Print 
เก็บเล็กผสมน้อย อสุรินทกสูตร 12 ธันวาคม 2558
 
paderm
paderm
วันที่  12 ธ.ค. 2558
หมายเลข  27296
อ่าน  1,207

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

เก็บเล็กผสมน้อย อสุรินทกสูตร 12 ธันวาคม 2558

@ การเห็นโทษของความโกรธ คือ เข้าใจความจริงของสิ่งที่ปรากฏ และ แม้สภาพธรรมอื่นๆ กิเลสอื่นๆ ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา

@ เดี๋ยวนี้เห็นโทษของการเห็นไหม แล้วจะไปเห็นโทษความโกรธได้อย่างไร ถ้าไม่เข้าใจถูกว่าเห็นและโกรธเป็นธรรมไม่ใช่เรา

@ การเข้าใจถูกว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา ในขณะที่กิเลสเกิด มีความโกรธเกิด เป็นต้น ยังดีเสียกว่า การหาวิธีที่จะไม่โกรธ เพราะ ไม่ใช่หนทางที่จะรู้ความจริงได้เลย และ ก็เป็นเราที่ไม่โกรธ จะดับกิเลสได้อย่างไร

@ โกรธ ก็หาวิธีที่จะไม่ให้โกรธ สำเร็จไหม แต่ถ้าเขาชอบวิธีนั้นกัน ที่จะไม่โกรธชั่วคราว ก็ยังคงเป็นเราที่โกรธ แสดงว่าเขาชอบที่จะเกิดอีก ตายอีก เพราะ ไม่มีทางดับกิเลสได้ และ ไม่สามารถดับกิเลสได้เลย

@ บางคนหาวิธีนั้น วิธีอย่างนี้ ที่จะละความโกรธ ละกิเลสอื่นๆ จะทำ พิจารณาโทษ แต่ไม่ใช่หนทาง แต่หนทางที่ถูก คือ เริ่มตั้งแต่เข้าใจว่าธรรมคืออะไร เป็นหนทางที่ถูก ที่จะเริ่มละกิเลสว่า เป็นธรรมไม่ใช่เรา

@ เพียรที่จะละกิเลส เพียรที่จะละความโกรธ กับ เพียรที่ค่อยๆเข้าใจถูกว่าเป็นธรรมไม่ใช่เราอย่างไหนถูกต้องกว่ากัน

@ ไม่มีเราที่จะทำ ไม่มีเราที่จะให้คลายกิเลส มีปัจจัยให้กิเลสเกิด ก็ต้องเกิด แต่หนทางที่ถูกเข้าใจสิ่งที่เกิดว่าเป็นแต่เพียงธรรมไม่ใช่เรา แม้ในขณะที่กิเลสเกิดขึ้นว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา

@ มีเราที่จะพิจารณาบ่อยๆเนืองๆ ขณะนั้นเข้าใจอะไร แต่ ถ้าเข้าใจว่ามีเหตุเกิด ก็เกิด เป็นธรรมอนัตตา อย่างนี้เข้าใจ

@ จะบอกว่าละความโกรธ แต่ไม่รู้จักธรรมเลย แต่ กับคนที่ได้ฟังว่าละความโกรธ แต่มีความเข้าใจถูกสะสมมาแล้ว โดยเฉพาะพราหมณ์ที่ได้ฟัง และ ความโกรธเกิดมีในขณะนั้น ก็เข้าใจถูกว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา นั่นคือ หนทางการละความโกรธ

@ ถ้าได้ยินคำว่า ควรละความโกรธ ควรละไหม ละได้จริงๆหรือเปล่า กับ ความเป็นเราที่ยึดถือว่าเป็นเราที่โกรธ ควรละไหม เพราะ เป็นกิเลสที่ควรละก่อน คือ ความยึดถือธรรมว่าเป็นเรา เพราะฉะนั้นต้องเข้าใจความละเอียดจริงๆของพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง

@ แค่ได้ยินคำว่าโกรธเข้าใจแค่ไหน ถ้าเป็นเราที่จะละความโกรธ เห็นโทษของความโกรธ แต่ ไม่ได้เข้าใจว่าไม่ใช่เรา จะละความโกรธได้อย่างไร เพราะ ไม่เข้าใจพระธรรม ไม่ได้เข้าใจว่าไม่ใช่เรา ไม่ได้เข้าใจว่าเป็นธรรม

@ เลือกไม่ได้ พยายามที่จะกดทับไม่ได้ แต่ธรรมที่เกิดแล้ว ปัญญาที่เห็นถูก เข้าใจสิ่งที่เกิดแล้วว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา

@ ขณะใดก็ตามที่ได้เข้าใจพระธรรม ขณะนั้นเป็นบุญ และ บุญที่จะสะสมต่อไป

@ การจะละความโกรธ และ ไม่ใช่เฉพาะความโกรธ กิเลสทุกอย่าง คือ เข้าใจถูกว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา

@ อ่านพระธรรม แต่อ่านเป็นคนนั้นคนนี้ แต่ไม่เข้าใจว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา ก็ไม่ชื่อว่ารู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

@ ถ้าไม่รู้จักธรรม ก็ไม่รู้จักความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีแต่อ่านแล้วก็เข้าใจแต่ชื่อว่า พระพุทธเจ้าตรัสกับพราหมณ์ผู้นี้ แต่แท้ที่จริง พระพุทธองค์ตรัสรู้ความจริงในสภาพธรรมในขณะนี้

@ การศึกษาธรรมจริงๆ คือ ศึกษาที่เข้าใจว่าธรรมเป็นธรรมไม่ใช่เรา ดั้งนั้นการศึกษาธรรมไม่ใช่อ่านแล้วเอาไปคิดเอง แต่ อ่านแล้วเข้าใจความจริงว่าธรรม คือ  อะไร

@ ถ้าไม่รอบรู้ แม้แต่คำว่า ธรรม คืออะไร อ่านธรรมก็เป็นคนนั้นคนนี้ เป็นเราที่โกรธ เป็นเราที่ไม่โกรธ เป็นเราที่จะละความโกรธ ก็ไม่สามารถเข้าใจธรรมได้จริงๆ

@ ไม่ควรที่จะโกรธตอบคนอื่น คนพูดก็มีกิเลส เพราะฉะนั้น จะละกิเลสได้อย่างไร ถ้าไม่มีปัญญาที่เข้าใจถูกว่าโกรธเป็นธรรมไม่ใช่เรา

@ ฟังแต่ละคำ เข้าใจด้วยปัญญา แม้แต่เรื่องความโกรธว่าเป็นแต่เพียงธรรมไม่ใช่เรา แต่ถ้าเข้าใจว่า โกรธเป็นเราที่โกรธ เป็นเราที่ไม่โกรธ เป็นเราที่จะละความโกรธ เป็นเราที่จะไม่โกรธตอบ

@ การศึกษาพระสูตรผิดมีโทษ  เพราะ เข้าใจว่า มีเราที่จะละความโกรธ มีเราที่จะทำ ละกิเลส เพราะฉะนั้น การศึกษาพระธรรมต้องเป็นผู้ละเอียดรอบคอบ

@ การศึกษาธรรมต้องตามลำดับขั้น จะไม่ให้มีความโกรธไม่ได้ ตราบใดที่ยังมีเรา แต่ กิเลสจะละเป็นไปตามลำดับได้ ด้วยการละความเป็นเรา

@ เดี๋ยวนี้กำลังลืมหรือเปล่า ลืมในขณะนี้ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา เพราะฉะนั้นจึงเป็นผู้หลงลืมเป็นปกติ

@ การศึกษาพระธรรมต้องศึกษาให้ละเอียด ต้องเข้าใจถูกว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา จึงละความโกรธได้ ไม่เช่นนั้น ก็เป็นตัวเราที่จะละความโกรธ เป็นเราที่เห็นโทษของความโกรธ แต่ไม่สามารถละความโกรธได้เลย เพราะ ไม่ใช่หนทางละความโกรธและกิเลสอื่นๆ

 ขออนุโมทนา


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 12 ธ.ค. 2558 12:22 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
chamaikorn
วันที่ 12 ธ.ค. 2558 13:11 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาคะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
pulit
วันที่ 12 ธ.ค. 2558 15:08 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ปาริชาตะ
ปาริชาตะ
วันที่ 12 ธ.ค. 2558 15:35 น.

สาธุ กราบขอบพระคุณค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
jirat wen
jirat wen
วันที่ 12 ธ.ค. 2558 15:53 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
วันชัย๒๕๐๔
วันชัย๒๕๐๔
วันที่ 12 ธ.ค. 2558 16:29 น.

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
thilda
thilda
วันที่ 12 ธ.ค. 2558 18:06 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
napapongsumran
napapongsumran
วันที่ 12 ธ.ค. 2558 20:06 น.

กราบอนุโมทนาสาธุค่ะขอบพระคุณมากค่ะที่เผยแพร่พระธรรมให้ได้เข้าใจเพิ่มขึ้น

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
peem
วันที่ 12 ธ.ค. 2558 21:13 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 13 ธ.ค. 2558 08:28 น.

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
siraya
วันที่ 14 ธ.ค. 2558 11:11 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 14 ธ.ค. 2558 11:29 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
Noparat
วันที่ 14 ธ.ค. 2558 12:00 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
worrasak
worrasak
วันที่ 16 ธ.ค. 2558 19:22 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 17 ธ.ค. 2558 11:14 น.

@ เดี๋ยวนี้กำลังลืมหรือเปล่า ลืมในขณะนี้ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา เพราะฉะนั้นจึงเป็นผู้หลงลืมเป็นปกติ

อนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
nong
วันที่ 29 ธ.ค. 2558 06:18 น.

ดีมากๆค่ะ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
kukeart
kukeart
วันที่ 10 มิ.ย. 2559 21:07 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
Komsan
วันที่ 23 เม.ย. 2561 17:30 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 19  
 
Somporn.H
Somporn.H
วันที่ 14 มิ.ย. 2561 16:16 น.

การศึกษาพระธรรมต้องเป็นผู้ละเอียด 

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ