Print 
วินีตวัตถุ ในปฐมปาราชิกกัณฑ์ อุทานคาถา [พระวินัยปิฎก]
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  14 มิ.ย. 2558
หมายเลข  26633
อ่าน  981

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๑หน้าที่ ๖๖๑

วินีตวัตถุ  ในปฐมปาราชิกกัณฑ์

อุทานคาถา       

      [๔๘]  เรื่องลิงตัวเมีย ๑ เรื่อง   เรื่องภิกษุวัชชีบุตร ๑ เรื่อง   เรื่องปลอมเป็นคฤหัสถ์ ๑ เรื่อง   เรื่องเปลือยกาย ๑ เรื่อง   เรื่องปลอมเป็นเดียรถีย์ ๗ เรื่อง   เรื่องเด็กหญิง ๑ เรื่อง   เรื่องภิกษุณีชื่ออุปปลวัณณา ๑ เรื่อง   เรื่องเพศกลับ ๒ เรื่อง   เรื่องมารดา ๑ เรื่อง   เรื่องธิดา ๑ เรื่อง   เรื่องพี่น้องหญิง ๑ เรื่อง   เรื่องภรรยา ๑ เรื่อง  เรื่องภิกษุมีหลังอ่อน ๑ เรื่อง   เรื่องภิกษุมีองค์กำเนิดยาว ๑ เรื่อง   เรื่องแผล ๒ เรื่อง   เรื่องรูปปั้น ๑ เรื่อง  เรื่องตุ๊กตาไม้ ๑  เรื่อง   เรื่องภิกษุชื่อสุนทระ ๑ เรื่อง   เรื่องสตรี ๔ เรื่อง   เรื่องป่าช้า ๕ เรื่อง   เรื่องกระดูก ๑ เรื่อง   เรื่องนาคตัวเมีย ๑ เรื่อง   เรื่องนางยักษิณี ๑ เรื่อง  เรื่องหญิงเปรต  ๑  เรื่อง   เรื่องบัณเฑาะก์  ๑  เรื่อง  เรื่องภิกษุมีอินทรีย์พิการ ๑ เรื่อง  เรื่องจับต้อง ๑ เรื่อง  เรื่องพระอรหันต์เมืองภัททิยะหลับ ๑ เรื่อง   เรื่องภิกษุเมืองสาวัตถี ๔ เรื่อง   เรื่องภิกษุชาวมัลละเมืองเวสาลี ๓ เรื่อง   เรื่องเปิดประตูนอน ๑ เรื่อง   เรื่องภิกษุชาวเมืองภารุกัจฉะฝัน ๑ เรื่อง   เรื่องอุบาสิกาชื่อสุปัพพา ๙ เรื่อง   เรื่องอุบาสิกาชื่อสัทธา ๙ เรื่อง เรื่องภิกษุณี  ๑ เรื่อง    เรื่องสิกขมานา  ๑ เรื่อง   เรื่องสามเณรี ๑ เรื่อง   เรื่องหญิงแพศยา ๑ เรื่อง   เรื่องบัณเฑาะก์  ๑ เรื่อง  เรื่องสตรีคฤหัสถ์ ๑ เรื่อง  เรื่องให้ผลัดกัน ๑ เรื่อง  เรื่องภิกษุผู้เฒ่า ๑ เรื่อง   เรื่องลูกเนื้อ ๑ เรื่อง. 

เรื่องลิงตัวเมีย

     [๔๙]  ก็โดยสมัยนั้นแล  ภิกษุรูปหนึ่งเสพเมถุนธรรมในลิงตัวเมีย แล้วมีความรังเกียจว่า  พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบทไว้แล้ว  เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ  จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ ตรัสว่า  ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว.

เรื่องภิกษุวัชชีบุตร

     [๕๐]  ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุวัชชีบุตรชาวเมืองเวสาลีหลายรูปด้วยกัน  ไม่บอกคืนสิกขา  ไม่ทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง แล้วเสพเมถุนธรรม  พวกเธอได้มีความรังเกียจว่า  พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบทไว้แล้ว พวกเราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ  จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ  ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  พวกเธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว

เรื่องปลอมเป็นคฤหัสถ์

     [๕๑]  ก็โดยสมัยนั้นแล  ภิกษุรูปหนึ่งคิดว่า เราจักไม่ต้องอาบัติด้วยวิธีอย่างนี้  แล้วปลอมเป็นคฤหัสถ์เสพเมถุนธรรม  เธอได้มีความรังเกียจว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบทไว้แล้ว เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ  จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ  ตรัสว่า  ดูก่อนภิกษุเธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว.

เรื่องเปลือยกาย

     [๕๒]  ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งคิดว่า  เราจักไม่ต้องอาบัติด้วยวิธีอย่างนี้  แล้วเปลือยกายเสพเมถุนธรรม เธอได้มีความรังเกียจว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบทไว้แล้ว  เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ  จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ  ตรัสว่า  ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว. 

เรื่องปลอมเป็นเดียรถีย์ ๗  เรื่อง

     [๕๓]  ๑. ก็โดยสมัยนั้นแล  ภิกษุรูปหนึ่งคิดว่า เราจักไม่ต้องอาบัติ  ด้วยวิธีอย่างนี้  แล้วนุ่งคากรองเสพเมถุนธรรม  เธอได้มีความรังเกียจว่า  พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบทไว้แล้ว  เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ  จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ  ตรัสว่า  ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว.
              ๒.  ก็โดยสมัยนั้นแล  ภิกษุรูปหนึ่งคิดว่า เราจักไม่ต้องอาบัติด้วยวิธีอย่างนี้  แล้วนุ่งเปลือกไม้กรองเสพเมถุนธรรม  เธอได้มีความรังเกียจว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบทไว้แล้ว เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ  จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ  ตรัสว่า  ดูก่อนภิกษุเธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว.
              ๓.  ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งคิดว่า  เราจักไม่ต้องอาบัติด้วยวิธีอย่างนี้  แล้วนุ่งผลไม้กรองเสพเมถุนธรรม  เธอได้มีความรังเกียจว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบทไว้แล้ว  เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ  จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ  ตรัสว่า  ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว.

.. ฯลฯ...


เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ