Print 
ช่วงประทับใจ (๕)...สนทนาธรรมที่โรงแรมอิมพีเรียล แม่ปิง เชียงใหม่ _ มกราคม ๒๕๕๘
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  31 ม.ค. 2558
หมายเลข  26120
อ่าน  1,121

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

 

   

     การสนทนาธรรมในแต่ละครั้ง      ก็เป็นไปเพื่อประโยชน์ คือ ความเข้าใจถูกเห็นถูก  จากที่ไม่เคยได้ยินได้ฟังเลย    ก็ได้ยินได้ฟังได้สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกจากการที่มีโอกาสได้ยินได้ฟัง    และ เมื่อได้ฟังต่อไปอีก  ก็ยิ่งเพิ่มความชัดเจนยิ่งขึ้น แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เคยได้ฟังมาแล้วก็ตาม    การสนทนาธรรม  ที่โรงแรมอิมพีเรียล แม่ปิง เชียงใหม่ ในวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๘      ซึ่งเป็นวันแรกของการสนทนาธรรมที่เชียงใหม่คราวนี้นั้น  มีอยู่ช่วงหนึ่ง    ท่านอาจารย์สุจินต์   บริหารวนเขตต์  ได้สนทนาถึงคำว่า  ปรมัตถ์ นิมิต บัญญัติ   เป็นเรื่องที่ยากที่จะเข้าใจจริง ๆ    ซึ่งจะต้องฟังทบทวนบ่อย ๆ      

     เนื่องจากเป็นช่วงที่มีค่าอย่างยิ่งที่ได้ยินได้ฟังในความละเอียดลึกซึ้งของพระธรรม  จึงขออนุญาตถอดคำสนทนาช่วงดังกล่าว ที่ท่านอาจารย์ได้กล่าวไว้  เพื่ออ่านทบทวน  เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ดังนี้   

     "คำว่า ปรมัตถ์  นิมิต  บัญญัติ  ก็ต้องเข้าใจ       ถ้าไม่มีธรรมใด ๆ เลย ทั้งสิ้น  ไม่มีปรมัตถ์ใด ๆ เลย     โลกก็ไม่มี   ต้นไม้ก็ไม่มี  จะว่าเป็นคน เป็นสัตว์ เป็นภูเขา ก็มีไม่ได้เลย  แต่เมื่อมีสภาพธรรมที่เกิดขึ้นแล้วก็ดับด้วย  เกิดดับสืบต่อ   ทุกอย่างที่เกิดต้องดับ  แต่ดับเร็วกว่าที่ใครจะคิดได้   เพราะเหตุว่าจิตหนึ่งขณะเกิดแล้วดับ ใครรู้  ไม่มีทางรู้ได้เลย  เดี๋ยวนี้กี่ขณะที่คนนั้นคนนี้ที่นั่งที่นั่นที่นี่  นับไม่ถ้วนเลย เพราะฉะนั้นก็แสดงให้เห็นว่า  ถ้าจิตหนึ่งขณะเกิดแล้วดับไป  นิมิตไม่มี     แต่เวลาที่จิตเกิดขึ้นซ้ำ ๆ กัน  อย่างขณะนี้ เห็นต้องซ้ำกันเท่าไหร่ เพราะว่าเกิดแล้วดับเร็วมาก  และการดับไปของจิตขณะก่อนเป็นปัจจัยให้จิตขณะต่อไปเกิดสืบต่อทันทีโดยไม่มีระหว่างคั่น   คิดดูว่าจะเร็วสักแค่ไหน   สภาพใดก็ตาม ธาตุรู้  เกิดขึ้นแล้วดับไป  จิตและเจตสิกเกิดดับพร้อมกัน  เมื่อจิตขณะหนึ่งดับไปเป็นปัจจัยให้จิตขณะต่อไปเกิดสืบต่อทันทีโดยไม่มีระหว่างคั่น  บังคับให้ห่าง ๆ กันก็ไม่ได้    เพราะเป็นอนันตรปัจจัย   เปลี่ยนไม่ได้  นี้คือ  สภาพธรรม  ซึ่งใครก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้  เมื่อไม่รู้การเกิดดับของจิตทีละหนึ่งขณะ  ก็ปรากฏให้เพียงรู้ได้ว่านิมิตของจิตขณะนี้      ขณะที่กระทบแข็ง  แข็งปรากฏนับไม่ถ้วน  เพราะฉะนั้น ก็ปรากฏนิมิตของแข็ง และจิตที่กำลังรู้แข็ง   เพราะฉะนั้น   ทั้งหมดที่เกิดดับสืบต่ออย่างรวดเร็วปรากฏให้รู้ได้โดยนิมิต  

 

 

     เจตสิก เช่น  ความรู้สึก  เสียใจ ๑ ขณะ    ไม่มีทางจะเดือดร้อนเลยแค่หนึ่งขณะจิตที่เกิดแล้วดับไป   แต่เดือดร้อนมาก   ทุกข์ใจมาก   ความเสียใจเกิดสืบต่อเหมือนไม่ได้ดับไปเลย  บางคนอาจจะเสียใจนานมากเลย       แต่เขาไม่รู้เลยว่า ขณะนั้นเป็นสภาพของเจตสิก  เป็นสภาพความรู้สึกไม่ใช่จิต      เพราะว่าจิตเป็นใหญ่เป็นประธานในการรู้แจ้งอารมณ์       ซึ่งทำให้เวทนาประเภทนั้นเกิดขึ้น  เช่น  เสียใจ  เห็นคนที่จากไปตายปัจจุบันทันด่วน   แต่ความเสียใจหนึ่งขณะไม่เดือดร้อน  แต่พอมาก ๆ เข้าทนไหวไหม?  นี้คือ นิมิตของความเสียใจ      นิมิตของความดีใจก็เช่นเดียวกัน    ด้วยเหตุนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดดับอย่างรวดเร็ว      ไม่มีใครรู้ความจริงของสิ่งนั้น     เพียงปรากฏว่าสิ่งนั้นมี  แต่ไม่ประจักษ์การเกิดดับ    จึงหลงเข้าใจว่าเที่ยงและเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ยั่งยืน  เพราะฉะนั้น   จากปรมัตถธรรม ซึ่งเกิดดับสืบต่อ  ปรากฏเป็นนิมิตของแต่ละหนึ่ง 

 

 

   

     เวลานี้จำหรือเปล่า  จำไม่ใช่เห็น  เห็นเป็นเห็น  เห็นเพียงสิ่งที่กำลังปรากฏ แต่เมื่อเห็นสิ่งใดก็จำสิ่งที่เห็น   จนกระทั่งเดี๋ยวนี้เหมือนมีคนนั้นไม่ได้หายไปเลยสักขณะเดียว  สืบต่อนั่งอยู่ตรงนี้ตลอด จะยิ้มจะพูดจะทำอะไรก็ยังเป็นคนนั้น   เพราะจำ จำก็สืบต่อไม่ปรากฏว่าไม่ใช่เรา    แต่เป็นสภาพธรรมอย่างหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นแล้วทำอะไรไม่ได้นอกจากจำ  จำเป็นจำ    รู้สึกเป็นรู้สึก    ดีใจเป็นดีใจ  เสียใจเป็นเสียใจ  โกรธเป็นโกรธ   โกรธหนึ่งขณะเดือดร้อนไหม?   ไม่เดือดร้อน  แต่โกรธจนกระทั่งรู้สึกว่าวันนี้โกรธ   เพราะฉะนั้น นิมิตทั้งนั้น   

     ด้วยเหตุนี้จึงต้องศึกษาทีละคำ ถ้าไม่มีปรมัตถธรรม  นิมิตไม่มี แต่เมื่อมีปรมัตถธรรม  ทำไมไม่รู้จักปรมัตถธรรม   เพราะเกิดดับสืบต่อเพียงเป็นนิมิต  สภาพที่ไม่เที่ยงก็เห็นว่าเที่ยง    สภาพที่ไม่ใช่เรา ไม่ใช่สิ่งหนึ่งสิ่งใด    แต่ก็หลงว่าเป็นคนบ้าง เป็นดอกไม้บ้าง เป็นโต๊ะบ้าง เพราะนิมิตของสิ่งที่เมื่อปรากฏซ้ำ ๆ กัน  สิ่งที่ปรากฏหลากหลาย  เราไม่รู้เลยว่าจิตแต่ละหนึ่งเกิดขึ้นรู้อะไร    และสิ่งที่ไม่ใช่ธาตุรู้ที่ไม่ใช่จิตเจตสิก ก็มี  แต่ก็ไม่รู้ว่าอะไร  

 


   

     แต่ก่อนที่จะมีบัญญัติก็ต้องมีนิมิต  เพราะเหตุว่าเวลานี้มีอะไรหลาย ๆ อย่างที่เราไม่ได้เรียกชื่อ  เช่น  นั่นอะไร  เป็นนิมิต  แต่ยังไม่เรียกชื่อ  ถ้าจะเรียกก็เรียกเพื่อให้หมายรู้กันว่าหมายถึงสิ่งนั้น  เพราะฉะนั้นเมื่อมีนิมิตแล้ว ก็มีบัญญัติคือรู้ได้ด้วยอาการนั้นๆ  คือ อาการของนิมิต  นิมิตอย่างนี้รู้ได้ว่าคน    นิมิตอย่างนี้รู้ได้ว่าไม่ใช่คน  เพราะนิมิตซึ่งจะเป็นเหตุให้รู้ได้ด้วยอาการนั้น      เพราะฉะนั้นเมื่อมีนิมิตแล้วจะหมายรู้ว่าเป็นอะไร  ก็ใช้เสียงเป็นสัททบัญญัติ  แต่ถ้าเราไม่ต้องใช้เสียงเลย   แต่รู้ได้โดยอาการ  นิมิตนั้น ก็เป็นอรรถบัญญัติ      งูรู้ว่าอะไรเป็นอาหารไม่ต้องเรียก       แต่เห็นนิมิตแล้วมีบัญญัติในสิ่งนั้นว่าเป็นอะไรโดยอรรถ รูปร่างต่างกัน แต่ไม่ต้องมีคำที่จะต้องเรียกชื่อสิ่งนั้นเลย    แต่สำหรับคนที่ใช้ภาษาได้ พูดได้   เราก็มีคำมากที่จะเรียกสิ่งนั้นสิ่งนี้ว่าอะไร  แต่ถ้าไม่ใช่คน        อย่างน้อยก็ต้องมีปรมัตถธรรม มีนิมิต  มีบัญญัติ ที่เป็นอรรถบัญญัติ  แต่ถ้าเป็นสัททบัญญัติ  ก็หลากหลายไปตามภาษาต่างๆ"

 

 

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์  ที่เคารพยิ่ง

และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 31 ม.ค. 2558 18:32 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
peem
วันที่ 31 ม.ค. 2558 19:07 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
Noparat
วันที่ 31 ม.ค. 2558 20:02 น.

 ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลวิริยะ กุศลศรัทธา ของทุกๆท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
papon
papon
วันที่ 31 ม.ค. 2558 20:25 น.

                                               ขออนุโมทนาทุกท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ปวีร์
วันที่ 31 ม.ค. 2558 22:20 น.

ความเสียใจหนึ่งขณะไม่เดือดร้อน  แต่พอมาก ๆ เข้าทนไหวไหม?

นี้คือ นิมิตของความเสียใจ นิมิตของความดีใจก็เช่นเดียวกัน ด้วยเหตุนี้

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดดับอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครรู้ความจริงของสิ่งนั้น

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
ธุลีพุทธบาท
ธุลีพุทธบาท
วันที่ 1 ก.พ. 2558 08:40 น.

กราบเท้าบูชาพระคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพอย่างสูงยิ่ง

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาในกุศลวิริยะและเมตตาของอาจารย์คำปั่น อักษรวิลัย

และอนุโมทนาในกุศลของทุกท่าน ครับ.

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
Patchanon
Patchanon
วันที่ 1 ก.พ. 2558 11:50 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
Boonyavee
วันที่ 1 ก.พ. 2558 19:06 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ขอกราบอนุโมทนาในกุศลวิริยะ ของอ. คำปั่น อักษรวิลัย เป็นอย่างยิ่งค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
วันชัย๒๕๐๔
วันชัย๒๕๐๔
วันที่ 1 ก.พ. 2558 19:08 น.

ขอบพระคุณ และ ขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของ อ.คำปั่น อักษรวิลัย ด้วยครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 1 ก.พ. 2558 19:47 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 2 ก.พ. 2558 05:55 น.

สาธุ  อนุโมทนา และขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
siraya
วันที่ 2 ก.พ. 2558 07:02 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 2 ก.พ. 2558 08:22 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 2 ก.พ. 2558 09:37 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 3 ก.พ. 2558 15:28 น.

อนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
kullawat
วันที่ 6 ก.พ. 2558 08:20 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
ประสาน
วันที่ 24 ก.พ. 2558 05:29 น.

เป็นหัวข้อที่น่าสนใจ ขออนุโมทนา

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
นายสุรพล กิจพิทักษ์
วันที่ 22 พ.ย. 2559 17:07 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ