รบกวนผู้รู้ตอบข้อสงสัยหน่อยนะคะ
 
dday
วันที่  9 ก.ค. 2560
หมายเลข  28972
อ่าน  141

อยากทราบว่าการสาปแช่งมีผลในทางพระพุทธศาสนาไหมคะ
ถ้าหากว่าคนแช่งเป็นคนที่มีคุณธรรมสูงกว่า
แล้วคำแช่งจะส่งผลตามคำที่เขาผู้นั้นแช่งไหมคะ ถ้าหากว่าทำผิด ทำให้ผู้ที่แช่งเดือดร้อนจริง แต่ไม่เจตนา
คนที่ถูกแช่งจะต้องได้รับผลตามคำแช่ง หรือว่าได้รับผลตามกรรมที่ตนเองทำ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคำแช่งคะ

รบกวนตอบคำถามหน่อยนะคะ เครียดมากจริงๆ อยากรู้ความเป็นจริงให้มากขึ้นค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 9 ก.ค. 2560 23:25 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ผลที่ไม่ดี ย่อมเกิดจาก การกระทำที่ไม่ดีของตนเอง  เหตุย่อมตรงกับผล เจตนาที่เป็นกรรมของคนอื่นจะมาให้ผลกับอีกคนไม่ได้  ส่วนผลที่ดีก็ย่อมเกิดจากกรรมที่ดี คือกุศลกรรมที่บุคคลนั้นทำเอง พระพุทธองค์ตรัสว่าสัตว์ทั้งย่อมเป็นไปตามกรรม   สัตว์ทั้งหลายจะมีสุขหรือทุกข์จะเกิดที่ไหนอย่างไรเพราะกรรมของตน         บุคคลคนอื่นไม่สามารถให้บุคคลอื่นเกิดบนสวรรค์หรืออบายได้  แต่ไปสุคติได้เพราะกรรมดีของตน เกิดในอบายเพราะกรรมชั่วของตน ไม่เป็นไปตามที่ผู้อื่นสาปแช่งหรือขอร้องอ้อนวอน ผู้มีอกุศลจิต จึงสาบแช่งให้ผู้อื่นประสบกับสิ่งไม่ดีทั้งปวง  เราไม่ได้ประพฤติไม่เหมาะไม่ควรเช่นนั้น      เราก็จะไม่ได้รับผลอย่างที่เขาเป็นหรืออยากให้เราเป็นทุกคนมีกรรมเป็นของตน ทำเหตุอย่างไรก็ได้รับผลอย่างนั้น ใครจะแช่งอย่างไร ก็เปลียนแปลงความเป็นจริงไม่ได้  ในชาดกเรื่อง   ภัคคชาดก เล่ม 57   แสดงว่าที่พระพุทธเจ้าทรงจาม  ภิกษุทั้งหลายจึงกล่าวให้พรกับพระพุทธเจ้าว่า   ขอพระสุคตเจ้าจงทรงพระชนม์เถิด   พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า   คนเราจะเป็นอยู่หรือตายไปเพราะคำกล่าวนี้หรือ    ภิกษุทั้งหลายกล่าวว่าไม่ใช่    นี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ แสดงให้เห็ว่า   สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของๆตน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครจะกล่าวว่าอย่างไร ขออนุโมทนาครับ         

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
ประสาน
วันที่ 10 ก.ค. 2560 04:53 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 10 ก.ค. 2560 07:17 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ความคิดไม่ดีที่เกิดขึ้นเป็นไป ที่มีความมุ่งร้ายปรารถนาร้ายต่อผู้อื่น สาปแช่งผู้อื่น   เป็นสภาพธรรมที่ไม่ดี  เป็นโทษกับตนเอง  เพราะเป็นอกุศล  เมื่อสะสมมากขึ้นมีกำลังมากขึ้น ก็อาจจะเป็นเหตุให้ล่วงเป็นทุจริตกรรมประการต่างๆ เบียดเบียนประทุษร้าย หรือถึงกับฆ่าผู้อื่นได้   ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ควรเลยโดยประการทั้งปวง  จึงกล่าวได้ว่า  เพราะความเป็นปุถุชนผู้หนาแน่นไปด้วยกิเลส   ก็เป็นธรรมดาที่กิเลสทั้งหลายจะเกิดขึ้นเป็นไป ยับยั้งไม่ให้เกิดก็ไม่ได้  เป็นธรรมที่เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย   แต่ปัญญาสามารถเข้าใจถูกเห็นถูกตามความเป็นจริง เห็นโทษของกิเลส และขัดเกลาละคลายกิเลสได้  แล้วน้อมประพฤติในสิ่งที่เป็นประโยชน์     เพราะฉะนั้น  สิ่งที่ผ่านไปแล้วก็ผ่านไป  สามารถตั้งต้นใหม่ เริ่มใหม่ ด้วยการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมให้เข้าใจ  ความเข้าใจถูกเห็นถูกเท่านั้นที่จะนำพาชีวิตไปสู่ความดีทั้งหลายทั้งปวง ครับ

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ....

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
dday
วันที่ 10 ก.ค. 2560 12:39 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 11 ก.ค. 2560 08:54 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
แสดงความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ