Print 
Relax in malaysia 13 - 17 พ.ย. 2560 กับ อ.สุจินต์ และ สมาชิกชมรมบ้านธัมมะ มศพ.
 
paderm
paderm
วันที่  27 พ.ย. 2560
หมายเลข  29331
อ่าน  1,003

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

 RELAX IN MALAYSIA 13 - 17 พ.ย. 2560

คลิปวีดีโอ รวมภาพการท่องเที่ยวและสนทนาธรรม RELAX IN MALAYSIA 2017

เดินทางไปมาเลเซียด้วยกันครับ กับ ท่านอ.สุจินต์และคณะสมาชิกชมรมบ้านธัมมะ มศพ.

ระหว่างวันที่ 13 - 17 พฤศจิกายน 2560 เป็นเวลา 5 วันด้วยกัน ที่เมือง ปีนัง และ เมือง อิโปะห์

สำหรับการเดินทางไปมาเลเซียครั้งนี้ จะจัดพาท่านอาจารย์สุจินต์ไปพักผ่อนทุกปี โดยเลือกสถานที่ที่เหมาะสม เพื่อสุขภาพกายที่ดีขึ้น เพราะ รูป อาศัยสมุฏฐาน ไม่ใช่แค่เพียง กรรม จิต เท่านั้น แต่ อาหาร และ อุตุ อากาศที่ดี สิ่งแวดล้อมที่ดี ก็จะทำให้รูปร่างกายดีด้วย เพราะฉะนั้น สถานที่ที่ไป พี่เล็กสุรภาและกระผม จึงเลือกสถานที่ใกล้ๆ เดินทางสั้นๆ และ ไม่เน้นเดินทางเยอะ และ มีอากาศที่ดี มีภูเขาล้อมรอบเมือง นั่นก็คือ เมืองปีนังและเมืองอิโปะห์ ประเทศมาเลเซีย และ ที่ไม่ลืม และมีประโยชน์กับสุขภาพมาก คือ ได้จัดโรงแรมที่มี น้ำแร่ธรรมชาติในโรงแรม ในห้องส่วนตัว ซึ่งที่ญี่ปุ่นเรียกว่า ออนเซ็น เพราะเป็นประโยชน์กับสุขภาพอย่างมาก ทั้งนี้ เพื่อตอบแทนคุณเพียงเล็กน้อย กับ ผู้มีพระคุณมาก ที่ทำให้เข้าใจถูกในพระธรรม ตามความเป็นจริง ตามคำที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ดีแล้ว

 BANJARAN RETREAT HOTSPRING RESORT   IPOH CIYT  MALAYSIA

และ ท่ามกลางความพักผ่อน นั้นเอง  ท่านอาจารย์ไม่เคยลืมประโยชน์ใหญ่ที่ท่านมักจะปรารภเสมอ นั่นคือ การสนทนาธรรม เพื่อประโยชน์กับผู้ที่ไปแม้จะเป็นการไปส่วนตัว แต่ ท่านอาจารย์ไม่ลืมนึกถึงประโยชน์ที่สำคัญที่สุดและประโยชน์กับผู้อื่นด้วย คือ การสนทนาธรรมและถ่ายทอดการสนทนาธรรมสมกับชื่อที่ว่า มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา  ดั่งเช่น ตัวอย่างที่ท่านอาจารย์เห็นประโยชน์การเผยแพร่พระธรรมแม้การไปสนทนาส่วนตัวที่อื่น เมื่อคราวไปสนทนาธรรมส่วนตัวที่รอยัลปริ้นเซสคอนโด หัวหิน  ท่านอาจารย์ก็ได้พบกระผมและได้ถามว่าได้นำอุปกรณ์การบันทึกภาพสนทนามาหรือไม่ ก็ได้กล่าวตอบท่านว่า เอามาครับ ซึ่งสมัยปัจจุบัน นิยมการดูถ่ายทอดทั้งภาพและเสียงทั้งทางเฟสบุ๊คและยูทูป และ ปัจจุบัน มูลนิธิไม่ได้เก็บเพียงเสียงเท่านั้น มีการตัดต่อเป็นภาพและเสียงออกมาเพื่อประโยชน์กับผู้อื่นมารับฟังในภายหลัง  จากตัวอย่างที่กล่าวมา แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงและนึกถึงประโยชน์ของผู้อื่นเสมอ ในการเผยแพร่พระธรรมของท่านอาจารย์ ไม่ว่าจะเป็นการสนทนาส่วนตัว เป็นต้น เพราะฉะนั้นการเดินทางไปมาเลเซีย พักผ่อนและสนทนา ที่เป็นส่วนตัวครั้งนี้ กระผมจึงได้นำอุปกรณ์ถ่ายภาพ สนทนาเพื่อประโยชน์กับผู้อื่น ซึ่งได้มีการถ่ายทอดการสนทนาธรรมแต่ละที่ ซึ่งมีประโยชน์มาก มีคนใหม่ๆที่ไม่เคยฟังท่าน อ.สุจินต์ ได้มีโอกาสเปิดเจอและแสดงความคิดเห็นว่าขอติดตามฟังต่อไป ในเฟสบุ๊ค ชมรมบ้านธัมมะ มศพ.

BANJARAN RETREAT HOTSPRING RESORT   IPOH CIYT  MALAYSIA

จึงขอนำธรรมสาระดีๆและ ภาพประทับใจ มาให้สหายธรรมได้เกิดปัญญความเข้าใจถูกกันครับ

สถานที่ที่เราจะไปกันคือ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 13 - 17 พ.ย. 60 ที่เกาะปีนัง พัก 2 คืน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที โดยเครื่องบินแอร์เอเชีย และ เมืองอิโปะห์ พัก 2 คืน  เมืองที่ล้อมรอบด้วยภูเขา ใช้เวลาเดินทางจากเมืองปีนัง โดยนั่งรถพื้นราบไม่ขึ้นเขา 2 ชั่วโมง

ก่อนมาได้ 7 วัน เกิดฝนตกหนักที่สุดในประวัติศาสตร์ของเกาะปีนัง ถึง เกือบ สี่ร้อยกว่ามิลลิเมตร ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน สูงเกือบ 3 เมตร ในตัวเมืองปีนัง ช่วงที่เราไปเป็นช่วงที่ังมีฝน แต่ ก่อนไปตกหนักมาก ความหวั่นไหวก็ยังมี ว่า เดินทางจะเจอฝนหรือไม่และน้ำจะลดทันหรือไม่ เพราะ ทางปีนัง ต้องขอความช่วยเหลือจากส่วนกลาง เพราะ นำท่วมสูง ถนนตัดขาด ก็คิดไปตามเหตุปัจจัยว่า จะเป็นอย่งไรก็เป็นอย่างนั้น ก็เช็คสภาพอากาศในวันที่ไป คือ ฝนแทบไม่ตกเลย ตลอด 5 วัน ครับ

วันแรกของการเดินทาง 13 พ.ย. 2560

คณะของเรา 28 ท่าน  นัดกันที่สนามบินดอนเมือง เวลา 08.30 น. เครื่องบินออกเวลา 11.00 น.   ต่างคนต่างมา ต่างคนต่างการสะสม แต่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน คือ สนใจศึกษาพระธรรมในหนทางที่ถูกต้อง 

 ถึงเวลาแปดโมงเช้ากว่าๆ คณะของเราก็มาพร้อมกันที่สนามบินดอนเมือง สบายๆ นัดเวลากันให้สายๆ ไม่เช้าเกิน

เพราะเป็นทริปพักผ่อน ท่านอาจารย์และคุณป้าจี๊ดเดินทางมาถึง ก็ให้ท่านนั่งพักผ่อน กระผมก็เช็คอินให้ 

สหายธรรม สมาชิกชมรมบ้านธัมมะ มศพ.พร้อมใจกัน 

ความเป็นมิตร เป็นเพื่อน ไม่จำกัด อายุ เพศ เพราะ ความเป็นมิตรเป็นสภาพจิตที่ดีงาม กาย วาจา ที่แสดงต่อกัน ย่อมเป็นไปในทางที่ดี เหมือนกับการเดินทางร่วมกันครั้งนี้

นั่งรอกันแป๊บนะครับ เตรียมเอกสารเช็คอินให้

น้ำหนึ่งใจเดียวกัน

ท่าน อ.สุจินต์..แม้แต่คำว่า “น้ำหนึ่งใจเดียวกัน” ซึ่งเป็นข้อความในพระไตรปิฎก ก็น่าพิจารณาว่า หมายความถึงขณะไหน สำหรับผู้ที่ฟังพระธรรม   และน้อมประพฤติปฏิบัติตามเพื่อจะขจัดกิเลส    ขัดเกลา กิเลสเพื่อไปสู่ทางเดียวกัน  คือ   รู้แจ้งอริยสัจธรรม    นั่นเป็นผู้ที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพราะว่ามีจุดประสงค์อันเดียวกัน   ฟังพระธรรมเพื่อจะประพฤติปฏิบัติตาม  เพื่อขัดเกลา กิเลส  เพื่อไปสู่ทางที่ดับกิเลสเป็นสมุจเฉท   แต่ถ้าเป็นอกุศล  ไม่ใช่น้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพราะเหตุว่านำไปสู่คติต่างๆ ซึ่งไม่นำไปสู่พระนิพพาน

เพราะฉะนั้นแต่ละท่านซึ่งฟังพระธรรมก็พอจะพิจารณาขึ้นมาอีกว่า จิตใจของท่าน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันหรือยัง   เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่น้ำหนึ่งใจเดียว กัน  จะถึงพระนิพพานไหมคะ เพราะว่ายังมีกิเลสอยู่ และไม่รู้ และไม่ขัดเกลาด้วย

 เพราะฉะนั้นผู้ที่จะขัดเกลากิเลสจริงๆ  จึงต้องเป็นผู้ละเอียด  แล้วก็พิจารณาธรรม แม้เพียงข้อธรรมบางประการ   ซึ่งอาจจะคิดว่า เล็กน้อย  แต่แม้ข้อธรรมเพียงคำว่า “เป็น น้ำหนึ่งใจเดียวกัน”  ก็ทำให้ระลึกได้ว่า ในขณะนี้ท่านเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับใครบ้าง หรือว่าสำหรับบางบุคคลยังเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวไม่ได้  ถ้ายังเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวไม่ได้ เป็นความผิดของใคร

เป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณาจริงๆ ถึงจะได้ประโยชน์ เป็นความผิดของคนอื่นหรือ ว่าเป็นความผิดของท่านเอง  เพราะในขณะที่กำลังไม่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับคนอื่น ขณะนั้นจิตเป็นกุศลหรือเป็นอกุศล

กลุ่มคุณประสาร ที่จัดสนทนาธรรมที่โรงเลื่อยจักรประสาร ก็มาด้วยครับ ที่เห็นก็เป็นญาติพี่น้องล้วนแล้วแต่ฟังธรรมกันทุกคน ขออนุโมทนาครับ

 เช็คอินเรียบร้อย ท่านอาจารย์ คุณป้าจี๊ด และ คุณป้ากระเช้ารัตน์ ก็มีรถ wheelchair ไปส่งถึงทางขึ้นเครื่องบิน สิบโมงครึ่งก็เรียกขึ้นเครื่อง บิน 11.00 ถึง บ่ายครึ่งที่เมืองปีนัง และก็พักผ่อนกันเลยที่โรงแรม สบายๆ ครับ

คณะของเราก็เดินทางเข้าGate กันมาแล้วครับ

แอร์เอเชียพร้อมแล้วจะออกเดินทาง สิบเอ็ดโมงเช้า กรุณาขึ้นเครื่องค่ะ ช้าตกเครื่องนะคะ 

อีกหนึ่งชั่วโมง 45 นาที ถึงปีนัง ที่คิดว่ากำลังเดินทาง แท้ที่จริงก็เพียงคิดเท่านั้น จิตเดินทางไม่ได้ รูปก็เดินทางไม่ได้ เกิดขึ้นและดับไปในขณะนั้นเท่านั้นครับ

จองที่ให้ท่านทั้งสาม หน้าสุด สบายฝุดๆ ครับ

คุณวรรณี คอยติดตามดูแลท่านอาจารย์เสมอๆๆ ทริปนี้ก็มา ขออนุโมทนาครับ

และแล้ว นกปีกเหล็ก ก็พาพวกเราถึงปีนังใช้เวลาไม่นาน หนี่งชั่วโมง 45 นาที เดินทางถึงสนามบินปีนัง มาเลเซีย  

ผ่านการตรวจคนเข้าเมือง และก็เดินทางเข้าเมืองปีนัง พักผ่อนกันที่โรงแรม Light Hotel Penang

รัฐปีนัง เป็นเกาะ ตั้งอยู่บนช่องแคบมะละกา อยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของมาเลเซีย ปีนัง ยังได้รับขนานนามว่า “ไข่มุกแห่งตะวันออก” ในฐานะเมืองที่มีความสวยงามและโรแมนติกที่สุดเมืองหนึ่งของตะวันออก

เราต้องนั่งรถประมาณ 20 นาที ข้ามสะพาน ข้ามเกาะ ไปสู่เกาะปีนังกันครับ  สักพักก็ถึงโรงแรม

ระหว่างรอเช็คอิน รอกุญแจ ท่านอ.สุจินต์ ก็ไม่ว่างเว้น สนทนาธรรมกับสหายธรรม เวลามีค่าเสมอแม้เพียงเล็กน้อย เมื่อเข้าใจพระธรรม

รอกุญแจแป๊บนะครับ 

และเมื่อได้กุญแจเรียบร้อยก็ให้ทุกคนไปพักผ่อน สบายๆ พรุ่งนี้ค่อยเดินทางเที่ยวตัวเมืองแถวนี้ เป็นการพักผ่อนสบายๆจริงๆ 

และ ทริปพิเศษนี้ ไม่ใช่แค่เพียงการไปพักผ่อนเท่านั้น ประโยชน์สูงสุดของชีวิตคือ การเข้าใจพระธรรม ดังนั้น กระผมได้เลือกโรงแรมที่มาเลเซีย ที่จะทำให้คณะได้พักผ่อนแล้ว ก็ได้ถือโอกาส เชิญ คุณปาล และ น้องหญิงจิ้ง ซึ่งอาศัยอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย ใกล้ปีนัง ก่อนมาประเทศมาเลเซียครั้งนี้ เพื่อจะได้มีโอกาสใด้ใกล้ชิดบัณฑิต กราบผู้ควรกราบไหว้และ สนทนาธรรม ฟังพระธรรม แม้จะอยู่ในสถานที่ไหนก็ตาม คุณปาล และ น้องหญิงจิ้ง เป็นผู้มีศรัทธา ฟังพระธรรมของท่าน อ.สุจินต์เป็นประจำอยู่แล้วมาหลายปี และ เคยอยู่ที่หาดใหญ่ ก็จะมาฟังสนทนาธรรม กราบท่านอาจารย์หลายๆครั้ง เมื่อครั้งที่ท่านอ.สุจินต์มาสนทนาที่หาดใหญ่ แต่ ด้วยเหตุปัจจัยที่ครอบครัวอยู่มาเลเซีย จึงได้ย้ายไปที่มาเลเซียใกล้ปีนัง กระผมจึงถือโอกาสที่ดี ที่จะชวนเพื่อนสหายธรรมที่อยู่ใกล้ปีนัง มาใกล้บัณฑิตและสนทนาธรรมกันครับ  ก็นัดกันที่โรงแรม Light Hotel Penang ในเย็นวันแรก ที่เดินทางไปถึง และ ก็ได้พาไปกราบท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ก็เอ็นดู เมตตา ท่านทั้งสองเป็นอย่างยิ่งครับ

ทีมสมาชิกชมรมบ้านธัมมะ มศพ.   ก็พักผ่อนกัน สู่ภวังคจิต ในขณะที่หลับสนิทเป็นภวังคจิต ไม่รู้อารมณ์ในโลกนี้ แต่ ขณะที่ฝัน ไม่ใช่หลับสนิท เพราะเป็นการนึกคิดทางใจ ก็ตามเหตุปัจจัยของแต่ละคนที่สะสมมา บางท่านนอนไม่ค่อยหลับ ก็มักกล่าวว่าแปลกที่ แท้ที่จริง ทุกอย่างเป็นไปตามกรรม จะหลับนาน หลับไม่นาน ก็ตามกรรม เพราะ ภวังคจิตเป็นผลของกรรม หาก กรรมดีให้ผล บ่อยๆ ก็หลับนานนั่นเองครับ 

นัดเวลากันสบายๆ จะทานอาหารเช้าตอนไหนก็ได้ ไม่มี 5   6  7  คือ ตื่นตี 5   6 โมงเช้าทานข้าว เจ็ดโมงรถออก    ใครจะทานเวลาไหนก็ตามสะดวก เก้าโมงกว่า ค่อยออกไปเที่ยวปีนังกันใกล้ๆครับ

เช้าวันที่ 14  พ.ย. 2560

เช้าแล้ว   แต่กว่าจะเช้า  มาเลเซีย เวลาบ้านเขาเร็วกว่าบ้านเรา 1 ชั่วโมงครับ แต่ที่น่าแปลก กว่าพระอาทิตย์จะขึ้น เจ็ดโมงกว่า และ กว่าพระอาทิตย์จะตก ก็ทุ่มกว่า คงเป็นเพราะใกล้เส้นศูนย์สูตร มากๆ คณะของเราจึงสบายๆ สายๆกัน  ต่างคนต่างลงมาทานอาหาร

และแล้ว...ที่ห้องอาหาร Light Hotel  Penang แสงสว่างของปัญญา ก็สว่างขึ้นอีกครั้ง เป็นปกติของท่านอาจารย์สุจินต์ ที่ท่านรับประทานอาหารแล้ว ก็จะเยี่ยมเยียน คุยแต่ละโต๊ะ และ ไม่ทิ้งโอกาส คือ สนทนาธรรมให้พวกเราฟังเสมอ ซึ่งเนื้อหาสาระดีมากๆ ต้องขอขอบคุณ คุณวรรณี ที่คอยอัดเทป การสนทนาในทุกๆที่ แม้จะที่ไหนก็ตาม ทำให้กระผมได้ม๊โอกาสถอดเทปให้สหายธรรมได้อ่านกันครับ

ท่าน อ.สุจินต์ ที่ห้องอาหารเช้า Light Hotel Penang

ท่าน อ.สุจินต์ พูดคุย สนทนากับ คุณปาลและน้องหญิงจิ้ง อย่างเป็นกันเอง ที่ทั้งสองอยู่มาเลเซียและยังได้มีโอกาสมาพบท่านอาจารย์ อนัตตาจริงๆ ตั้งแต่ต้น จนจบ คือ ตั้งแต่เกิด ปฏิสนธิ จน ตาย จุติจิตเกิด 

การได้ใกล้ คบ บัณฑิต เป็นมงคล

การสนทนาธรรมก็เป็นมงคล

 คณะเราก็มาล้อมวง รับฟังการสนทนาที่โต๊ะอาหาร  นี่แสดงถึงความจริงที่ว่า ธรรมเป็นปกติ ปกติ คือ เกิดแล้ว เห็น ได้ยิน เกิดแล้ว จะได้ยิน จะได้ฟังอะไร สถานที่ไหน ก็เกิดแล้ว ปัญญาก็เกิดได้ในที่ทุกสถาน พระสาวก ก็รับฟังพระธรรม จากพระพุทธเจ้าในหลายๆสถานที่ ไม่ได้ต้องไปสำนักปฏิบัติเลย แต่ ขณะที่ท่านเหล่านั้นรับฟัง ปัญญาก็เกิดได้

 และถ้ายังไม่มีความเข้าใจพระธรรมเสียแล้ว จะเอาอะไรไปปฏิบัติ เพราะแม้แต่คำว่าปฏิบัติก็เข้าใจผิด สำคัญว่าจะต้องไปนั่ง ไปเดินจงกรมทำอะไรแปลกๆ  แต่ ปฏิบัติ คือ การรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่มีจริงในขณะนี้ ฟังพระธรรม เข้าใจพระธรรม ปัญญา สติถึงพร้อมในที่ทุกสถาน โต๊ะอาหาร ห้องครัว ปัญญาเกิดได้ อนัตตาทั้งหมด ครบ