Print 
หงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง ส่องประทีปในที่มืด
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  11 ต.ค. 2558
หมายเลข  27083
อ่าน  2,058

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
"หงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง ส่องประทีปในที่มืดฯ"

  พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง    เป็นคำจริง เป็นวาจาสัจจะ เป็นคำอนุเคราะห์เกื้อกูลให้ผู้ฟังผู้ศึกษาเข้าใจถูกเห็นถูกตามความเป็นจริง    เกิดจากการตรัสรู้ของพระองค์  ที่กว่าจะได้ตรัสรู้นั้นพระองค์ต้องบำเพ็ญพระบารมีสะสมคุณความดีประการต่าง ๆ   ตลอดระยะเวลาที่ยาวนานถึงสี่อสงไขยแสนกัปป์         พระบารมีที่พระองค์ทรงบำเพ็ญมาทั้งหมดก็เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์โลกอย่างแท้จริง     ให้มีความเข้าใจถูกเห็นถูกในลักษณะของสภาพธรรมตามความเป็นจริง  เมื่อพระองค์ทรงตรัสรู้แล้ว ทรงแสดงพระธรรมตลอด ๔๕ พรรษา    ตั้งแต่เริ่มประกาศพระศาสนาจนกระทั่งถึงเวลาที่พระองค์จวนจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน    ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า พระธรรม   มีค่ามาก    ทำให้ผู้ได้ฟังได้ศึกษามีความเข้าใจถูกเห็นถูก   เป็นไปเพื่อขัดเกลาละคลายกิเลส   จนกว่ากิเลสจะดับหมดสิ้น   แต่พระธรรม  จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ได้สะสมเหตุที่ดีมาแล้ว  ซึ่งเป็นผู้มีศรัทธา  เห็นประโยชน์ของพระธรรม เคยได้ยินได้ฟังมาแล้วในอดีต  จึงมีศรัทธาเห็นประโยชน์ที่จะฟังที่จะศึกษาเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกในสิ่งที่มีจริงตามความเป็นจริง
  บุคคลผู้ที่ได้ฟังพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง    เกิดความรู้    ความเข้าใจ   เห็นจริงตามพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง   ก็จะเห็นถึงคุณของพระธรรมอย่างแท้จริงว่า พระธรรมที่พระองค์ทรงแสดงนั้น  เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลโดยส่วนเดียว  เปรียบเหมือนหงายของที่คว่ำ   เปิดของที่ปิด  บอกหนทางแก่คนหลงทาง และตามประทีปในที่มืด ด้วยหวังว่า  ผู้มีจักษุจักเห็นรูปได้   
  ในอรรถกถาทั้งหลาย  มีคำอธิบายความละเอียดไว้   พอที่จะประมวลได้ดังนี้
หงายของที่คว่ำ    [จากที่เคยเป็นผู้ออกจากพระสัทธรรม  ตกอยู่ในอสัทธรรม (ธรรมของอสัตบุรุษ มีความเห็นผิด  เป็นต้น)    แต่เมื่อได้อาศัยพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง  ก็สามารถออกจากอสัทธรรม แล้วดำรงอยู่ในพระสัทธรรม ซึ่งเป็นธรรมที่เป็นไปเพื่อความดับทุกข์ดับกิเลสได้   สามารถออกไปจากกิเลสทั้งหลายได้]
เปิดของที่ปิด [เมื่อสิ้นสุดพระศาสนาของพระพุทธเจ้าพระองค์ที่แล้ว คือ พระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า    ก็ไม่มีใครสามารถรู้สภาพธรรมตามความเป็นจริงในฐานะที่เป็นสาวกได้  แม้จะมีสภาพธรรมที่มีจริงที่กำลังปรากฏก็ไม่สามารถเข้าใจถูกตามความเป็นจริงได้ เมื่อไม่มีความเข้าใจถูกเห็นถูก  ก็มีความประพฤติเป็นไปด้วยอำนาจของความเห็นผิด  เป็นไปกับความติดข้องและกิเลสทั้งหลาย  จนกระทั่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นี้ คือ พระสมณโคดม ได้เสด็จอุบัติขึ้นในโลก ทรงแสดงความจริง   เปิดเผยความจริง โดยละเอียดโดยประการทั้งปวง สัตว์โลกจึงสามารถเข้าใจถูกในสภาพธรรมตามความเป็นจริง พ้นจากความรกชัฏด้วยอำนาจของกิเลสมีความเห็นผิดเป็นต้นได้ในที่สุด]
บอกทางแก่คนหลงทาง  [ถ้าไม่ได้ฟังพระธรรม  หลงทางอย่างมาก  ไม่ได้ดำเนินไปในหนทางแห่งการอบรมเจริญปัญญา   แต่เมื่อได้ฟังพระธรรมแล้ว ก็สามารถเข้าใจได้ว่า หนทางแห่งการอบรมเจริญปัญญาเท่านั้นที่จะเป็นไปเพื่อความเข้าใจสภาพธรรมตามความเป็นจริง จนสามารถละกิเลสได้   ทำให้มั่นคงในหนทางที่ถูกต้องนี้ ไม่ใช่หนทางอื่นอย่างที่เคยหลงมาก่อน]
ส่องประทีปในที่มืด ด้วยหวังว่าคนผู้มีจักษุจักเห็นรูปได้  [มืดบอดด้วยความไม่รู้มานานแสนนาน   ไม่เห็นคุณของพระรัตนตรัย ไม่เห็นธรรมตามความเป็นจริง  แต่พอได้อาศัยพระธรรมเทศนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเปรียบเสมือนแสงสว่าง ส่องให้เห็นธรรมตามความเป็นจริง ก็สามารถเกิดปัญญาความเข้าใจถูกเห็นถูกในสภาพธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนี้  เห็นคุณของพระรัตนตรัย  พ้นจากความมืดบอดคือความไม่รู้ ได้    ซึ่งผู้จะเห็นคุณค่าของแสงสว่างนี้ได้ ต้องเป็นผู้ที่เห็นประโยชน์ของพระธรรมอย่างแท้จริง]
  ถ้าไม่มีการอุบัติขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ไม่มีการทรงแสดงความจริง  ก็ไม่มีทางที่สัตว์โลกจะเข้าใจถูกเห็นถูกในธรรมตามความเป็นจริง  ยังเป็นผู้มากไปด้วยกิเลสทั้งหลาย  จมอยู่ในวัฏฏะ เวียนว่ายตายเกิดอย่างไม่มีวันจบสิ้น
  เพราะฉะนั้นแล้ว  กาละนี้ ยังเป็นช่วงเวลาที่พระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังดำรงอยู่  จึงเป็นโอกาสที่มีค่าที่จะได้สะสมปัญญา จากการฟังการศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ซึ่งแต่ละคำมีค่าอย่างมาก  เป็นไปเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกโดยตลอด   ค่อยๆสะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปทีละเล็กทีละน้อย ไม่ขาดการฟังเป็นปกติในชีวิตประจำวัน   เพราะปัญญาจะเจริญขึ้นได้ ต้องมาจากเหตุที่สำคัญ คือ ฟังพระธรรม ครับ.
ขอเชิญคลิกอ่านข้อความจากอรรถกถาได้ที่นี่ครับ
ชื่นชมสรรเสริญพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง [ขุททกนิกาย อุทาน สุปปพุทธิสูตร] 
...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
swanjariya
วันที่ 11 ต.ค. 2558 20:59 น.

กราบอนุโมทนาขอบพระคุณยิ่งค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 11 ต.ค. 2558 21:05 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของ อ.คำปั่นด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
thilda
thilda
วันที่ 11 ต.ค. 2558 21:19 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาอย่างยิ่งค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
Boonyavee
วันที่ 11 ต.ค. 2558 23:07 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
วันชัย๒๕๐๔
วันชัย๒๕๐๔
วันที่ 11 ต.ค. 2558 23:44 น.

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
tanrat
tanrat
วันที่ 12 ต.ค. 2558 08:05 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
raynu.p
วันที่ 12 ต.ค. 2558 09:40 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 12 ต.ค. 2558 10:09 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
Noparat
วันที่ 12 ต.ค. 2558 11:30 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 12 ต.ค. 2558 13:05 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
jirat wen
jirat wen
วันที่ 12 ต.ค. 2558 14:07 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
kullawat
วันที่ 12 ต.ค. 2558 14:28 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
Wisaka
Wisaka
วันที่ 12 ต.ค. 2558 15:32 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
ปวีร์
วันที่ 13 ต.ค. 2558 12:21 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
Guest
วันที่ 14 ต.ค. 2558 09:22 น.

     น้อมกราบ และขออนุโมทนาในทุกๆกุศลจิตครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
peem
วันที่ 14 ต.ค. 2558 10:27 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
pulit
วันที่ 15 ต.ค. 2558 15:34 น.

                            ขอบพระคุณและขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
yosongklod
yosongklod
วันที่ 6 พ.ย. 2560 23:25 น.

สาธุ...สาธุ..สาธุ..อนุโมทนา

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ