ยากที่จะเข้าใจ  แต่ประโยชน์มหาศาล
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  14 มิ.ย. 2560
หมายเลข  28911
อ่าน  867

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

สรุปสาระสำคัญของการสนทนาธรรม
ที่บริษัท สยามแฮนด์ส จ.นครปฐม
วันพุธที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๐

---------------------



 

~แม้ว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์จะเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว ๒,๕๐๐ กว่าปี แต่เราก็ยังมีโอกาสที่จะได้ฟังคำที่พระองค์ได้ตรัสไว้ดีแล้ว

~คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ควรเคารพอย่างยิ่ง คนอื่นไม่สามารถที่จะรู้ความจริงอย่างที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ได้

~เดี๋ยวนี้ มีธรรม เดี๋ยวนี้ เป็นธรรม  ขณะนี้มีสิ่งที่มีจริงๆ ใครๆก็ปฏิเสธไม่ได้ เพราะมีจริงๆ  เห็นมีจริง ได้ยินมีจริง  สบายใจมีจริง เป็นต้น 

~คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เราจะได้ฟัง เป็นคำที่พระองค์ไม่ได้ตรัสให้เชื่อ   แต่ให้พิสูจน์ ให้ไตร่ตรอง ให้เข้าใจแต่ละคำ

~พระรัตนตรัยมี ๓ คือ พระพุทธรัตนะ พระธัมมรัตนะ และพระสังฆรัตนะ  รัตนะหมายความถึงสิ่งที่มีค่าที่สุด    ตอนนี้ถ้าไม่ได้ฟังพระธรรมก็เห็นว่าอย่างอื่นมีค่ากว่า  เช่น  ลาภ ยศ ทรัพย์สิน เงินทอง  

~ควรที่จะได้เข้าใจในสิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงหรือไม่?

~พระภิกษุที่ครองจีวร บวชตามพระธรรมวินัย แต่ถ้าไม่ได้ศึกษาไม่ได้เข้าใจธรรม  ก็ไม่ใช่สังฆรัตนะ  เพราะสังฆรัตนะ หมายถึงพระอริยบุคคลผู้เป็นพระอริยสาวกของพระสัมพุทธเจ้า เท่านั้น

~ทุกคนเกิดแล้วต้องจากโลกนี้ไปแน่นอน เร็วหรือช้า วันนี้ก็ได้ เดี๋ยวนี้ก็ได้ พรุ่งนี้ก็ได้ ไม่มีใครรู้ จะเอาอะไรติดตามไป? เอาความไม่รู้ตลอดชีวิตซึ่งไม่เคยรู้ติดตามไป  หรือว่า มีสิ่งซึ่งเมื่อเกิดมาแล้วยังได้รู้ความจริงของสิ่งที่กำลังมี  
ด้วยเหตุนี้   การฟังธรรมต้องเป็นผู้ที่อดทน

~ตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่มีอะไรที่เป็นของของเรา เพราะเป็นแต่เพียงธรรมแต่ละหนึ่งซึ่งเกิดแล้วดับ ไม่กลับมาอีกเลย

~ต้องมีความเข้าใจที่มั่นคงตั้งแต่ต้นว่า ทุกอย่างเป็นธรรม   ถ้าเป็นธรรมแล้วจะเป็นเราได้ไหม เป็นคนโน้นคนนี้ได้ไหม?  ไม่ได้เลย

~ความไม่เที่ยง ไม่น่าพอใจ เพราะว่าไม่มีแล้วก็เกิดมี แล้วก็ไม่มี  จะน่าพอใจได้อย่างไร  ใครจะไปหยุดยั้งให้มีต่อไปก็ไม่ได้   เพราะว่าเกิดแล้ว จากไม่มีก็มีแล้วก็หามีไม่ ทุกขณะ   

~อย่างน้อยเกิดมาแล้ว ได้มีโอกาสได้ฟังพระธรรม คือ คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ต้องเข้าใจก่อนอื่นเลยว่า ธรรมคืออะไร (ธรรม คือ สิ่งที่มีจริงๆ)  ถ้าไม่ฟังคำนี้ให้เข้าใจก่อน  จะฟังอย่างอื่นต่อไป ก็ไม่สามารถที่จะเข้าใจได้ 

~ผู้ที่ได้ทรงตรัสรู้  ทรงแสดงเหตุ คือ ความเห็นถูกต้องว่า สิ่งใดเป็นประโยชน์ สิ่งใดไม่เป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้น คนนั้นมีความเข้าใจถูกเป็นของตนเอง ซึ่งความเข้าใจถูกเป็นปัญญา มีปัญญาที่จะรู้ว่า อะไรคืออะไร เมื่อนั้น ชีวิตก็จะดำเนินไปด้วยปัญญา  คือ สามารถที่จะรู้ว่าทางที่ถูก ทางที่ดี เป็นอย่างไร

~ความเห็นถูก ก็ต้องเพิ่มขึ้นทีละเล็กทีละน้อย   แต่ต้องมีการเริ่มต้น

~พึ่งพระธรรมได้ โดยการฟังพระธรรมเพิ่มขึ้น  ค่อยๆเข้าใจเพิ่มขึ้น แล้วก็จะค่อยๆพ้นจากทุกข์

~ทุกขณะ ไม่มีอะไรยั่งยืนเลย  ตั้งแต่เกิดจนตาย

~ชาวพุทธไม่ใช่ผู้ไม่รู้  แต่เป็นผู้รู้  รู้อะไร?  รู้ในคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว

~ถ้าเขามาถามเราว่า คุณเป็นชาวพุทธ  แล้วพระพุทธเจ้าสอนอะไร? ตอบเขาไม่ได้   แล้วเราเป็นชาวพุทธหรือเปล่า?

~เกิดมาแล้วสิ่งที่มีค่าที่สุด คือ ได้เข้าใจธรรม    จะจากโลกนี้ไป จะเอาสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปด้วยไม่ได้   เพื่อนฝูงก็เอาไปไม่ได้  ครอบครัวก็เอาไปไม่ได้ ทรัพย์สมบัติก็เอาไปไม่ได้  แม้ร่างกายที่กำลังนั่งอยู่ที่คิดว่าเป็นเรา ก็เอาไปไม่ได้  สิ่งเดียวที่เอาไปได้ คือ การสะสมในจิตแต่ละขณะ ที่ดี ชั่ว  ไม่ได้หายไปไหนเลย

~ปัญญาความเข้าใจถูก เห็นถูก จะนำไปสู่ความเข้าใจยิ่งขึ้น แล้วจะได้เข้าใจและรู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายิ่งขึ้น   เมื่อนั้นก็เป็นชาวพุทธ

~ถ้าวันนี้ไม่ฟังพระธรรมให้เข้าใจ แล้วจะเอาปัญญาที่ไหนมาให้เจริญขึ้น

~ความไม่รู้  ทำให้มีการหลงผิดมากมาย

~จิตเป็นสภาพรู้ เกิดประกอบกับเจตสิก(ธรรมที่เกิดกับจิต)ที่ดี ขณะนั้นก็เป็นกุศลจิต แต่ถ้ามีอกุศลเจตสิกเกิดกับจิต  จิตนั้น   ก็เป็นอกุศลจิต  ไม่มีเราเลย

~รูป เป็นกุศลไม่ได้ เป็นอกุศลไม่ได้  รูปทุกประเภท เป็นอัพยากตธรรม(ธรรมที่ไม่ใช่ทั้งกุศลและไม่ใช่ทั้งอกุศล)

~โกรธ เป็นสังขารขันธ์(สภาพธรรมที่เกิดขึ้นปรุงแต่งจิต)   ปรุงแต่งไหม?  จากปกติ พอโกรธขึ้นมาปรุงแต่งไหม?  สีหน้า คำพูด วาจาตั้งแต่ไม่น่าจะพูดเลย จนกระทั่งถึงการประทุษร้ายกันได้  นี่ก็เพราะสังขารขันธ์ที่ปรุงแต่ง

~ความเข้าใจถูกเห็นถูกมาจากไหน? มาจากมรดกที่ได้รับจากคำสอนแต่ละคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำให้เกิดสิ่งที่ไม่เคยเกิดในสังสารวัฏฏ์(คือ ปัญญา ความเข้าใจถูกเห็นถูก)

~ธรรมคือสิ่งที่มีจริงๆ,      ที่ว่า คนเกิด สัตว์เกิด นั้น  อะไรเกิด?  ธรรมเกิด  แล้วธรรมอะไรเกิด  ก็คือ จิต(สภาพธรรมที่เป็นใหญ่เป็นประธานในการรู้แจ้งอารมณ์)  เจตสิก(สภาพธรรมที่เกิดประกอบกับจิต) และ รูป(สภาพธรรมที่ไม่รู้อะไร) เกิด  นั่นเอง

~ถ้าไม่มีความเข้าใจว่า บุญคือการทำสิ่งที่เป็นประโยชน์และขัดเกลากิเลสของตนเอง  ก็ไปทำสิ่งที่ไม่ใช่บุญ แต่หลงเข้าใจว่าเป็นบุญ

~ไม่โกรธ เป็นบุญไหม?  แค่นี้ก็ต้องรู้ว่า บุญคือขณะที่จิตไม่ประกอบด้วยอกุศลเจตสิก นั่นเอง   

~ไม่โกรธใครก็เป็นบุญ  ไม่ริษยาใครก็เป็นบุญ ไม่กลั่นแกล้งใครก็เป็นบุญ  อภัยให้ใครก็เป็นบุญ

~ฟังพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญพระบารมีกว่าจะมีแต่ละคำให้เราได้เข้าใจ เพื่อตัวเราที่จะไม่เป็นอกุศล  ไม่โกรธ ไม่โลภ ไม่หลงสารพัดอย่างตั้งแต่เล็กน้อยที่สุดจนถึงใหญ่ที่สุด   (การฟังพระธรรม) ก็เป็นบุญ   เพราะฉะนั้น ก็จะเห็นได้ว่า ความดี  ถ้าเข้าใจ เมื่อไหร่ก็เกิดได้   คิดดีกับคนอื่นได้ไหม?  แค่นั้นก็เป็นบุญ  ไม่ใช่คิดร้ายกับคนอื่น 

~พูดดี เป็นบุญไหม? จากเคยนิสัยที่พูดไม่ดี พอเห็นโทษของการพูดไม่ดี (ขณะที่พูดไม่ดี เป็นอกุศล ซึ่งทำให้คนอื่นเดือดร้อนด้วย)  ขณะที่ไม่พูดคำที่ไม่ดี  ก็เป็นบุญ

~บุญไม่ยากเลย  ไม่ต้องไปหาเงินทองอะไรมาก็สามารถที่จะทำได้ โดยเฉพาะความเข้าใจธรรม   ยากที่จะเข้าใจ  แต่ประโยชน์มหาศาล.



ขอเชิญคลิกฟังบางช่วงบางตอนของการสนทนาได้ที่นี่ครับ

ความดี ถ้าเข้าใจเมื่อไหร่ก็เกิดได้

 

...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ 
ที่เคารพยิ่ง
อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
ภัทรกร
ภัทรกร
วันที่ 14 มิ.ย. 2560 18:33 น.

ธัมมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำให้รู้ถูก เข้าใจถูก 

อนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุ...

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
aurasa
aurasa
วันที่ 14 มิ.ย. 2560 18:37 น.

       

          ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
Noparat
วันที่ 14 มิ.ย. 2560 18:38 น.

ทุกขณะ ไม่มีอะไรยั่งยืนเลย

ตั้งแต่เกิดจนตาย

ขอบคุณและอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
peem
วันที่ 14 มิ.ย. 2560 19:14 น.

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
napachant
napachant
วันที่ 14 มิ.ย. 2560 19:18 น.

                              ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
panasda
วันที่ 14 มิ.ย. 2560 19:31 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
จิรัฎฐ์
จิรัฎฐ์
วันที่ 14 มิ.ย. 2560 19:45 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 14 มิ.ย. 2560 20:05 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
meenalovechoompoo
meenalovechoompoo
วันที่ 14 มิ.ย. 2560 20:08 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
ปาริชาตะ
ปาริชาตะ
วันที่ 14 มิ.ย. 2560 21:07 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
ประสาน
วันที่ 14 มิ.ย. 2560 23:15 น.

การศึกษาพระธรรมต้องเป็นผู้ละเอียด ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
siraya
วันที่ 15 มิ.ย. 2560 08:38 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 15 มิ.ย. 2560 10:57 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
s_sophon
วันที่ 15 มิ.ย. 2560 13:39 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 15 มิ.ย. 2560 15:34 น.

~พูดดี เป็นบุญไหม? จากเคยนิสัยที่พูดไม่ดี พอเห็นโทษของการพูดไม่ดี (ขณะที่พูดไม่ดี เป็นอกุศล ซึ่งทำให้คนอื่นเดือดร้อนด้วย)  ขณะที่ไม่พูดคำที่ไม่ดี  ก็เป็นบุญ

 อนุโมทนาค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
มกร
วันที่ 15 มิ.ย. 2560 22:48 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
thilda
thilda
วันที่ 17 มิ.ย. 2560 00:01 น.

 ❀ ❀ ❀ ❀ ❀ ❀ ❀ ❀ ❀ ❀ ❀ ❀

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

❀ ❀ ❀ ❀ ❀ ❀ ❀ ❀ ❀ ❀ ❀ ❀

 
  ความคิดเห็นที่ 19  
 
มานิสาโข่งเขียว
วันที่ 17 มิ.ย. 2560 10:55 น.

อนุโมทนาสาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 20  
 
worrasak
worrasak
วันที่ 19 มิ.ย. 2560 22:20 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 21  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 21 มิ.ย. 2560 11:19 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 22  
 
s_sophon
วันที่ 23 มิ.ย. 2560 08:19 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 23  
 
wirat.k
wirat.k
วันที่ 30 มิ.ย. 2560 04:06 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
แสดงความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ