Print 
ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม   ... ครั้งที่ ๓๓๓
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  7 ม.ค. 2561
หมายเลข  29400
อ่าน  1,303

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม)   ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง  รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน    เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง  แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง  ดังนี้

 

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม   ... ครั้งที่ ๓๓๓

~ยอมรับตามความเป็นจริงว่า ยังมีกิเลสมากสำหรับผู้ที่เป็นปุถุชน ตราบใดที่ยังไม่รู้ลักษณะของสภาพธรรมที่ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตนแล้ว จะให้กิเลสน้อยเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย เพียงแต่ว่าจะไม่ทราบ หรือจะไม่รู้เท่านั้นเองว่า เป็นผู้ที่มีกิเลสมาก

~วันหนึ่งๆ ถูกพัดไปมากไหม   ความพอใจในรูปที่ปรากฏทางตา ในเสียงที่ปรากฏทางหู ในกลิ่นที่ปรากฏทางจมูก ในรสที่ปรากฏทางลิ้น ในโผฏฐัพพะที่ปรากฏทางกาย

~คนที่กำลังเดือดร้อนนี้เป็นปุถุชน ถ้าเป็นพระอริยบุคคลแล้ว ความเดือดร้อนก็น้อยลง  แต่สำหรับปุถุชนเดือดร้อนมากจริงๆ เพราะอกุศล  โลภะบ้าง โทสะบ้าง โมหะบ้าง ในวันหนึ่งๆขณะใดซึ่งรู้สึกเดือดร้อนใจ ขณะนั้นให้ทราบว่าเป็นอกุศลธรรม และเพิ่มความเป็นปุถุชน ผู้ที่หนาด้วยกิเลสให้มากขึ้น เพราะถ้าเป็นความเห็นถูก เป็นปัญญาแล้ว ขณะนั้นจะไม่เดือดร้อน

~ใน ๔๕ พรรษานี้ พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้โดยละเอียด เป็นสรณะ เป็นที่พึ่ง ซึ่งถ้าไม่ได้ศึกษาแล้ว ก็จะไม่ทราบเลยว่า ธรรมใดเป็นคำสอนที่แท้จริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และธรรมใดไม่ใช่คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น จึงต้องศึกษาและพิจารณาโดยละเอียดรอบคอบจริงๆ

~ต้องศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโดยละเอียด เรื่องของตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ สภาพธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนี้

~ถ้าคำสอนใดเป็นเรื่องที่จะทำให้เกิดสติปัญญา สามารถที่จะรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏยิ่งขึ้น ถูกต้องยิ่งขึ้น นั่นคือคำสอนที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงไว้ แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่น ให้เชื่ออย่างอื่น ให้เข้าใจผิดอย่างอื่น ให้พึ่งอย่างอื่น ให้กระทำอย่างอื่น ซึ่งไม่ใช่หนทางที่จะทำให้รู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ    นั่นไม่ใช่คำสอนของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า

~กายก็เป็นธรรม เวทนาก็เป็นธรรม จิตก็เป็นธรรม เสียงก็เป็นธรรม กลิ่นก็เป็นธรรม สภาพที่มีจริงๆ ที่ปรากฏทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นธรรม เพราะฉะนั้น ไม่มีอะไรที่จะพ้นจากธรรม

~อนัตตาหมายถึงสภาพธรรมแต่ละอย่าง แต่ละชนิด สภาพธรรมที่มีจริงทั้งหมด ทุกชนิด ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่ตัวตน

~เสียงเป็นสภาพธรรมชนิดหนึ่ง เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย แล้วดับไป นั่นคือ “อนัตตา” ความหมายที่ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่ตัวตน   บังคับบัญชาไม่ได้ เพราะเมื่อมีเหตุปัจจัยให้เกิดเสียงอย่างไร เสียงนั้นก็เกิดขึ้น

~ความเห็นผิด เป็นอกุศลธรรมประเภทหนึ่ง ซึ่งพัดไป ทำให้ไม่กลับมาสู่ความเห็นถูก เพราะฉะนั้น เป็นอันตรายมาก ถ้ามีความเห็นผิดเพียงเล็กน้อย แล้วจะทำให้ความเห็นผิดนั้น พาไปสู่ความเห็นผิดที่มากขึ้นและลึกขึ้น ก็ยากแก่การที่จะละ

~ทุกคนหลากหลายเพราะอะไร  ไม่เหมือนกันเพราะอะไร  พี่น้องกี่คนๆก็ไม่เหมือนกัน    เพื่อนฝูงหรือชาวโลกไม่ว่าจะประเทศไหน    ทวีปไหนก็เป็นแต่ละหนึ่ง   ไม่เหมือนกันเลย  ตามการสะสม ตามเหตุตามปัจจัย บางคนโลภมาก บางคนโกรธมาก บางคนขยันมาก บางคนเมตตามาก     ก็แล้วแต่การสะสม

~ตราบใดที่ยังไม่ละทิ้งความเห็นผิดให้หมดสิ้น  และยังไม่อบรมเจริญความเห็นถูกขึ้น  ผู้นั้นก็จะต้องวนเวียนไปในสังสารวัฏฏ์  โดยที่ว่าไม่มีกาลกำหนดได้  ว่าเมื่อใดจึงจะพ้น

~ธรรมไม่เว้นเลยในชีวิตประจำวัน  แต่ไม่รู้ว่าเป็นธรรม

~ธรรม หลากหลายมาก  เกิดแล้วดับ ไม่กลับมาอีกเลย

~ฟังธรรม เพื่อเข้าใจ   หรือ เพื่อเราจะได้เข้าใจ?  (ฟังธรรม เพื่อเข้าใจ)

~ธรรม   จริง  ธรรมที่เป็นกุศลจะไปกล่าวว่าเป็นกุศล ไม่ได้     ธรรมก็เป็นธรรม   กุศลเป็นกุศล กุศลเป็นกุศล

~ฟังพระธรรมเพื่อเข้าใจในเหตุในผล  อกุศลเป็นอกุศล  เป็นโทษ กุศลเป็นกุศล ไม่เป็นโทษ  ถ้าเข้าใจอย่างนี้แล้วก็น้อมไปที่จะละอกุศล  และเจริญกุศลยิ่งขึ้น  ไม่ใช่ยังเป็นผู้ที่แข็งกระด้าง ว่ายาก  ไม่ว่าพระธรรมจะว่าอย่างไร  แต่ใจยังต้องการที่จะเป็นอกุศลต่อไปอีก ถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะไม่ได้รับประโยชน์จากการฟังพระธรรม

~พระธรรมแต่ละคำที่แต่ละคนได้ยินได้ฟังนี้  มาจากการบำเพ็ญพระบารมีนานแสนนานของผู้ที่จะได้ทรงตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ละคำคือพระมหากรุณาคุณตั้งแต่ครั้งทรงบำเพ็ญพระบารมีเป็นพระโพธิสัตว์จนกระทั่งได้ทรงตรัสรู้  มีค่ามากสำหรับที่จะทำให้คนอื่นได้มีความเข้าใจจริง ๆ 

~มี พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นสรณะ โดยเชื่อในพระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณ และในพระมหากรุณาคุณที่ทรงแสดงธรรม เพราะได้ทรงตรัสรู้ธรรมด้วยพระองค์เอง นี่เป็นที่พึ่งจริงๆ ที่จะให้พ้นทุกข์ได้จริงๆ โดยที่ปัญญาค่อยๆเกิดขึ้นจนสามารถจะเข้าใจในพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดง และมีความมั่นคงในการที่จะประพฤติปฏิบัติตาม นี่จึงจะเป็นที่พึ่งที่แท้จริง

~การฟังพระธรรมก็เหมือนกับการเกิดใหม่ก็ได้ เพราะเหตุว่าการเกิดก่อนที่จะได้ฟังพระธรรม ไม่มีโอกาสจะได้เข้าใจสภาพธรรมเลย ปรมัตถธรรมเป็นอย่างไร ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่ตัวตน  เป็นอนัตตาอย่างไร  เพราะฉะนั้น แม้ในการที่ได้ฟังพระธรรมก็เหมือนกับเป็นการเกิดใหม่ ที่จะทำให้จิตใจน้อมไปในทางที่เป็นกุศลเพิ่มขึ้น เพื่อที่จะละคลายอกุศลที่ผิดจากก่อนที่จะได้ฟังพระธรรม

~พระธรรมที่ได้ยินได้ฟัง   ทำให้พ้นจากอกุศล พ้นจากความเดือดร้อน และทำให้สามารถเข้าใจสิ่งที่มีจริงเพิ่มขึ้น ละเอียดขึ้น

~เมื่อมีความเข้าใจถูก คำพูด ถูก คิดถูก ทำถูก แต่ถ้าเข้าใจผิด คำพูดก็ผิด  ทำผิด คิดก็ผิด

~คุณสมบัติของผู้ฟัง คืออะไร? เดี๋ยวนี้เอง  ตั้งใจฟัง  นี่เป็นเหตุที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกร ภิกษุทั้งหลาย  ต้องเรียกก่อน  ถ้าไม่เรียกคิดอะไรกันบ้างแล้วถ้าพระผู้มีพระภาค ตรัสโดยไม่เรียก   ผ่านไปกี่คำ  เมื่อกี้คิดอะไรก็ไม่รู้  แล้วเพิ่งมาได้ยินคำท้าย ๆ บ้าง คำกลาง ๆ บ้าง  แล้วจะเข้าใจได้ไหม  เพราะฉะนั้นทุกคำในพระไตรปิฎก   ถ้ามีความเข้าใจจริง ๆ มีค่า ที่รู้ว่าพระผู้มีพระภาค  ทรงแสดงธรรมโดยการที่ว่า ตรัสเรียก เพื่ออะไร?  เพื่อให้รู้สึกตัว  ให้รู้ว่าขณะนี้พระองค์จะตรัสคำที่ควรแก่การฟัง 

~พาลที่ร้ายกาจที่สุดคือความเห็นผิด เพราะเหตุว่าคำพูดทุกคำเป็นคำเท็จ  ไม่ใช่คำจริง  เพราะฉะนั้นวาจาจริง  ไม่ใช่พาล ไม่ได้เบียดเบียนใครให้เดือดร้อน  แต่อนุเคราะห์ให้ได้เข้าใจถูกเมื่อได้พิจารณาว่าถูกหรือเปล่าจริงแค่ไหน  เพราะว่าความจริงต้องเป็นความจริงตลอด จะเป็นเท็จไม่ได้  เพราะฉะนั้นไม่ได้เบียดเบียน  ไม่ใช่พาล  แต่คำไม่จริงต้องเป็นพาลแน่ เพราะเหตุว่าทำให้เกิดความเข้าใจผิด

~ตราบใดที่คบคุ้นเคยกับพาลมีหรือที่จะไม่เป็นอย่างนั้น  ไม่อาจหาญที่จะรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิดแล้วทิ้งส่วนที่ผิดทันที   เพราะเหตุว่าถ้าไม่ทิ้งทันทีโอกาสที่จะเสพคุ้นย่อมเพิ่มขึ้นแล้วก็ยิ่งละลำบากมากขึ้น  

~ใครจะเป็นอย่างไร มีความคิดเห็นอย่างไรกระทำทุจริตแค่ไหนระดับไหน   ใจของเราไม่ขุ่นข้อง   แต่ถ้าใจเราขุ่นข้อง ขณะนั้นก็เป็นพาลอีกเหมือนกัน  เรานั่นแหละที่เป็นพาล

~ใครเขาไม่ดี ก็เป็นเรื่องของเขา   ไม่ใช่ว่าเราจะไปไม่ดีตามเขา

~มีคนดี คนไม่ดี  ก็เพราะมีธรรมเกิดขึ้นเป็นไป คือ  กุศลธรรม กับ  อกุศลธรรม

~ไม่ใช่ไปรังเกียจคนนั้นคนนี้ซึ่งไม่ดี แต่ควรรังเกียจอกุศลธรรมที่มีในตนเอง.

 

ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ

 

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม   ... ครั้งที่ ๓๓๒

 

 

...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง
และอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...  


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
มกร
วันที่ 7 ม.ค. 2561 17:06 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
mammam929
mammam929
วันที่ 7 ม.ค. 2561 17:15 น.

กราบนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย กราบอนุโมทนากุศลจิตของท่านอาจารย์สุจินต์และอาจารย์วิทยากรทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
meenalovechoompoo
meenalovechoompoo
วันที่ 7 ม.ค. 2561 17:35 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
meenalovechoompoo
meenalovechoompoo
วันที่ 7 ม.ค. 2561 17:35 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
thilda
thilda
วันที่ 7 ม.ค. 2561 18:29 น.

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 7 ม.ค. 2561 18:53 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
nualchan.deesawat
วันที่ 7 ม.ค. 2561 19:31 น.

 กราบเท้าท่านอาจารย์สุจินต์ด้วยความเคารพ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
peem
วันที่ 7 ม.ค. 2561 19:43 น.

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
tuijin
tuijin
วันที่ 7 ม.ค. 2561 20:23 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
Patchanon
Patchanon
วันที่ 8 ม.ค. 2561 04:39 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
panasda
วันที่ 8 ม.ค. 2561 05:25 น.

ขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
siraya
วันที่ 8 ม.ค. 2561 08:10 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
worrasak
worrasak
วันที่ 8 ม.ค. 2561 11:00 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
jaturong
วันที่ 8 ม.ค. 2561 11:19 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
ประสาน
วันที่ 9 ม.ค. 2561 22:15 น.

การศึกษาพระธรรมต้องเป็นผู้ละเอียด ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
p.methanawingmai
p.methanawingmai
วันที่ 10 ม.ค. 2561 13:15 น.

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
kukeart
kukeart
วันที่ 10 ม.ค. 2561 15:38 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ