Print 
การทำบุญกับพระสงฆ์ในยุคปัจจุบัน
 
Arisa Namfon
Arisa Namfon
วันที่  27 ธ.ค. 2560
หมายเลข  29380
อ่าน  388

หากคำถามของหนูมันดูไม่สมควร ไม่เหมาะสมต้องขออภัยด้วยนะคะ หนูอยากทำบุญกับพระสงฆ์ที่เป็นพระแท้ ไม่เป็นพวกนอกรีต เคร่งในพระธรรมวินัยอย่างแท้จริง ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เอาจริงคือหนูไม่มีความรู้ในเรื่องการบรรลุธรรมค่ะ หนูพอมีความรู้บ้างแค่หลักธรรมของฆราวาสเท่านั้น แล้วก็พระธรรมวินัยบางส่วนเพราะหนูใช้ในการประกอบการเลือกทำบุญ และไม่ให้ตนทำผิดจนทำให้พระอาบัติ หรือรู้ทันพระนอกรีต สรุปคือหนูอยากทำบุญกับพระดี อาจจะยังไม่บรรลุธรรมเป็นขั้นไหนๆก็ได้ นวกะหนูก็ทำบุญด้วยได้ค่ะ หากมาบวชแล้วศึกษาดีจริง เข้าใจดีจริง แต่ปัจจุบันสิ่งที่หนูเห็นคือมีพระที่ทำผิดพระวินัยเยอะมาก นอกรีต ตามวัดมีสารพัดอย่างที่มันขัดกับพระพุทธศาสนา มีของขลังอย่างนั้นอย่างนี้ ทำอะไรหลายอย่างที่มันไม่มีเหตุผล มีความเชื่อมากมายเยอะแยะไปหมด สังฆทานเช่า ใส่บาตรเหรียญอะไรพวกนี้ เกลียดมากจนปัจจุบันหนูกลายเป็นคนที่ไม่ทำบุญกับพระสงฆ์ไปเลย เเต่มาทำบุญเป็นการส่วนรวมแทนคือทำกับโรงพยาบาลค่ะ แล้วคิดว่าอนาคตก็อยากทำบุญให้คนหมู่มาก แต่ใจจริงหนูนับถือพระมาก แต่การกระทำของพระสมัยนี้บางทีมันทำให้หนูไม่คิดว่าเค้าเป็นพระค่ะ อย่างนี้หนูคิดผิด ทำผิดไหมคะ ทำกับคนหมู่มากก็ทำต่อค่ะ แต่อยากทำบุญกับพระด้วยหนูควรมำอย่างไรดีค่ะ ไม่ให้เกิดความไม่สบายใจเวลาต้องทำบุญกับพระที่เราไม่ถูกจริตด้วย หรืออาจารย์พอแนะนำพระหรือสถานที่ทำบุญในเมืองไทยที่ตรงตามพุทธศาสนาได้บ้างไหมคะ ขอบคุณค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 27 ธ.ค. 2560 07:47 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

  บุญหรือกุศลเป็นสภาพธรรมที่มีจริง เป็นสภาพธรรมที่ดี อันมีสภาพธรรมที่เป็นฝ่ายดีเกิดร่วมด้วย และขณะนั้นก็ไม่มีอกุศลที่เป็นโลภะ โทสะและโมหะเกิดขึ้นเลยในขณะที่เป็นบุญครับ

  บุญ เป็นสภาพธรรมที่ชำระจิตให้สะอาด (เพราะโดยปกติแล้วจิตสกปรกด้วยอำนาจของอกุศลธรรม) ขณะที่เป็นบุญ  ขณะนั้นจิตสะอาดจากอกุศล คือ โลภะ โทสะ และโมหะบุญ หรือ สภาพจิตที่ดี ทีเป็นกุศล มีหลายประการ ตามระดับและลักษณะของบุญครับ

  ซึ่งบุญไม่ใช่เพียงแต่ทานการให้ หรือ ต้องให้กับพระ จึงจะได้บุญ การฟังธรรมก็เป็นบุญ และเป็นบุญมากกว่าการให้ทาน เพราะเป็นการขัดเกลากิเลสจริงๆในจิตใจ แต่ใจที่อยากได้บุญ ไม่ใช่บุญ ครับ ซึ่งบุญมีมากมาย หลากหลายดังนี้ 

  บุญกิริยาวัตถุ 10  หมายถึง ที่ตั้งแห่งการกระทำความดี ๑๐ อย่าง หมายถึง กุศลจิตที่มีกำลังจนทำให้มีการกระทำออกมาทางกาย  วาจาหรือทางใจ  ได้แก่ ...

๑.ทานมัย   บุญสำเร็จจากการให้วัตถุเพื่อสงเคราะห์หรือบูชาแก่ผู้อื่น
๒.ศีลมัย  บุญสำเร็จจากการงดเว้นจากทุจริต หรือประพฤติสุจริตทางกาย  วาจา
๓.ภาวนามัย  บุญสำเร็จจากการอบรมจิตให้สงบจากกิเลส (สมถภาวนา) และการอบรมปัญญาเพื่อละกิเลสทั้งปวง(วิปัสสนาภาวนา)
๔.อปจายนมัย  บุญสำเร็จจากการประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตน
๕.เวยยาวัจจมัย  บุญสำเร็จจากการขวนขวายบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่น
๖.ปัตติทานมัย  บุญสำเร็จจากการให้ส่วนบุญที่ได้บำเพ็ญมาแล้ว
๗.ปัตตานุโมทนามัย  บุญสำเร็จจากการยินดีในกุศลที่ผู้อื่นได้กระทำแล้ว
๘.ธัมมัสสวนมัย   บุญสำเร็จจากการฟังพระสัทธรรม
๙.ธัมมเทสนามัย  บุญสำเร็จจากการแสดงพระสัทธรรม
๑๐.ทิฏฐุชุกรรม  การกระทำความเห็นให้ตรงถูกต้องตามความเป็นจริง

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 27 ธ.ค. 2560 11:07 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น  
การเจริญกุศลประการต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน    ถ้าเป็นไปเพื่อหวังผลหรือต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใดตอบแทนนั้น    เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง     เพราะในขณะนั้นเป็นไปกับด้วยอกุศล  เป็นการสะสมโลภะเพิ่มขึ้น   ไม่เป็นไปเพื่อการขัดเกลากิเลส  ยังเป็นไปในวัฏฏะ     แต่ถ้าเมื่อใดก็ตาม ที่มีโอกาสได้ฟังพระธรรม  ได้ศึกษาพระธรรม สะสมความเข้าใจเพิ่มขึ้น   ก็จะเข้าใจว่า   การเจริญกุศลทุกอย่างทุกประการ ล้วนเป็นไปเพื่อการขัดเกลากิเลสทั้งสิ้น       ที่จะเป็นไปเพื่อเพิ่มกิเลส  เพิ่มโลภะ  โทสะ  โมหะ  ให้มาก ๆ  นั้น  ไม่ใช่คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้แต่ในเรื่องทาน การสละวัตถุสิ่งของเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น จะเห็นได้ว่า ผู้ควรแก่การรับทาน มีมาก ไม่ควรจำกัดว่าจะต้องถวายกับพระภิกษุเท่านั้น
ในชาติหนึ่งๆ  ถ้าทานกุศล  การให้วัตถุสิ่งของเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น ไม่เกิด  เลย   ไม่มีการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แก่ผู้อื่นเลย  ก็ไม่สามารถที่จะดำเนินไปถึงการดับกิเลสได้   ดังนั้น    ควรที่จะได้พิจารณาว่า     การให้ทานในชีวิตประจำวัน        ก็เพื่อกำจัดอกุศลธรรม คือ ความตระหนี่ของตนเอง  เป็นสำคัญ  ไม่ใช่เพื่ออย่างอื่นเลย ครับ.                         
...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
p.methanawingmai
p.methanawingmai
วันที่ 4 ม.ค. 2561 16:33 น.

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
kullawat
วันที่ 5 ม.ค. 2561 12:24 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
doungjai
วันที่ 14 ม.ค. 2561 08:43 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
2491surin
2491surin
วันที่ 14 ม.ค. 2561 14:00 น.

กราบ ขอบพระคุณและขออนุโมทนา ครับฺ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ