ปันธรรม-ปัญญ์ธรรม...ครั้งที่ ๑๘๔
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  1 มี.ค. 2558
หัวข้อหมายเลข  26254
อ่าน  1,055

   ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

 

 

     ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม)  ที่ได้จาก การฟังพระธรรม จากท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์  ในแต่ละครั้ง  รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจ  เพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน  เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม)  ตามความเป็นจริง  ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง  ยาวบ้าง   แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้  ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง  ดังนี้

 

 

 

  

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๑๘๔

 

 

 # ผู้ตกต่ำ  คือผู้ที่ไปต่ำ  คือไปสู่นรกบ้าง  ดิรัจฉานกำเนิดบ้าง  เปรตวิสัย (เกิดเป็นเปรต) บ้าง  อกุศลธรรมที่ชื่อว่า โอฆะ ด้วยอรรถว่า  เพราะทำผู้มีกิเลสให้ดิ่งลง  คือ ให้จมลงในวัฏฏะ  แสดงให้เห็นว่า  อกุศลจิตที่เกิดขึ้นขณะหนึ่งๆ     ไม่ได้ทำให้พ้นไปจากอกุศลธรรมเลย   ไม่สามารถที่จะดับกิเลสใดๆ  ไม่สามารถที่จะรู้แจ้ง สภาพธรรมใดๆ  แต่เป็นสภาพธรรมที่ทำให้ดิ่งลง คือ ให้จมลงในวัฏฏะ

 

# พระอรหันต์ จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องบวชเป็นพระภิกษุ? พระอรหันต์ไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่อย่างคฤหัสถ์ได้   สุดวิสัยที่จะอยู่ร่วมกับคฤหัสถ์ได้อีกต่อไป    คุณธรรมต่างกันแสนไกล

 

# ในชีวิตประจำวันจะเห็นได้จริงๆ ว่า วันหนึ่งๆ คงจะมีเวลาบ้าง เพื่อที่จะศึกษาธรรม อ่าน ฟัง พิจารณาหรือว่าระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ  แต่เมื่อเทียบกับขณะที่สนใจธรรม อ่านธรรม พิจารณาธรรม ศึกษาธรรม สนทนาธรรม หรือขณะที่สติระลึกลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนี้ เทียบกับขณะอื่น  ก็จะเห็นได้ว่าน้อยเหลือเกิน เพราะเหตุว่ากำลังสนทนาธรรม หรือว่ากำลังคิดถึงเรื่องธรรม กำลังพิจารณาธรรมชั่วครู่ชั่วยาม เดี๋ยวเดียวจริงๆ เรื่องอื่นซึ่งเป็นเรื่องของรูป เรื่องของเสียง เรื่องของกลิ่น เรื่องของรส เรื่องของโผฏฐัพพะ เรื่องของความยินดีพอใจในลาภ ในยศ ในสรรเสริญ ในสุขต่างๆ ก็เข้ามาทันที

 

# เรื่องของโลภะ เป็นเรื่องที่ละยากจริงๆ และการที่มีความพอใจในรูป ในเสียง ในกลิ่น ในรส ในโผฏฐัพพะ   ซึ่งเป็นกามุปาทาน ก็ทำให้เกิดความยึดมั่น พอใจ ที่ได้รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ มาเพื่อตน

 

 

# ถ้าการศึกษาและการพิจารณาไม่ละเอียดรอบคอบ ก็เป็นเหตุที่ทำให้เข้าใจข้อปฏิบัติคลาดเคลื่อน และปฏิบัติผิดจากเหตุและผล ซึ่งเป็นสีลลัพพตุปาทาน เช่น การคิดว่า ถ้าไม่บริโภคเนื้อสัตว์จะทำให้ดับกิเลสได้ นี่ก็เป็นความเข้าใจผิด ที่ไม่ได้ศึกษาเหตุและผลตามความเป็นจริงว่า   ถ้าปัญญาไม่เกิด  ไม่เจริญ  ไม่มีอะไรเลยที่จะดับกิเลสได้

 

# การที่จะดับกิเลสได้ต้องเพราะปัญญาระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏตามปกติตามความเป็นจริง

 

# เมื่อกิเลสเป็นสิ่งที่ละเอียด แล้วละยาก ข้อปฏิบัติก็จะต้องละเอียด และก็เป็นผู้ที่จะต้องรอบคอบจริงๆ มิฉะนั้นแล้วก็จะทำให้การปฏิบัติผิดได้

 

# ขณะที่มีความต้องการอยากจะได้สิ่งหนึ่งสิ่งใด ไม่เคยพอเลย คิดถึงมือยื่นออกไปตลอดเวลาที่จะรับทุกขณะตั้งแต่เช้ามา จนกระทั่งถึงเดี๋ยวนี้ และลักษณะของอุปาทานคือขณะใดที่ได้อารมณ์ใดแล้ว ก็จับไว้ไม่ปล่อย นั่นคือ ลักษณะของการยึดถือ

 

# พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดง เป็นแสงสว่างที่ทำให้ทุกท่านรู้จักตนเองดียิ่งขึ้น ซึ่งก็จะต้องเป็นผู้ที่พิจารณาโดยละเอียด จึงจะได้รับประโยชน์จากพระธรรมทั้งหมดที่ทรงแสดง

 

# เพียงอกุศลธรรมอย่างหนึ่งเกิดขึ้น ก็เป็นเครื่องเตือนให้ระลึกได้ว่า แม้อกุศลธรรมอื่นๆ ก็ยังมีอยู่มากด้วย จึงเป็นผู้ที่จะเห็นความน่ารังเกียจของอกุศลธรรม ซึ่งมีอยู่ในตนได้ เพราะเหตุว่ามักจะรังเกียจอกุศลธรรมที่มีอยู่ในบุคคลอื่น แต่ว่าผู้ที่ฉลาดจะต้องเป็นผู้ที่รังเกียจอกุศลธรรมที่มีอยู่ในตน

 

 

# ที่จริงก็ต้องอยู่กับผู้มีกิเลสด้วยกันทั้งนั้นเลย  แต่ผู้ที่เข้าใจธรรมแล้วก็เป็นผู้ที่มั่นคง  หมายความว่าไม่มีใครสามารถจะมาเปลี่ยนความเข้าใจธรรมและความมั่นคงในธรรมของเราได้  แต่ในขณะเดียวกันถ้าเราทำให้ผู้อื่นมีความสุขหรือว่าพอใจ ก็ทำไปตามที่สมควร  ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นผู้ไม่ตามคนอื่นเลย   แต่หมายความว่าในทางที่สมควร   แต่ใครจะเปลี่ยนความสนใจความเข้าใจธรรมของเราไม่ได้ 

 

# ปัญหาทั้งหลายมาจากกิเลส    ถ้าไม่มีกิเลส    ก็ไม่มีปัญหา

 

# อกุศลทั้งหลาย   ทำลายปัญญาไม่ได้  แต่ปัญญาสามารถทำลายอกุศลทั้งหลายได้

 

# จะรู้ว่าทุกอย่างเป็นธรรม  ก็ต่อเมื่อได้รู้สิ่งที่มีจริง ๆ ไปทีละหนึ่ง ๆ

 

#  ชื่อว่าปัญญาแล้ว ที่จะไม่เข้าใจถูกเห็นถูก ไม่มี  เมื่อมีความเข้าใจถูกแล้ว ก็ควรที่จะกล่าวความจริงให้ผู้อื่นมีความเข้าใจถูก เห็นถูก ด้วย   ด้วยความเป็นมิตรเป็นเพื่อน 


ความเลวกับความดี ต่างกันลิบลับ ปรองดองได้ไหม? พยายามปรองดองสักเท่าไหร่ เสียเงินมากเท่าไหร่ในทุก ๆ ทางออกก็แก้ไม่สำเร็จ เพราะเหตุว่า ไม่สามารถทำให้ชั่วเป็นดี   แล้วให้ดีไปคลุกเคล้ากับความชั่วแล้วก็อยู่ด้วยกัน  ซึ่งไม่มีทางที่จะสงบสุขหรือสำเร็จไปได้   เพราะฉะนั้น   ก่อนอื่นก็คือ ปรองดอง คือ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวและศึกษาพระธรรม    ต้องเป็นผู้ที่มั่นคงว่า เมื่อเป็นคนดีแล้วจึงปรองดองได้   เพราะความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวและศึกษาพระธรรม


# ถ้าเป็นธาตุที่ดี (โสภณธรรม) ก็ต้องเกิดร่วมกับโสภณธรรมอยู่แล้ว  ถ้าเป็นอกุศลธรรม จะไปเกิดกับโสภณธรรมไม่ได้   อกุศลธรรมก็อยู่กับอกุศลธรรม    

 

# ทรัพย์สมบัติเงินทอง  มี  หมดไปได้  แต่ความเข้าใจธรรม  มี  แล้วเพิ่มขึ้น,  เงินทองเอาไปไม่ได้เลย   มี แล้วก็หมด ใช้ไปก็หมด ถูกขโมย ก็หมด   แต่ปัญญาความเห็นถูก เมื่อมีแล้ว เพิ่มขึ้น   ไม่มีใครสามารถลักขโมยไปได้เลย 

 

# ถ้าเน้นให้ทุกคนเห็นความสำคัญของพระธรรมซึ่งเป็นแก่นเป็นหลักของแต่ละชีวิต   ก็จะทำให้แต่ละชีวิตดำเนินไปในทางที่ถูกต้องขึ้น.

 

 

ขอเชิญผู้ศึกษาพระธรรมร่วมกัน (สหายธรรม) ร่วมแบ่งปันธรรมด้วยครับ 

ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ

 


ปันธรรม-ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๑๘๓

 

 

 

...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...  

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
swanjariya
วันที่ 1 มี.ค. 2558 18:59 น.

กราบอนุโมทนาขอบพระคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ด้วยความเคารพยิ่ง

กราบอนุโมทนาขอบพระคุณท่านวิทยากรและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
papon
วันที่ 1 มี.ค. 2558 19:02 น.

                      กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

                                ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับอาจารย์

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
h_peijen
h_peijen
วันที่ 1 มี.ค. 2558 19:26 น.

                                           กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 1 มี.ค. 2558 20:39 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
Boonyavee
วันที่ 1 มี.ค. 2558 20:41 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
ms.pimpaka
ms.pimpaka
วันที่ 1 มี.ค. 2558 20:47 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
napachant
วันที่ 1 มี.ค. 2558 20:59 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 1 มี.ค. 2558 22:09 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
siraya
วันที่ 2 มี.ค. 2558 06:43 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
phawinee
วันที่ 2 มี.ค. 2558 07:52 น.

ขอบพระคุณ และอนุโมทนาในกุศลค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
นิตยา
นิตยา
วันที่ 2 มี.ค. 2558 08:45 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
ch.
ch.
วันที่ 2 มี.ค. 2558 09:00 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
วันชัย๒๕๐๔
วันชัย๒๕๐๔
วันที่ 2 มี.ค. 2558 09:05 น.

ขอบพระคุณ และ ขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของ อ.คำปั่น อักษรวิลัย ด้วยครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
ladawal
วันที่ 2 มี.ค. 2558 09:06 น.

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 2 มี.ค. 2558 10:29 น.

ขอบพระคุณ และ ขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของ อ.คำปั่น อักษรวิลัย ด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 2 มี.ค. 2558 11:34 น.

สาธุ  อนุโมทนา และขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 2 มี.ค. 2558 12:09 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 19  
 
jaturong
วันที่ 2 มี.ค. 2558 14:47 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 20  
 
pulit
วันที่ 5 มี.ค. 2558 05:16 น.

กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลวิริยะ กุศลศรัทธาของ อ.คำปั่น อักษรวิลัย

และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 21  
 
kullawat
วันที่ 10 มี.ค. 2558 08:31 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
แสดงความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ