ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม   ... ครั้งที่ ๓๒๕
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  12 พ.ย. 2560
หมายเลข  29302
อ่าน  503

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม)   ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง  รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน    เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง  แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง  ดังนี้

 

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม   ... ครั้งที่ ๓๒๕

 

~ถึงอย่างไรก็ต้องตาย  ก็ทำความดีให้มากที่สุด ไม่ดีกว่าหรือ?   เข้าใจพระธรรมให้มากที่สุด ไม่ดีกว่าหรือ?  จะได้ติดตามไปได้ จะทิ้งโอกาส(แห่งการสะสมความดีและฟังพระธรรม) ได้อย่างไร?

~พระภิกษุ ท่านบวชแล้ว  เห็นภัยแล้ว  ต้องประพฤติอย่างไร เพราะก้อนข้าวที่ได้จากชาวบ้านเพราะเขาเห็นความดี  เมื่อเขาเห็นความดีแล้ว  แต่ไม่มีความดีที่จะไปให้เขา (จะเป็นอย่างไร สมควรหรือไม่?)  ลองคิดดู  ถ้าระลึกได้ว่า   แม้แต่ทุกคำข้าว มาจากชาวบ้าน ท่านต้องศึกษาธรรม  นั่นแหละ คือ ความดี ที่จะตอบแทนก้อนข้าว(ของชาวบ้าน)

~ปัญญาไม่ทำให้เกิดโทษภัยใดๆเลย

~ตราบใดที่ยังมีการศึกษา    พระธรรมวินัย ก็ยังดำรงอยู่ได้

~ถ้าเป็นความเห็นแก่ตัวหรือเป็นเรา  ไม่มีทางที่จะเห็นประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ได้ว่า  เมื่อมีความเข้าใจ(พระธรรมวินัย)แล้ว  คิดถึงคนอื่นที่เขาไม่เข้าใจบ้างไหม  และโดยเฉพาะขณะนี้ประเทศชาติบ้านเมือง   เราก็รู้อยู่ว่า   พระพุทธศาสนาเวลานี้เป็นอย่างไร เสื่อมโทรมขนาดไหน  ก็เป็นที่ประจักษ์แจ้ง  เพราะฉะนั้น  ถ้าเราไม่ร่วมแรงร่วมใจกัน ก็คือว่า  ไม่มีใครสามารถที่จะดำรงรักษาพระพุทธศาสนาไว้ได้ ก็อยู่ที่ทั้งความเข้าใจธรรม และเห็นประโยชน์  แล้วก็กุศลทั้งหลายที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง  ไม่มีอะไรมายับยั้งได้เลย

~ต้องไม่ลืมว่า คำสอนทุกคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ยิ่งเปิดเผย ยิ่งรุ่งเรือง  
เพราะฉะนั้น  ถ้าเราไม่พูด เราปกปิดไว้ ไม่กล่าวถึง ด้วยประการใดๆก็ตาม 
ขณะนั้น เราก็ไม่ได้ทำให้คนอื่นได้รับประโยชน์อะไรจากพระธรรม, คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ควรกล้าอย่างยิ่งที่จะเปิดเผย ให้ได้เข้าใจถูกต้อง

~คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ควรกล้าอย่างยิ่งที่จะเปิดเผย  ให้ได้เข้าใจถูกต้อง

~การกระทำทั้งหมดที่จะให้คนได้เข้าใจความถูกต้อง ไม่ผิด ควรทำ
ถ้าใคร ไม่ทำ ก็ใจดำหรือเปล่า?

~พุทธบริษัทด้วยกัน ก็ช่วยกันบำรุงรักษาพระพุทธศาสนา  ไม่ให้มีการกระทำที่เป็นการทำลายพระพุทธศาสนา

~คำใดที่เป็นคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกคำ เป็นประโยชน์

~เมื่อมีความเข้าใจธรรมแล้ว มีหรือที่จะไม่ขัดเกลากิเลส?

~ชาวพุทธคือผู้รู้  ถ้าไม่รู้ จะเป็นชาวพุทธได้หรือ?

~ฟังพระธรรมเพื่อค่อยๆเข้าใจว่า ไม่มีเรา

~ที่ใดมีปัญญา ที่นั่นจะไม่มีโลภะ

~ถ้าเป็นผู้ตรง คือ  มากไปด้วยความไม่รู้  อะไรๆ  ก็ไม่รู้  จริงหรือไม่?

~เบิกบานที่มีโอกาสได้เข้าใจความจริง  แม้จะเพียงเล็กน้อยก็มีประโยชน์  ถ้าได้ฟังอีกก็จะค่อยๆเข้าใจขึ้น

~ปัญญาเท่านั้นที่จะทำให้รู้ว่า  หนทางใด ถูก  หนทางใด ผิด

~ถ้าเป็นข้อปฏิบัติที่ผิด ทำให้ข้อปฏิบัติที่ถูกไม่เกิดขึ้น แล้วก็ยังเป็นการเผยแพร่ในข้อปฏิบัติที่ผิด ก็ย่อมจะเป็นการทำลายข้อปฏิบัติที่ถูก ซึ่งก็เป็นโทษมากสำหรับตนเอง กับทั้งผู้อื่นด้วย 

~การศึกษาธรรมต้องเป็นเรื่องละเอียดจริงๆ ไม่ใช่เพื่อเหตุอื่น แต่เพื่อที่จะให้พิจารณาจนกว่าจะเข้าใจแจ่มแจ้งถูกต้องตามความเป็นจริง ถ้ามิฉะนั้นแล้ว    การศึกษาธรรมจะไม่มีประโยชน์ ถ้าไม่ใช่ศึกษาเพื่อให้เข้าใจสภาพธรรมตรงตามที่พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดงไว้

~ถ้าได้ศึกษาเรื่องของสภาพธรรมโดยละเอียดขึ้น เท่าที่สามารถจะเข้าใจได้ ก็จะทำให้เห็นความเป็นอนัตตา(ไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตน,ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใคร) ยิ่งขึ้น

~มีความสำคัญมาก ที่ว่า เมื่อศึกษาแล้ว ต้องพิจารณาจึงจะได้ประโยชน์อย่างแท้จริง มิฉะนั้นแล้ว อาจจะเข้าใจธรรมผิด เป็นเหตุให้ประพฤติปฏิบัติผิด ซึ่งเป็นโทษ เป็นทุกข์สิ้นกาลนาน  เพราะฉะนั้น ถ้าศึกษาธรรมแล้วต้องพิจารณา เพื่อที่จะได้ประพฤติปฏิบัติให้ถูก ต้องเข้าใจว่าที่ศึกษานี้ เพื่อประพฤติปฏิบัติถูก

~การที่กุศลจะเจริญขึ้นได้นั้น ต้องเป็นผู้ที่เห็นคุณจริงของกุศลธรรมที่จะเป็นไปเพื่อการขัดเกลาอกุศล จึงไม่ว่างเว้นจากโอกาสที่จะได้สะสมความดีในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นโอกาสของความดีประเภทใดก็ตาม

~อกุศลธรรมทั้งหลาย เป็นอกุศลศีล

~กว่าเราจะขัดเกลากิเลสได้ กิเลสซึ่งมีมาก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจให้ถูกต้อง ว่า กุศลทั้งหลาย เป็นประโยชน์ ทำให้เราไม่ล่วงศีล

~มีเมตตาได้ไหม มีความเป็นเพื่อน แม้แต่คิดก็คิดด้วยเมตตา ไม่ได้คิดที่จะเบียดเบียน

~จิต ที่สะสมมา มากไปด้วยอกุศลเพียงใด เพราะฉะนั้น ถ้าสามารถที่จะเป็นกุศลได้บ่อยขึ้น เพิ่มขึ้น  ไม่ว่าด้วยประการใดๆทั้งสิ้น ขณะนั้น ก็เป็นประโยชน์

~เรา ก็มีกาย มีวาจา มีใจ(จิต) เพราะฉะนั้น ใจเป็นอย่างไร ก็เป็นทางที่จะทำให้วาจา และกายเป็นอย่างนั้น

~สำคัญที่จิต จิตขณะใดเป็นกุศล กายก็ต้องเป็นกุศล วาจาก็ต้องเป็นกุศล

~กล่าวถึงขณะกล่าวที่ธรรม เพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น เข้าใจ (ปัญญา) เป็นกุศล แล้วก็ยังแสดงออกด้วยวาจาที่จะให้ความเข้าใจนั้นเป็นความถูกต้องสำหรับคนที่ได้ฟัง ด้วย

~เราก็รู้ว่า ใจ(จิต) ที่ยังไม่ได้เอ่ยออกมาทางวาจา แล้วใจที่เป็นกุศลนั้นก็ต้องเป็นกุศล แต่พอพูดวาจานั้นออกมา ก็พูดด้วยจิตที่เป็นกุศล ถ้ากระทำด้วยจิตที่เป็นกุศล การกระทำนั้นก็เป็นการกระทำที่เกิดจากจิตที่เป็นกุศล

~แม้ว่าจะกล่าวถึงเหตุที่นำความสุขมาให้ ก็ไม่ใช่ว่าให้มีความหวังที่จะให้เรามีความสุขจากเหตุนั้นแต่มีความเข้าใจอย่างถูกต้องตรงตามความเป็นจริง ว่า นั่นเป็นเหตุและเป็นผล ธรรมอย่างนี้นำมาซึ่งผลอย่างนั้น หรือผลอย่างนี้ที่เป็นธรรมที่เป็นผล ก็เกิดจากเหตุอย่างนั้น ไม่มีเรา

~แสดงความจริงทั้งหมด ไม่ว่าจิตขณะนั้นจะเป็นอกุศล ก็ขอให้รู้ในความไม่ใช่เรา

~ความดี แม้เพียงเล็กน้อย ถ้าไม่ทำ หรือ อกุศลแม้เพียงเล็กน้อย ถ้าไม่เว้น ขณะนั้นก็พอกพูนอกุศล

~ถ้าพูดถึงกุศลที่เว้นทุจริต ให้รู้ว่าขณะนั้นเป็นการขัดเกลากิเลส โดยการเว้นทุจริตสละอกุศลที่มีอยู่ในจิต โดยการที่เป็นกุศล

~ความหวัง ยังมีอยู่ตราบใด ความหวัง ก็เพิ่มขึ้น ตราบนั้น ไม่มีทางที่จะขัดเกลาได้เลย

~พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงธรรม คือ ความจริง ต้องเป็นความจริง กุศลนำมา ซึ่งอะไรบ้างซึ่งเป็นผลที่ดีตามความเป็นจริง แต่ไม่ใช่ว่าให้หวังที่จะได้สิ่งที่ดี ด้วยความเป็นเรา

~ถ้ารู้ว่าผลต้องตามมาแน่(มาจากเหตุ) แล้วต้องหวังไปทำไม

~ทำอะไรอะไรก็ตาม ที่เป็นกุศล โดยไม่หวัง เพราะรู้ว่าเป็นการขัดเกลาอกุศล

~เข้าใจแล้วก็เข้าใจอีก เข้าใจแล้วก็เข้าใจอีก ปัญญาทำหน้าที่ของปัญญา ไม่มีใคร ไปทำอะไรเลย

~พระธรรมจะนำไปสู่ความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะปัญญารู้ว่าขณะนั้นแต่ก่อนนี้  เคยเป็นคนที่ไม่สนใจที่จะทำดีเลย แต่พอได้ฟังพระธรรมแล้ว ก็เข้าใจว่า ถ้าไม่ทำดี ขณะนั้นก็เป็นอกุศล

~ก็เพราะได้เข้าใจพระวินัย และเข้าใจพระธรรมด้วย ก็ทำให้สามารถที่จะเกื้อกูลบุคคลอื่นไม่ให้ผิดยิ่งไปกว่านี้

 

ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ

 

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม   ... ครั้งที่ ๓๒๔  

 

...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง
และอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...  


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
peem
วันที่ 12 พ.ย. 2560 19:15 น.

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
kukeart
kukeart
วันที่ 12 พ.ย. 2560 19:32 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
Patchanon
Patchanon
วันที่ 12 พ.ย. 2560 19:35 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 12 พ.ย. 2560 21:40 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
วรศักดิ์
วรศักดิ์
วันที่ 12 พ.ย. 2560 22:46 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
thilda
thilda
วันที่ 12 พ.ย. 2560 23:48 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
siraya
วันที่ 13 พ.ย. 2560 08:20 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
เบญจขันธ์
วันที่ 13 พ.ย. 2560 09:08 น.

ขอบพระคุณ  และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 13 พ.ย. 2560 10:21 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
panasda
วันที่ 13 พ.ย. 2560 13:51 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
jaturong
วันที่ 13 พ.ย. 2560 15:50 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
Tathata
Tathata
วันที่ 13 พ.ย. 2560 16:29 น.

ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
papon
papon
วันที่ 13 พ.ย. 2560 22:16 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
ปาริชาตะ
ปาริชาตะ
วันที่ 14 พ.ย. 2560 18:48 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
แสดงความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ