ผัสสะ
 
papon
วันที่  27 ก.พ. 2558
หัวข้อหมายเลข  26247
อ่าน  410

เรียนอาจารย์ทั้งสองท่าน

 "ผัสสะ" ขอความอนุเคราะห์อาจารย์ช่วยกรุณาให้อรรถาธิบายเกี่ยวกับคำนี้ด้วยครับ

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 27 ก.พ. 2558 15:14 น.

         ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     ความเป็นจริงของธรรม เป็นจริงอย่างไรก็เป็นจริงอย่างนั้น    และธรรมก็หลากหลายมาก  ไม่พ้นไปจากจิต เจตสิก  รูป และพระนิพพาน      สิ่งที่มีจริง ๆ  ไม่พ้นไปจากธรรมเหล่านี้เลย      เมื่อกล่าวถึงผัสสเจตสิก   ก็เป็นสภาพธรรมที่มีจริง ๆ เป็นเจตสิกธรรมที่เกิดกับจิตทุกขณะ ทุกประเภท ไม่มีเว้นเลย       ไม่ว่าจะเป็นจิตประเภทใดก็ตาม  จะไม่ปราศจากผัสสเจตสิกเลย   เกิดขึ้นทำกิจหน้าที่กระทบกับอารมณ์  กล่าวคือ  ถ้าจิตเกิดขึ้นรู้อารมณ์ใด  ผัสสะก็กระทบอารมณ์นั้น ๆ  ที่จิต รู้       ขณะที่เห็นก็มีผัสสะเกิดร่วมกับจิตเห็น  เป็นชาติวิบาก คือ เป็นผลของกรรม   และถ้าเกิดความติดข้องยินดีพอใจ ขณะนั้นก็มีผัสสะเกิดร่วมกับอกุศลจิตที่มีโลภะเกิดร่วมด้วย   ผัสสะในขณะนั้นก็เป็นชาติอกุศล   ครับ 

เชิญอ่านคำบรรยายท่านอาจารย์สุจินต์ได้ที่นี่ ครับ

ผัสสเจตสิกเกิดกับจิตและเจตสิกทุกดวง 

     เพราะฉะนั้น ท่านผู้ฟังก็ควรที่จะศึกษาสภาพธรรมที่เป็นจิตปรมัตถ์  เจตสิกปรมัตถ์  รูปปรมัตถ์  โดยละเอียดยิ่งขึ้น  ซึ่งท่านผู้ฟังจะเห็นได้ว่า แม้จะกล่าวถึงสภาพธรรมหนึ่งสภาพธรรมใดเพียงสภาพธรรมเดียว  เช่น  ผัสสเจตสิก ก็รวมไปถึงจิตทุกดวงได้เพราะเหตุว่าผัสสเจตสิกเกิดกับจิตทุกดวง   แล้วยังรวมไปถึงเจตสิกทุกดวงได้  เพราะเหตุว่าผัสสเจตสิกเกิดกับจิตทุกดวงและเกิดกับเจตสิกทุกดวง  และยังรวมไปถึงรูปทุกชนิดได้  เพราะเหตุว่า เมื่อผัสสะเกิดกับจิตและเจตสิกทุกดวง   ก็เป็นปัจจัยให้รูปทุกชนิดเกิดขึ้นได้ด้วย

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 27 ก.พ. 2558 17:06 น.

        ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     ความเข้าใจถูกเห็นถูกเป็นสิ่งที่สำคัญมาก  เพราะธรรม คือ ขณะนี้ เป็นการแสดงถึงสิ่งที่มีจริง ๆ ในขณะนี้ ตามความเป็นจริง  ซึ่งต้องเริ่มที่ค่อยๆ ฟัง ค่อยๆ ศึกษาไปเรื่อย ๆ สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปทีละเล็กทีละน้อย  เพราะก่อนศึกษาพระธรรม ย่อมเข้าใจผัสสะผิดไป  จนกว่าจะได้ฟังความจริงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ตามความเป็นจริงของนามธรรมที่เกิดขึ้น ได้แก่ จิต (และเจตสิกธรรมที่เกิดร่วมด้วย) จิตเกิดดับสืบต่อกันอย่างไม่ขาดสาย จิตขณะหนึ่งดับไปเป็นปัจจัยให้จิตขณะต่อไปเกิดขึ้น แต่จะไม่มีจิตเกิดพร้อมกัน ๒ - ๓ ขณะ ทุกขณะที่จิตเกิดขึ้นนั้น จะต้องมีเจตสิกธรรมเกิดร่วมด้วยตามควรแก่จิตประเภทนั้น  ซึ่งจะไม่ปราศจากผัสสะ (สภาพธรรมที่กระทบอารมณ์) เลย และยังมีเจตสิกธรรมประการอื่น ๆ ด้วย นี้คือความเกิดขึ้นเป็นไปของธรรม ที่ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น จิตเกิดขึ้นรู้อารมณ์อะไร  ผัสสะก็รู้อารมณ์นั้น ตามกิจหน้าที่ของตน คือ รู้อารมณ์ด้วยการกระทบอารมณ์ จิตรู้อารมณ์ใด ผัสสเจตสิกก็กระทบอารมณ์นั้น ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
papon
วันที่ 27 ก.พ. 2558 18:55 น.

เรียนอาจารย์ทั้งสองท่าน

   ผัสสะเป็นปัจจัยให้เกิดโลภะ โทสะหรือโมหะได้หรือไม่ อย่างไรครับ?

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
peem
วันที่ 27 ก.พ. 2558 20:30 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
siriporn2509
วันที่ 28 ก.พ. 2558 08:28 น.

                         กรรมทั้งปวงมี  " ผัสสะ "เป็นปัจจัย

ขอบคุณ และขออนุโมทนาคะ่

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
ธุลีพุทธบาท
ธุลีพุทธบาท
วันที่ 28 ก.พ. 2558 09:29 น.

กราบเท้าบูชาพระคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ที่เคารพอย่างสูงยิ่ง

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาอาจารย์ทั้งสองท่าน ครับ.

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 6 มี.ค. 2558 11:46 น.

ผัสสะ  รู้ตามการศึกษา  จากที่ไม่เคยรู้ก็ค่อย ๆ รู้   เช่น  เพราะมีผัสสะจึงมีเวทนา ฯลฯ ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
kullawat
วันที่ 18 มี.ค. 2558 07:59 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
แสดงความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ