เข้าใกล้คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  10 ก.ค. 2560
หมายเลข  28975
อ่าน  1,073

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

สรุปสาระสำคัญของการสนทนาธรรม
ที่บริษัท เชฟรอนประเทศไทย สำรวจและผลิต จำกัด
วันจันทร์ที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๐

----------------------------

~คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ละคำ ต้องไตร่ตรอง และเป็นผู้ตรงต่อความจริง  เป็นผู้ที่มีเหตุผล

~ถ้าจะรับมรดกจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็คือ เป็นผู้เริ่มฟังพระธรรม ซึ่งไม่ใช่คำของคนอื่น

~สิ่งที่มีจริงนี้แหละ ทุกอย่างที่จริง เป็นสิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ โดยที่คนอื่นไม่สามารถรู้ได้เลย ถ้าไม่ได้ฟังคำของพระองค์

~ธรรม คือ สิ่งที่มีจริง    จากที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้ ก็ทรงแสดงความจริงของธรรมนั้นให้คนอื่นได้มีโอกาสได้รู้ด้วย  จนกระทั่ง จากไม่รู้เลยเป็นรู้ขึ้น ทีละเล็กทีละน้อย ตรงตามที่ได้ฟัง  น่าอัศจรรย์ไหม?

~ความไม่รู้ มีไหม?  มี,     กำลังไม่รู้   จะบอกว่าไม่มีความไม่รู้ได้อย่างไร

~อาการโกรธ   กระด้าง  ผิดปกติ  ธรรมดาๆ ไม่โกรธก็ดูดี  ไม่เป็นอะไร  แต่พอขุ่นขึ้นมานิดเดียว  ความกระด้างปรากฏ 

~ใครก็ตามที่มีโอกาสได้ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น  จึงจะรู้ว่าคำอื่น ไม่ใช่คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~สิ่งที่มีค่าที่สุดคือความเข้าใจพระธรรม,  จากโลกนี้ไปแล้ว ไม่มีอะไรที่จะติดตามไปได้เลย แม้ร่างกายของเราที่เข้าใจว่าเป็นเราหรือของเรา ก็ไปด้วยไม่ได้

~กิเลส (เครื่องเศร้าหมองของจิต)  มี เพราะไม่รู้   จึงยึดถือสภาพธรรมว่าเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เที่ยง

~ความเข้าใจผิดทำลายคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหมด และทำลายประเทศชาติด้วย  เต็มไปด้วยอกุศล ก็ลองคิดดูว่า จะดีได้อย่างไร

~ความไม่รู้ เป็นอกุศล  นำมาซึ่งความโลภ ความโกรธ ความริษยา  ความสำคัญตน   ทุกอย่างหมดที่จะทำลาย  เพราะเหตุว่าไม่ได้นำสิ่งที่เป็นประโยชน์มาให้เลย

~กิเลส(เครื่องเศร้าหมองของจิต) ทำลายอะไรก่อน?    ทำลายจิต เพราะกิเลสเกิดกับจิต  จิตเศร้าหมอง ถูกทำลายไปเรื่อยๆ

~คิดว่าทำร้ายคนอื่น แต่หารู้ไม่ว่า ก่อนทำร้ายคนอื่น  ทำร้ายตนเองแล้ว    ถ้าเข้าใจถูกอย่างนี้จะดีขึ้นไหม   จะไม่ทำร้ายใครแล้ว เพราะว่าการทำร้าย เกิดขึ้น จากจิตของเราที่เลวต่างหาก  เพราะจิตเลว จึงสามารถทำสิ่งที่เลวได้    เพราะฉะนั้น  โลกจะสงบขึ้นไหม ถ้าทุกคนเป็นคนดีเพิ่มขึ้น   ประเทศชาติจะมั่นคงขึ้นไหม  ถ้าทุกคนเป็นคนดีเพิ่มขึ้น

~คำใดที่เป็นคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า   เป็นไปเพื่อการละ ไม่ใช่เป็นไปเพื่อการจะได้มา   เพราะการที่จะได้มาทั้งหมด   เป็นเรื่องของความต้องการ  เป็นเรื่องของความไม่รู้  แต่คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกคำ  เป็นไปเพื่อละความไม่รู้และละกิเลสอื่นๆ ด้วย    ซึ่งจะเป็นไปได้ก็ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง

~พระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า   ยิ่งเปิดเผยยิ่งรุ่งเรือง    แต่ถูกปกปิดไว้หมดด้วยคำที่ไม่ใช่คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า    แล้วพระศาสนาจะรุ่งเรืองได้อย่างไร     เพราะฉะนั้น  การที่ได้เข้าใจธรรม   กล่าวคำจริง ด้วยความหวังดีที่เป็นกัลยามิตรที่จะให้คนอื่นได้เข้าใจถูกเห็นถูกในคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า   เป็นประโยชน์หรือไม่เป็นประโยชน์? (เป็นประโยชน์)     ควรกล่าวหรือไม่ควรกล่าว? (ควรกล่าว)

~ต้องรู้ว่า  ต้องเป็นความจริง  จึงสมควรที่จะให้คนอื่นได้รับฟัง   มิฉะนั้นแล้ว เขาก็เข้าใจผิด

~เวลาที่มีการสละสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้ผู้อื่นเพื่อประโยชน์ของเขา   ถ้าสติไม่เกิดระลึกเป็นไปในการให้   จะไม่มีการให้เลย

~กุศลเกิดขึ้นเมื่อไหร่  ไม่ใช่เรา  แต่สติเกิดขึ้นระลึกเป็นไปในกุศล

~ผู้ที่มีการสะสมที่จะมีความเข้าใจผิด ไปไหน?  ไม่ได้ไปหาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลย    แต่ไปไหน ไปหาคนอื่นที่มีชื่อเสียงที่เขาคิดว่าถูกต้อง  เพราะฉะนั้น เป็นธาตุ(สิ่งที่มีจริง ทรงไว้ซึ่งลักษณะของตน) ทั้งหมด    ความไม่รู้กับความเห็นผิด ก็ไปตามความไม่รู้และความเห็นผิดซึ่งเกิดขึ้นนำไป

~พระธรรม ยิ่งเปิดเผยยิ่งรุ่งเรือง เพื่อให้คนได้เข้าใจถูก  คนที่เห็นผิดจะได้รู้ว่าความจริงคืออย่างไร  ที่ถูกคืออย่างไร    เป็นประโยชน์สำหรับเขาที่จะไม่ไปหาความเห็นอื่น

~ฟังพระธรรมเมื่อไหร่  ก็คือ เป็นผู้เข้าใกล้คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อนั้น  ไม่ไปสู่คำอื่น

~ก่อนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน    พระปัจฉิมวาจา  คำสุดท้ายของพระองค์ คือ  จงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม    ให้ถึงพร้อมหมายความว่า  ฟังพระธรรมก็ต้องไม่ประมาทในความลึกซึ้งของพระธรรม    เพราะถ้าประมาท ก็ไม่เข้าใจทันที.

 

...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง

และอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ…


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
thilda
thilda
วันที่ 10 ก.ค. 2560 21:39 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
chatchai.k
วันที่ 10 ก.ค. 2560 22:00 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
napachant
napachant
วันที่ 10 ก.ค. 2560 22:31 น.

              กราบขอบพระคุณ และอนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ภัทรกร
ภัทรกร
วันที่ 10 ก.ค. 2560 23:17 น.

กราบอนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุ...ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
สิริพรรณ
วันที่ 10 ก.ค. 2560 23:40 น.

กราบอนุโมทนาขอบพระคุณยิ่งค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 11 ก.ค. 2560 00:07 น.

   ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
มกร
วันที่ 11 ก.ค. 2560 08:48 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 11 ก.ค. 2560 08:59 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
ประสาน
วันที่ 11 ก.ค. 2560 23:12 น.

การศึกษาพระธรรมต้องเป็นผู้ละเอียด ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
chvj
วันที่ 12 ก.ค. 2560 07:16 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
worrasak
worrasak
วันที่ 12 ก.ค. 2560 10:00 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 12 ก.ค. 2560 12:30 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
napapongsumran
napapongsumran
วันที่ 12 ก.ค. 2560 21:31 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
s_sophon
วันที่ 18 ก.ค. 2560 07:50 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
noppachai
noppachai
วันที่ 20 ก.ค. 2560 22:35 น.

อนุโมทนาสาธุครับ

 
แสดงความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ