โลภะที่ไม่ประกอบด้วยความเห็นผิดกรณีสักกายะทิฎฐิ
 
สิริพรรณ
วันที่  28 ก.พ. 2558
หัวข้อหมายเลข  26249
อ่าน  602

เรียนถามอ.ทั้งสองท่านค่ะ

พระนางวิสาขา ท่านบรรลุคุณธรรมพระโสดาบันแล้ว

1.หลานตายท่านร้องไห้ด้วยความรักอาลัยที่ต้องสูญเสียบุคคลที่ท่านรักด้วยโลภะมูลจิตใช่ไหมคะ

2.แต่ท่านไม่เห็นผิดว่าเป็นหลานของท่าน ถูกต้องไหมคะ

3. รบกวน อ.ทั้งสองท่าน อธิบาย โลภะมูลจิตที่ไม่ประกอบด้วยความเห็นผิด เปรียบเทียบกับ โลภะมูลจิตที่ประกอบด้วยความเห็นผิด ในกรณีความไม่มีเรา ให้เข้าใจจะเป็นพระคุณยิ่งค่ะ

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 28 ก.พ. 2558 06:35 น.

         ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

          

     กิเลสย่อมละเป็นไปตามลำดับ   พระโสดาบันละกิเลสคือความเห็นผิดว่าเป็นสัตว์ บุคคลก่อน แต่ยังมีความติดข้องในรูป เสียง กลิ่น รส   ดังนั้นการที่ท่านเศร้าโศกเพราะหลานตาย ขณะที่ท่านเศร้าโศก ท่านไม่ได้ยึดถือว่าความเศร้าโศกเป็นเราเลยเพราะดับความเห็นผิดแล้ว    แต่ท่านมีความติดข้องพอใจในหลาน จึงเกิดโทสะ คือความเสียใจได้เพราะมีโลภะที่ติดข้องในรูป เสียง..ที่ยังไม่ได้ดับเป็นปัจจัย และท่านไม่ยึดถือว่าเป็นหลานของท่านด้วยความเห็นผิด ครับ

     โลภะที่ไม่ประกอบด้วยความเห็นผิด คือ เพียงติดข้อง ยินดีพอใจ   แต่ไม่ได้มีความยึดถือว่าเป็นเรา เป็นสัตว์ บุคคล หรือ เห็นว่า เที่ยง เป็นสุขในขณะนั้น ครับ  แต่ถ้าเป็นโลภะที่ประกอบด้วยความเห็นผิด    ขณะนั้นมีความเห็นผิดเกิดขึ้น ที่เห็นว่ามีเรา มีสัตว์ บุคคล เที่ยง เป็นสุข ซึ่งก็ยินดีพอใจในความเห็นนั้น ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 28 ก.พ. 2558 12:11 น.

         ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     ที่ควรจะได้พิจารณา  คือ   การเห็นเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด   ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นสักกายทิฏฐิเสมอไป   เพราะจะเป็นความเห็นผิดก็ต่อเมื่อเห็นว่ามีเราจริง ๆ  มีตัวตนจริง ๆ เป็นสิ่งนั้นจริง ๆ   ที่เที่ยงแท้ยั่งยืน  เป็นต้น   เพราะตามความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม  เมื่อเห็นแล้ว ก็คิดนึกจำเป็นรูปร่างสัณฐานต่าง ๆ   หมายรู้ว่า เป็นใคร เป็นอะไร ซึ่งก็เป็นชีวิตประจำวันจริง ๆ  ที่จะต้องเป็นอย่างนี้     เมื่อไม่ได้มีความเห็นว่าเป็นสิ่งนั้นจริง ๆ ที่เที่ยงแท้ยั่งยืน   ก็ไม่ใช่ความเห็นผิด    แต่เมื่อใดก็ตามที่มีความเห็นว่าเป็นสิ่งนั้นจริง ๆ เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดจริง ๆ  ที่เที่ยงแท้ ยั่งยืน ก็เป็นความเห็นผิด    แต่สำหรับพระอริยบุคคล ท่านดับความเห็นผิดได้อย่างหมดสิ้นแล้ว   ไม่ได้มีความเห็นผิดว่ามีสัตว์ มีบุคคล หรือมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดจริง ๆ ในขณะนั้น      เพียงแต่จำ ในนิมิต สัณฐาน หรือ ส่วนละเอียดต่าง ๆ นั้น ตามที่เป็นอย่างนั้น   หมายรู้ว่า เป็นใครหรือสิ่งหนึ่งสิ่งใด  แต่ไม่ใช่ด้วยความเห็นผิดที่ยึดถือสภาพธรรมว่าเป็นตัวตน  สัตว์ บุคคล  หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใด

     ตราบใดก็ตามที่ยังไม่ได้เป็นพระอริยบุคคล   ก็ยังไม่สามารถดับความเห็นผิดใด ๆ ได้เลย แต่ความเห็นผิดทุกประการจะถูกดับได้อย่างหมดสิ้น  เมื่อรู้แจ้งอริยสัจจธรรมถึงความเป็นพระโสดาบัน พระโสดาบันดับความเห็นผิดได้อย่างหมดสิ้น  สักกายทิฏฐิ ซึ่งเป็นความเห็นผิดที่ยึดถืดสภาพธรรมว่าเป็นตัวตน สัตว์บุคคล ก็ดับได้     ไม่เกิดขึ้นอีกเลย  พระโสดาบันไม่มีความเห็นผิดที่ยึดถือสภาพธรรมว่าเป็นตัวตน สัตว์ บุคคล

     การมีโอกาสได้ฟังพระธรรม   ศึกษาพระธรรม มีประโยชน์อย่างยิ่ง   ขณะที่ฟังแล้วเข้าใจ ขณะนั้นกุศลธรรมเจริญขึ้น  ศรัทธา ปัญญา เป็นต้น เกิดขึ้น เป็นการขัดเกลาละคลายความเห็นผิด   รวมถึงอกุศลธรรมประการอื่น ๆ ด้วย  ขณะที่กุศลธรรมเกิด  อกุศลธรรมจะเกิดร่วมด้วยไม่ได้     และความเห็นผิดจะถูกดับได้อย่างเด็ดขาดเมื่ออบรมเจริญปัญญาถึงความเป็นพระโสดาบัน   เมื่อนั้นความเห็นผิด   จะไม่เกิดขึ้นอีกเลยในสังสารวัฏฏ์   ซึ่งจะต้องเริ่มสะสมอบรมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปตามลำดับจริง ๆ ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
panasda
วันที่ 28 ก.พ. 2558 15:19 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
สิริพรรณ
วันที่ 28 ก.พ. 2558 15:32 น.

กราบขอบพระคุณ และอนุโมทนาในกุศลจิต

อาจารย์ผดิม และ อาจารย์คำปั่น ทั้งสองท่านเป็นอย่างสูงค่ะ

ได้ความเข้าใจ ชัดเจนขึ้นมากค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
papon
วันที่ 28 ก.พ. 2558 15:57 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับและขอโพสนะครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
ธุลีพุทธบาท
ธุลีพุทธบาท
วันที่ 28 ก.พ. 2558 20:58 น.

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาอาจารย์ผเดิมและอาจารย์คำปั่นเป็นอย่างยิ่ง

เป็นคำตอบที่ชัดเจนกระจ่างแจ้งมาก ครับ.

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
BudCoP
วันที่ 1 มี.ค. 2558 16:59 น.

นโม พุทฺธาย

ขอนอบน้อมคุณพระพุทธ

    สวัสดีทุกๆ ท่านครับ ขอร่วมสนทนาด้วยนะครับ.

    เรื่องนี้ ต้องเข้าใจเกี่ยวกับ ลักขณาทิจตุกะของโลภะกับทิฏฐิ,  และ วิปลาส 12 ครับ
.

    โลภะ เป็นสภาพที่ยึดติด, ทิฏฐิ เป็นสภาพที่เข้าใจผิด. แตกต่างกันชัดเจนนะครับ
.

    การที่นางวิสาขาร้องไห้เพราะหลานตาย เนื่องจากนางยังมีสภาพยึดติดคือโลภะเกิดได้อยู่, แต่นางเป็นพระโสดาบัน เพราะนางไม่มีความเข้าใจผิดคือมิจฉาทิฏฐิ,  ความคิดผิดคือทิฏฐิคตสัมปยุตตจิต, ความจำผิดคือทิฏฐิคตสัมปยุตตสัญญา ว่า  "มีอัตตาอยู่ ณ ที่ใดๆ" (อัตตสัญญา-อัตตจิตต-อัตตทิฏฐิวิปลาส).

    สรุป  นางไม่ได้เข้าใจผิดว่ามีอัตตา  แต่ยังยึดติดในขันธ์ด้วยโลภทิฏฐิคตวิปปยุตอยู่เท่านั้นเอง การที่โลภะตัวนี้จะเป็นอุปนิสสยปัจจัยให้โทสะยังน้ำตาให้ไหลออกมาได้ จึงไม่แปลกอะไร ครับ.

    อนึ่ง ทิฏฐิ ไม่ได้ยึดติดเลย ทิฏฐิไม่ใช่สภาพยึดติดนะครับ,   โลภะเท่านั้นเป็นสภาพยึดติด ส่วนทิฏฐินั้นเป็นสภาพเห็นผิด ครับ.

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
nopwong
วันที่ 3 มี.ค. 2558 09:24 น.

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
ดวงทิพย์
ดวงทิพย์
วันที่ 3 มี.ค. 2558 13:12 น.

สาธุขออนุโมทนาทุกท่านคะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
thilda
thilda
วันที่ 4 มี.ค. 2558 13:30 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
napachant
วันที่ 6 มี.ค. 2558 10:42 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 7 มี.ค. 2558 11:21 น.

พระโสดาบันละความเห็นผิด  ท่านมีศีล 5  บริสุทธิ์   แต่ท่านยังละโทสะไม่ได้    ผู้ที่ละโทสะได้เป็นสมุจเฉทคือพระอนาคามี    ส่วนพระอรหันต์จึงจะละกิเลสได้ทั้งหมด  ค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
kullawat
วันที่ 18 มี.ค. 2558 07:56 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
peem
วันที่ 22 มี.ค. 2558 10:20 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
ms.pimpaka
ms.pimpaka
วันที่ 24 มี.ค. 2558 20:44 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
tanrat
tanrat
วันที่ 7 เม.ย. 2558 01:17 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
nong
วันที่ 8 เม.ย. 2558 08:35 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
แสดงความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ