย่อมเกิดขึ้นเป็นไปตามจิตซึ่งคิดวิจิตรต่างๆ นั่นเอง    ด้วยเหตุนี้ จึงเห็นได้ว่าจิตเป็นธรรมชาติที่วิจิตร จิตที่เห็นทางตา  เป็นจิตประเภทหนึ่ง    ต่างกับจิตที่ได้ยินทางหู   ซึงเป็นจิตอีกประเภทหนึ่งและต่างกับจิตที่คิดนึก เป็นต้น

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
p.methanawingmai
p.methanawingmai
วันที่ 10 ม.ค. 2561 12:40 น.

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 11 ม.ค. 2561 21:56 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

จิต เป็นนามธรรม เป็นวิญญาณขันธ์ เป็นสังขารธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยแล้วก็ดับไป ไม่เที่ยง เป็นทุกข์และไม่ใช่สัตว์ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่ตัวตน หาความเป็นเรา ในจิตแต่ละขณะ ๆ ไม่ได้เลย จิต เป็นสภาพธรรมที่เป็นใหญ่เป็นประธานในการรู้แจ้งอารมณ์ แม้ว่าจะจำแนกจิตเป็นชาติต่าง ๆ ทั้งอกุศลชาติ กุศลชาติ วิบากชาติ และกิริยาชาติทั้งหมดทั้งปวงมีลักษณะรู้แจ้งอารมณ์ เมื่อจิตเกิดขึ้นย่อมรู้แจ้งอารมณ์ นี้เป็นความจริงของจิต แต่จิตไม่ได้เกิดขึ้นมาเพียงจิตเท่านั้น มีเจตสิกเกิดร่วมด้วย ดังนั้น จิตจึงวิจิตรคือ มากมายหรือแตกต่างกันออกไป ด้วยอำนาจแห่งสัมปยุตตธรรม คือเจตสิกที่เกิดร่วมด้วย ซึ่งแตกต่างกันไปเป็นกุศลจิตบ้าง อกุศลจิตบ้างเป็นต้น เมื่อจิตเกิดขึ้นต้องรู้แจ้งอารมณ์ (อารมณ์คือสิ่งที่จิตรู้) ซึ่งรู้ได้ทีละอารมณ์ ดังนั้น จิตจึงวิจิตรแตกต่างกันออกไปโดยอารมณ์ อีกด้วย ครับ

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
doungjai
วันที่ 14 ม.ค. 2561 08:34 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
2491surin
2491surin
วันที่ 14 ม.ค. 2561 13:46 น.

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนา ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 15 ม.ค. 2561 10:55 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ