สิ่งอื่นใดก็ไม่มีค่าเท่ากับความเข้าใจถูกเห็นถูก
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  11 ก.ค. 2560
หมายเลข  28983
อ่าน  723

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

สรุปสาระสำคัญของการสนทนาธรรม
ที่บ้านธัมมะ ลำพูน
วันอังคารที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐
____________________________________

~ทุกวันไม่เคยปราศจากธรรมเลย ธรรม คือ สิ่งที่มีจริง มีจริงในขณะนี้ แต่ไม่รู้ว่าเป็นธรรมจนกว่าจะได้ฟังพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง

~ความเข้าใจที่กำลังมีเดี๋ยวนี้ทีละเล็กทีละน้อย ค่อยๆ เจริญขึ้น ต่างหาก ทำหน้าที่ละความไม่รู้

~ธรรมดา คือ ความเป็นไปของธรรม ไม่ใช่เรา

~ธรรม คือ สิ่งที่มีจริง แต่ละหนึ่ง เกิดแล้วดับ จึงเป็นเราไม่ได้ เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด ไม่ได้

~มีปัจจัยให้เห็นเกิด เห็นก็เกิด โดยไม่มีใครทำให้เกิดได้เลย

~ความสุขเกิดขึ้น ความทุกข์เกิดขึ้น ได้ยินเกิดขึ้น ใครจะไม่ให้เป็นไปได้ไหม? ไม่ได้ เพราะเป็นธรรมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัย

~ถ้าไม่ฟังพระธรรม ไม่มีทางที่จะเข้าใจความจริงได้เลย เพราะฉะนั้น จึงไม่ขาดการฟังพระธรรม

~เดี๋ยวนี้ไม่รู้ความจริง จึงต้องเป็นผู้ตรงที่จะเห็นประโยชน์ของการได้ฟังพระธรรม ฟังเรื่องของสภาพธรรมที่มีจริง เพื่อจะได้เข้าใจความจริง

~สิ่งอื่นใดก็ไม่มีค่าเท่ากับความเข้าใจถูกเห็นถูก เพราะเหตุว่าทุกคนต้องจากโลกนี้ไปแน่นอน อาจจะเป็นเดี๋ยวนี้ก็ได้ เย็นนี้ก็ได้ แต่สิ่งที่มี คือ มีความเข้าใจถูก จะค่อยๆ สะสมสืบต่อไป ก็มีโอกาสที่จะได้ยินได้ฟังอีก เพราะเหตุว่า คนที่ไม่มีโอกาสได้ฟัง มีมาก แต่คนที่มีโอกาสได้ฟัง มีน้อย ตามการสะสม

~เวลาโกรธเกิดขึ้น ไม่ใช่เราที่โกรธ แต่เป็นเจตสิก (คือ โทสเจตสิก) เกิดขึ้นกับจิต ทำให้เป็นไปอย่างนั้น

~ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีจริง เกิดขึ้นเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย เมื่อเกิดแล้วก็ต้องดับไปเป็นธรรมดา

~ผู้ที่ทรงเป็นกัลยาณมิตรสูงสุด ประเสริฐที่สุด คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~กัลยาณมิตร คือ ผู้ที่หวังดี ให้ความจริง ไม่ให้สิ่งที่ไม่จริง เพราะฉะนั้น การสนทนาธรรม ความเป็นมิตร ก็คือ ให้สิ่งที่เป็นประโยชน์กับผู้ที่ร่วมสนทนาด้วย

~กรรม คือ การกระทำ เป็นเราหรือเปล่า? กรรม ไม่ใช่เรา

~ฟังพระธรรมเข้าใจ ขณะนั้นเป็นกุศลกรรม

~สติเป็นเจตสิก(สภาพธรรมที่เกิดกับจิต)ที่ดีงาม เกิดกับจิตที่ดีงาม ไม่ให้ทุกข์ ไม่ให้โทษใดๆเลยแม้แต่น้อย

~ทุกคำที่ได้ฟัง มาจากพระมหากรุณาคุณของพระสัมมาสัมพระเจ้า ที่ได้ทรงตรัสรู้แล้วทรงแสดงความจริงให้สัตว์โลกได้เข้าใจถูกเห็นถูกตามความเป็นจริง

~การฟังพระธรรมเป็นหนทางที่จะทำให้เข้าใจว่าไม่ใช่เรา มั่นคงขึ้น มั่นคงในการฟัง และรู้ว่าสิ่งใดเป็นสิ่งที่ถูกต้อง สิ่งใดเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะปัญญา รู้ ไม่ใช่เรารู้ ถ้าอวิชชา (ความไม่รู้) ก็เห็นผิดเป็นถูก แต่ถ้าเป็นปัญญา ก็เห็นถูกตรงตามความเป็นจริง ว่า ผิดก็ต้องผิด ถูกก็ต้องถูก แล้วก็ไม่ใช่เราด้วย

~ทางหลง มีมาก เพราะความไม่รู้ มีมาก และความอยาก ก็มีมาก

~ไม่รู้ว่า ขณะนี้เป็นธรรมแต่ละหนึ่ง ขณะที่ไม่รู้ก็สะสมความไม่รู้มากขึ้น

~คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ทำให้หลงผิด

~ความเข้าใจ มีกำลังเมื่อไหร่ ก็สามารถดับกิเลส(เครื่องเศร้าหมองของจิต)ได้เมื่อนั้น

~จะยากเพียงใดกับการฝืนกระแสของโลกซึ่งเต็มไปด้วยความไม่รู้และความติดข้อง มาสู่การละความติดข้องในสิ่งที่ไม่มี แต่หลงเข้าใจว่ามี เพราะความรู้ (ปัญญา) ไม่ใช่เพราะเรา

~หนทางเดียว คือ หนทางแห่งการอบรมเจริญปัญญาค่อยๆเข้าใจขึ้น ที่จะละคลายความไม่รู้และความติดข้อง หนทางเดียวจริงๆ คือ หนทางของปัญญา

~ขณะนี้เป็นธรรมหรือเป็นเรา? เป็นธรรม, มั่นคงแค่ไหน?

~จะไปทำอะไรที่ไหน ๗ วัน ๘ วัน แล้วจะรู้ความจริงของสภาพธรรม เป็นไปไม่ได้เลย

~ถ้าเข้าใจว่า พระพุทธศาสนา ง่าย ไม่ต้องศึกษา ไปปฏิบัติเลย ถูกหรือผิด? ผิด

~ปัญญาค่อยๆ เก็บเล็กผสมน้อย จนกว่าจะเจริญขึ้น

~ความเข้าใจธรรมจากการได้ยินได้ฟังแต่ละครั้งทีละเล็กทีละน้อย ค่อยๆ เจริญขึ้น ท่ามกลางอกุศล

~เป็นผู้ไม่ประมาท เพราะเห็นประโยชน์สูงสุดที่เป็นรัตนะอันประเสริฐ คือ คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่สามารถทำให้จากที่ไม่รู้อะไรทั้งสิ้นเหมือนคนตาบอด ค่อยๆ มีแสงสว่างปรากฏที่พอจะเห็นบ้าง แต่ปัญญาก็ต้องเป็นไปตามลำดับขั้น

~จิตขณะหนึ่งเกิดแล้วดับไป แล้วจะเป็นเราได้อย่างไร

~ทุกอย่างที่เกิดแล้วดับไป ควรหรือที่จะยังติดข้องยินดีอยู่ เพราะไม่มีต่างหาก แต่หลงว่ายังมี

~คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกคำ เป็นไปเพื่อละความไม่รู้ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดอกุศลต่างๆ รวมทั้งความติดข้องด้วย.

 

...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์

ที่เคารพยิ่ง

และ อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
chatchai.k
วันที่ 12 ก.ค. 2560 05:51 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
panasda
วันที่ 12 ก.ค. 2560 05:53 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
phawinee
phawinee
วันที่ 12 ก.ค. 2560 07:58 น.

เป็นข้อความที่มีคุณค่ามากค่ะ

ขอกราบขอบพระคุณท่านสุจินต์ท่านอาจารย์ดวงเดือนท่านอาจารย์คำปั่นและท่านอาจารย์วิทยากรและท่านสมาชิกชมรมบ้านธัมมะทุกท่านในความเมตตาอนุเคราะห์เกื้อกูลพระธรรมที่ให้ประโยชย์อย่างสูงที่สุดในสังสารวัฏฏ์ เป็นบุญมากเมื่อได้ฟังได้อ่านแล้วเข้าใจพระธรรม

ขออุโมทนาในกุศลของทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 12 ก.ค. 2560 08:54 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
worrasak
worrasak
วันที่ 12 ก.ค. 2560 09:12 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 12 ก.ค. 2560 12:09 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
มกร
วันที่ 12 ก.ค. 2560 13:22 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
napapongsumran
napapongsumran
วันที่ 12 ก.ค. 2560 13:26 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
thilda
thilda
วันที่ 15 ก.ค. 2560 00:34 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
แสดงความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ