Print 
ถามเกินฐานะ เป็นอย่างไร
 
ใหญ่ราชบุรี
วันที่  26 พ.ย. 2558
หมายเลข  27266
อ่าน  568

ถามเกินฐานะ  เป็นอย่างไร 

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ก็พวกท่าน  จงเข้าไปตั้งสติไว้   จงปิดทวารทั้ง ๖ อันเป็นภายใน   ไม่ปล่อยสติซึ่งรักษาทวาร ทำอายตนะภายใน ๖ เหล่านั้นให้มั่น  ด้วยการไม่ถือเอา  โดยประการที่อายตนะภายนอก ๖ ซึ่งยึดถืออยู่  จะเป็นไปเพื่อขจัดอายตนะภายในเสีย  ไม่ละสติที่รักษาทวาร   เพื่อไม่ให้อายตนะภายนอกเหล่านั้น  เข้าไปประพฤติอยู่  ชื่อว่า  รักษาตนไว้  ฉันนั้น. (อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท นิรยวรรคที่ ๒๒ หน้าต่างที่   ๗ / ๙)   http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=32&p=7

เรียนขอ คำอธิบาย  ..ข้อความนี้  และ ..แต่ละวรรค ..โดยละเอียดด้วยค่ะ / ไม่ทราบว่า ถามอย่างนี้  เป็นถามเกินฐานะ หรือเปล่า  /  ถามเกินฐานะ  เป็นอย่างไร  คะ   มีผิดมีโทษอย่างไรค่ะ

ขอบพระคุณที่อนุเคราะห์ให้ความรู้ความเข้าใจค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 26 พ.ย. 2558 15:52 น.

 ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระธรรม เริ่มตั้งแต่ความเข้าใจเบื้องต้น ตั้งแต่อนัตตาตั้งแต่ต้นจนจบ หากอ่านพระสูตรไม่ดี ก็ทำให้เห็นผิดว่า ทำได้ เป็นอัตตาที่จะทำ จะรักษาจิต จะทำสติ ลืมความเป็นธรรมและอนัตตาที่บังคับให้สติเกิดไม่ได้เลย เมื่อจะทำ จะรักษา จะทำสติ ก็เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน  เมื่อมีความเข้าใจเบื้องต้นที่ผิด  ก็ถามในสิ่งที่เกินฐานะ เกินวิสัย เพราะ เบื้องต้นยังไม่เข้าใจ แต่จะรู้ในความละเอียดทั้งหมดของพระไตรปิฎก ในแต่ละส่วน แต่ละวรรค แต่ละคำ ลืมแม้ความเป็นอนัตตา ว่า ทำไม่ได้ และ ศึกษามุ่งแต่ชื่อ ลืมว่าควรเข้าใจความจริงในขณะนี้ และ สิ่งที่พระพุทธองค์ทรงแสดง ไม่ว่าคำใดก็คือ ขณะนี้ทั้งหมด ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 26 พ.ย. 2558 17:11 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

  เข้าใจธรรม ตามกำลังปัญญาของตน แค่ไหนก็แค่นั้น สำคัญที่ความเข้าใจถูกเห็นถูกตั้งแต่ต้น ในเรื่องของสภาพธรรมที่มีจริงในชีวิตประจำวัน เพราะเหตุว่า พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง เป็นไปเพื่อความเข้าใจสภาพธรรมที่มีจริงในขณะนี้ว่าเป็นธรรม ไม่ใช่เรา ธรรมจึงไม่พ้นไปจากชีวิตประจำวันไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ก็ตาม ก็มีธรรม ซึ่งเป็นชีวิตปกติธรรมดา เมื่อเหตุปัจจัยพร้อม ก็ย่อมเป็นเหตุให้สติปัฏฐานเกิดระลึกรู้สภาพธรรมในขณะนั้นได้    รักษาให้พ้นจากความไม่รู้ความจริงในขณะนั้น ซึ่งต้องมีพื้นฐานมาจากการได้ฟัง ได้ศึกษาพระธรรม ฟังในสิ่งที่มีจริงจนมีความเข้าใจอย่างถูกต้อง ไม่คลาดเคลื่่อนจากความเป็นจริง ไม่ใช่การไปทำอะไรด้วยความไม่รู้ ด้วยความอยาก ความต้องการ แต่เป็นกิจหน้าที่ของธรรม ที่เกิดเพราะเหตุปัจจัย คือ สติและปัญญา พร้อมกับโสภณธรรม   อื่น ๆ จะเห็นได้ว่าทุกขณะเป็นธรรม มีธรรมหนึ่งธรรมใดแน่นอน แล้วก็ค่อย ๆ เข้าใจในลักษณะของสภาพธรรมตามที่ได้ยินได้ฟังให้ถูกต้องขึ้น ธรรมที่จะต้องศึกษาให้เข้าใจ นั้น มีมาก ไม่สามารถจะเข้าใจได้ในทันทีทันใด ต้องอาศัยการฟังบ่อยๆ เนืองๆ ไม่ขาดการฟัง และมีจุดประสงค์ที่ถูกต้องว่าศึกษาเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกไม่ใช่เพื่ออย่างอื่น เมื่อสงสัยในส่วนใด ก็มีการสอบถาม สนทนา เพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกยิ่งขึ้นเท่าที่จะเข้าใจได้ ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
tanrat
tanrat
วันที่ 27 พ.ย. 2558 09:16 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ดอกหญ้า
วันที่ 3 ธ.ค. 2558 22:32 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 7 ธ.ค. 2558 10:45 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
wirat.k
wirat.k
วันที่ 9 ธ.ค. 2558 22:19 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
วิริยะ
วันที่ 11 ธ.ค. 2558 10:16 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 23 ก.พ. 2559 10:42 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
Tommy9
Tommy9
วันที่ 25 ก.พ. 2559 11:12 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ