Print 
ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม   ... ครั้งที่ ๓๒๘
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  3 ธ.ค. 2560
หมายเลข  29344
อ่าน  611

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

 

ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม) ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง ดังนี้

 

 

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๓๒๘

 

~คนที่ไม่เข้าใจธรรม ไม่เห็นกิเลสของตัวเองและไม่ได้สะสมอุปนิสัยในการสละเพศคฤหัสถ์ แล้วบวช นั้น  ไม่ใช่ผู้ที่จริงใจและไม่ใช่ผู้ตรง  เพราะถามว่าบวชทำไม ถ้าตอบว่าเพราะเหตุนั้นๆ แต่ไม่ใช่เพราะได้เข้าใจพระธรรมและรู้อัธยาศัยของตนเอง ว่าศึกษาพระธรรมและขัดเกลากิเลสในเพศภิกษุตามพระธรรมวินัยแล้ว     สมควรบวชไหม  การบวชเป็นภิกษุไม่ใช่เป็นอยู่อย่างสบายให้ผู้คนกราบไหว้  แต่เพราะเป็นผู้ที่เห็นกิเลสและเห็นโทษของกิเลส และรู้ว่าหนทางเดียวที่จะขัดเกลากิเลสก็ด้วยความเข้าใจพระธรรมจึงบวชเพื่อศึกษาธรรมและขัดเกลากิเลสยิ่งกว่าคฤหัสถ์   ฉะนั้น การดำรงชีวิตของคฤหัสถ์และบรรพชิตจึงต่างกันอย่างสิ้นเชิง

~คฤหัสถ์เห็นบรรพชิตแล้วกราบไหว้ด้วยความเคารพในอัธยาศัยที่สามารถขัดเกลากิเลสในเพศบรรพชิตได้ ยิ่งเข้าใจพระธรรมวินัยมากเท่าไหร่ ความเคารพในเพศบรรพชิตก็ยิ่งมากเท่านั้น แต่ว่าถ้าไม่ใช่ภิกษุในธรรมวินัย   ไม่ใช่ผู้ที่จะดำรงพระศาสนา   แต่ทำลายคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ทั้งในธรรม และวินัยด้วย  แล้วคฤหัสถ์จะเคารพในภิกษุอลัชชี ผู้ไม่ละอาย กระนั้นหรือ การบวช ไม่ใช่ง่าย ไม่ใช่ของเล่น ไม่ใช่ใครก็บวชได้ 

~พระภิกษุ สำนึกได้ว่าเราไม่ใช่คฤหัสถ์ เพราะฉะนั้น จะทำอย่างคฤหัสถ์ได้ไหม   จะใช้เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มเครื่องประเทืองผิวเหมือนอย่างคฤหัสถ์ได้ไหม   มีจิตคิดยินดีที่จะพอใจในสิ่งนั้นได้ไหม  ก็ไม่ได้   เพราะก่อนจะบวชก็รู้อยู่แล้วว่าจะสละเพศคฤหัสถ์   เพราะฉะนั้น จะเป็นอย่างคฤหัสถ์ได้อย่างไร  จะคิดอย่างคฤหัสถ์ได้อย่างไร จะทำอย่างคฤหัสถ์ได้อย่างไร ในเมื่อไม่ใช่คฤหัสถ์อีกต่อไปแล้ว

~ไม่มีใครบังคับให้บวช   ไม่มีใครต้องไปชวนให้บวช  แต่ผู้ที่บวชนั้น  มีความแช่มชื่นที่จะมีชีวิตที่สงบจากความเป็นคฤหัสถ์

~คฤหัสถ์แช่มชื่น เอาเงินไปซื้อของ   พระภิกษุรับเงินมาแช่มชื่นที่จะเอาเงินไปซื้อของ ก็เป็นคฤหัสถ์ จะต่างอะไรกัน แต่ควรจะเป็นแช่มชื่นที่พระภิกษุไม่ต้องมีเงินเลย  ชีวิตช่างผาสุก ไม่ต้องคิด ไม่ต้องเดือดร้อน  ไม่ต้องซื้อ  ไม่ต้องจ่าย  มีทุกอย่าง เช่น  อาหาร  ซึ่งเป็นอาหารที่บริสุทธิ์ด้วย   เพราะได้มาจากผู้มีศรัทธา

~ก็น่าคิดว่า  ภิกษุใด ไม่เข้าใจธรรม ภิกษุใด ไม่สามารถปฏิบัติตามพระธรรมวินัย  (นั่นคือ)   ของเน่า เดินมา

~คฤหัสถ์ ก็ไม่รู้ว่าพระภิกษุจริงๆคือใคร   และตัวพระภิกษุเอง ก็ไม่รู้ว่าพระภิกษุคือใคร   เพราะฉะนั้น กล่าวได้ว่าคฤหัสถ์ก็ไม่รู้จักพระ  และพระก็ไม่รู้จักพระ  (ถ้าไม่ศึกษาพระธรรมวินัย)

~พระภิกษุ จะต้องเป็นผู้ที่มีชีวิตตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คล้อยตาม  ประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัยที่ได้ทรงบัญญัติไว้เพื่อดับกิเลส

~ถ้าไม่เข้าใจธรรม  ก็ไม่สามารถที่จะประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัยได้

~คฤหัสถ์สมควรที่จะรู้ไหมว่า  ใครเป็นภิกษุในพระธรรมวินัย   และ ใครไม่ใช่ภิกษุในพระธรรมวินัย

~ทุกคนเน่า  เมื่ออกุศลเกิด   จะมากหรือจะน้อยแล้วแต่การสะสม แล้วแต่การเข้าใจธรรม  เพราะฉะนั้น คฤหัสถ์ เน่า แต่ตามเพศของคฤหัสถ์   แต่ถ้าเป็นผู้แสดงตนว่าสละเพศคฤหัสถ์แล้ว  ไม่ประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัย เน่ายิ่งกว่าคฤหัสถ์  เพราะไม่ได้ขัดเกลาอะไรเลย    คฤหัสถ์ยังฟังธรรม เข้าใจธรรม    แม้เวลาที่อกุศลธรรมเกิด   ก็สามารถที่จะเข้าใจได้ เพราะได้อบรมความเห็นที่ถูกต้อง   แต่ถ้าพระภิกษุไม่รู้จักธรรมและไม่ได้ประพฤติตามพระธรรมวินัย จะเน่าแค่ไหน

~กุศลจิตเกิดไม่ได้    ในขณะที่อกุศลจิตเกิด

~ถึงเวลาที่คฤหัสถ์จะพร้อมใจกัน จะรู้จักพระภิกษุในพระธรรมวินัย และรู้จักภิกษุ เน่า  (เพราะเป็นอกุศล) ให้ถูกต้องตามความเป็นจริงด้วย

~พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงพระธรรม ด้วยพระมหากรุณาจริงๆ เพื่อที่จะให้มีความเข้าใจที่ถูกต้อง เห็นโทษของอกุศล  และก็รู้ว่าเป็นสิ่งที่บาปหนักอย่างยิ่ง  ถ้าทำให้คนอื่นเคารพนับถือในสิ่งที่เน่า   โดยความประพฤติที่ไม่เป็นไปตามพระธรรมวินัย  แต่มีการครองจีวรที่ทำให้คนอื่นเข้าใจว่าตนเองเป็นภิกษุ

~แช่มชื่น ที่มีโอกาสได้ฟังพระธรรมจากพระโอษฐ์ตรัสเตือนด้วยพระมหากรุณาให้ไม่หลงทาง  ให้รู้ว่าทางไหนเป็นทางเน่าที่จะนำไปสู่ความเน่ายิ่งขึ้น  หนทางไหนที่จะทำให้สะอาด สงบด้วยพระธรรมวินัย  เพราะฉะนั้น ถ้าภิกษุใดฟังพระธรรมแล้วแช่มชื่น ผู้นั้นมีปัญญาเห็นคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  แต่ถ้าภิกษุใดได้ฟังแล้ว  ไม่แช่มชื่น  ผู้นั้นไม่ใช่ภิกษุในพระธรรมวินัย   

~สลดใจ  ไม่ใช่เศร้าใจเสียใจ   แต่เป็นปัญญาที่เห็นความจริง

~ไม่ว่าจะเป็นพระธรรม หรือ พระวินัย  ก็จะต้องกล่าวตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้วทั้งหมด เพราะฉะนั้น หน้าที่ของมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ก็คือ ศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา เพื่อประโยชน์ ด้วยความหวังดีต่อคนที่เขาเข้าใจว่าเขามีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง   ให้เข้าใจได้ถูกต้อง ถ้าไม่ได้ฟัง ไม่ได้ศึกษาเขาก็คิดไม่ออก ว่า พระธรรมวินัย คือ อย่างไร  เพราะฉะนั้น   เราก็กล่าวตามพระธรรมวินัย

~ผู้ฟังทุกท่านเข้าใจหรือยังว่า พระภิกษุคือใคร  ถ้าสนับสนุน(ภิกษุทุศีล)  ก็เท่ากับว่าให้เขาเป็นบาปยิ่งขึ้น    เพราะจากโลกนี้ไปแล้ว     (ภิกษุทุศีล) ไม่ได้ไปที่อื่น นอกจากอบายภูมิ

~ภิกษุเมื่อรู้ตัวว่า  ไม่สามารถปฏิบัติตามพระธรรมวินัยดำรงเพศเป็นพระภิกษุได้   ก็สามารถลาสิกขาบทได้

~ใครก็ตามที่ไม่ได้เข้าใจธรรม แล้วก็บวช แล้วก็ไม่ได้ประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัย ก็เหมือนโจรที่อาศัยการบวชเป็นที่กำบังกระทำทุจริตแม้เพียงการรับอาหารบิณฑบาต ก็ไม่ใช่สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าใจธรรมวินัยและไม่ได้ตามพระธรรมวินัยด้วย   ด้วยเหตุนี้ ใครก็ตามที่ไม่ได้เข้าใจธรรม ไม่ได้ศึกษาธรรม ไม่ได้อบรมเจริญปัญญา  ไม่ได้ประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัย   รับบาตร เหมือนโจรไหม   เพราะ(บุคคลผู้ให้)  เขาไม่ได้ให้แก่บุคคลประเภทนี้    แต่เขาให้กับภิกษุผู้ที่เข้าใจพระธรรมวินัย รู้อัธยาศัยของตนเองที่สามารถจะขัดเกลากิเลสด้วยความเคารพอย่างยิ่ง    เพราะฉะนั้น  เป็นโจรทั้งหมด  ถ้า(ภิกษุ) ไม่มีความเข้าใจธรรม ไม่อบรมเจริญปัญญา ไม่ได้ขัดเกลากิเลสตามพระธรรมวินัย

~คฤหัสถ์เองก็กำลังทำลายพระพุทธศาสนา  โดยการที่ไม่เข้าใจธรรมและส่งเสริมความประพฤติที่ผิด

~กล้า อาจหาญ ร่าเริงที่จะเป็นมิตรที่ดี  ให้ความเข้าใจถูกต้องตามพระธรรมวินัย

~ถ้าเป็นความหวังดีจริงๆ  ลองคิดดู   กล้าที่จะเป็นมิตรที่ดีไหม  นั่นต้องเป็นกุศลที่มีกำลังจริงๆ  ที่ไม่หวั่นไหวต่อการที่ใครจะคิดอย่างไร ใครจะว่า ใครจะติ ใครจะเข้าใจอย่างไร   แต่ความหวังดีก็ยังคงเป็นความหวังดี

~พุทธศาสนิกชนเข้าใจพระธรรมวินัย  พระภิกษุก็เข้าใจพระธรรมวินัย ประพฤติปฏิบัติขัดเกลากิเลส ตามเพศของตน  พระพุทธศาสนา จักงาม รุ่งเรืองสักแค่ไหน   แต่ความจริง   ในยุคนี้ตรงกันข้ามกัน  ก็เป็นยุคที่เสื่อม

~ไม่หวั่นไหวเลยที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง

~ธรรมก็ต้องเป็นธรรม กุศลธรรมก็เป็นกุศลธรรม  อกุศลธรรมก็เป็นอกุศลธรรม  เมื่อทำสิ่งที่ดีแล้ว  ผลที่ดีก็ต้องมีในภพชาติต่อไป   แต่ถ้าทำสิ่งที่ไม่ดีแล้ว  ภพชาติต่อไป จะเป็นอย่างไร   ทำไมไม่คิดถึง

~ถ้าเข้าใจธรรม มากขึ้น   ไม่มีอะไรที่ชีวิตควรจะเป็นไป  นอกจากเข้าใจพระธรรมวินัยยิ่งขึ้น   รับใช้พระพุทธศาสนา  ทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นการทะนุบำรุงที่ยิ่ง เหนือกว่าสิ่งใดทั้งสิ้น

~คนที่ไม่กล้าที่จะทำความดี  ไม่กล้าที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง   ก็ตามการสะสม  เพราะฉะนั้น   ก็เป็นเรื่องของแต่ละคน       แต่ตัวเองกล้าไหม(ที่จะทำความดี ที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง)     ไม่ต้องคิดถึงคนอื่น

~ชีวิตจะอยู่อีกกี่วินาที   แล้วไม่ทำสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต   แล้วจะเป็นประโยชน์ไหมต่อการได้ยินได้ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~ถ้าทำสิ่งที่ถูกต้องและมีความหวังดี กล่าวคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว   กลัวอะไร   ไม่มีอะไรที่จะน่ากลัว  เพราะกุศลทั้งหลาย  นำมาซึ่งสิ่งที่เป็นประโยชน์.

 


  
ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม   ... ครั้งที่ ๓๒๗

 

...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง 
อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ..

 


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
mammam929
mammam929
วันที่ 3 ธ.ค. 2560 18:01 น.

ขอนอบน้อมบูชาพระรัตนตรัยและกราบอนุโมทนากุศลจิตของท่านอาจารย์สุจินต์และสหายธรรมทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
จิตโอภาส
จิตโอภาส
วันที่ 3 ธ.ค. 2560 18:22 น.

กราบเท้าท่านอาจารย์สุจินต์ และอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
thilda
thilda
วันที่ 3 ธ.ค. 2560 20:04 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
peem
วันที่ 3 ธ.ค. 2560 20:32 น.

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของอาจารย์คำปั่นค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 3 ธ.ค. 2560 21:47 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 3 ธ.ค. 2560 23:29 น.

    ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
ปาริชาตะ
ปาริชาตะ
วันที่ 4 ธ.ค. 2560 05:45 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
jaturong
วันที่ 4 ธ.ค. 2560 12:00 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
เบญจขันธ์
วันที่ 4 ธ.ค. 2560 18:46 น.
ขอบพระคุณครับ. ขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
siraya
วันที่ 5 ธ.ค. 2560 07:29 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
kukeart
kukeart
วันที่ 5 ธ.ค. 2560 21:44 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
kullawat
วันที่ 7 ธ.ค. 2560 10:24 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
worrasak
worrasak
วันที่ 7 ธ.ค. 2560 11:17 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ