Print 
ช่วงประทับใจ...สนทนาธรรมที่โรงแรมอิมพีเรียล แม่ปิง เชียงใหม่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๘
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  27 ม.ค. 2558
หมายเลข  26103
อ่าน  1,209

 ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

 

 

     วันอังคารที่ ๒๗ และวันพุธที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๘ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์  และคณะวิทยากร   ได้เดินทางไปยังจังหวัดเชียงใหม่     เพื่อสนทนาธรรมที่โรงแรมอิมพีเรียล  แม่ปิง   สำหรับการสนทนาธรรมที่ จ. เชียงใหม่ นั้น จัดขึ้นปีละ ๒ ครั้ง ระหว่างต้นปีกับกลางปี  ทางชมรมบ้านธัมมะ มศพ. จ. เชียงใหม่ได้ร่วมใจกันเจริญกุศล จัดการสนทนาธรรมเป็นประจำทุกปี   เพื่อประโยชน์ คือ ความเข้าใจถูกเห็นถูก  ซึ่งเป็นขณะที่มีค่าอย่างยิ่งในชีวิต  เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สะสมเหตุที่ดีมา มีศรัทธาเห็นประโยชน์ของพระธรรม   ได้ฟังได้สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกต่อไป

พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง    แพร่หลายยิ่งขึ้น

    วันนี้ เป็นวันแรกของการสนทนาธรรม     ท่านอาจารย์ได้เน้นย้ำถึงสิ่งที่มีจริง ๆ นั้นก็คือ มีจริง ๆ  ในขณะนี้   เป็นธรรม     ตั้งต้นที่คำว่า ธรรม   ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหม่มากสำหรับผู้ไม่เคยฟัง         และมีช่วงหนึ่งซึ่งประทับใจมาก  ท่านอาจารย์ได้กล่าวถึงเรื่องปฏิบัติ   และ ความเข้าใจพระธรรมจะเจริญขึ้นได้อย่างไร ไพเราะเป็นอย่างยิ่ง เตือนใจดีเป็นอย่างยิ่ง    จึงขออนุญาตถอดคำสนทนาดังกล่าว    เพื่ออ่านทบทวน   เพื่อความเข้าใจยิ่งขึ้น  ดังนี้

 

   

     พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรม ๔๕ พรรษา โดยละเอียดยิ่ง  แต่ละคำลึกซึ้ง ผู้คนในสมัยนั้นได้บำเพ็ญกุศลอบรมเจริญปัญญาบารมีมาพร้อมที่จะได้ฟังพระธรรมจากพระโอษฐ์และสามารถที่จะเข้าใจได้     แต่เวลาก็ห่างไกลกันมา     ยุคนี้สมัยนี้ไม่มีพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสแสดงธรรมจากพระโอษฐ์      เพราะว่าบุคคลในครั้งนี้ไม่เหมือนบุคคลในครั้งก่อนซึ่งพร้อมที่พอได้ฟังก็จะเข้าใจได้      บางท่านฟังแล้วก็ไม่รู้อะไรเลยก็มี บางท่านก็เป็นพระโสดาบัน  บางท่านถึงความเป็นพระอรหันต์    นี่ก็แสดงความต่างกันของการเข้าใจคำที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสโดยไม่ประมาทเลย

     เพราะฉะนั้น  สำหรับบุคคลในครั้งนี้    คิดว่าได้ยินประโยคสั้น ๆ ว่าปฏิบัติธรรมแล้วจะปฏิบัติธรรมโดยไม่เข้าใจว่าปฏิบัติ คือ อะไร   ธรรมคืออะไร      ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว   ด้วยความประมาท    ด้วยการไม่ไตร่ตรอง โดยไม่เข้าใจ      แต่ว่าคิดว่าฟังแล้วก็ปฏิบัติธรรมโดยไม่เข้าใจว่าปฏิบัติธรรมคืออะไร         บางคนก็คิดว่าฟังแล้วก็ไม่มีประโยชน์ ปฏิบัติธรรมดีกว่า    บางคนก็คิดว่าปฏิบัติธรรมแล้วจึงจะเข้าใจธรรม    ก็ยิ่งผิดใหญ่      เพราะเหตุว่าพระธรรมที่ทรงแสดง  งามทั้งเบื้องต้น  งามทั้งท่ามกลางและงามในที่สุด      โดยพระธรรมที่ทรงแสดงเป็นปริยัติหมายความว่าเป็นสิ่งที่บุคคลไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน เป็นเรื่องของสิ่งที่มีจริง โดยละเอียดยิ่ง เพราะฉะนั้น ถ้าไม่เข้าใจ  ไม่สามารถที่จะรู้ความจริงตามที่ทรงแสดงว่า       ขณะนี้เห็นกำลังเกิดดับ  ได้ยินก็เกิดขึ้นได้ยินแล้วดับ  คิดแต่ละคำเกิดขึ้นคิดแล้วก็ดับ    ไม่มีอะไรเลยซึ่งเกิดแล้วจะไม่ดับ แต่การเกิดดับเป็นไปอย่างรวดเร็ว  สิ่งที่สามารถกระทบตา มีอายุสั้นมาก  ทุกรูปจะมีอายุเท่ากับจิตเกิดดับ ๑๗ ขณะ         ขณะนี้ระหว่างจิตเห็นกับจิตได้ยิน มีจิตเกิดดับเกินกว่า ๑๗ ขณะ   เพราะฉะนั้นสิ่งใด ๆ ก็ตาม ที่มีการเกิดขึ้น  สิ่งนั้น ดับไปเร็วดุจมายากล           จึงปรากฏเสมือนว่าเป็นคนหรือเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งไม่ได้ดับไปเลย  เพราะฉะนั้น      กว่าจะรู้ความจริงได้ ก็ต้องเข้าใจธรรมที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดีแล้ว ซึ่งเป็นปริยัติโดยรอบรู้เป็นสัจจญาณคือไม่เปลี่ยน คือ มีการรู้ว่าขณะนี้พระผู้มีพระภาคทรงตรัสรู้เห็น    ขณะไหนก็ตามที่มีเห็นเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย   เห็นต้องดับ  เป็นความจริงไหม  ถ้ามีความเข้าใจว่าสิ่งนี้เป็นความจริง   ผู้นั้นเป็นผู้ตรง  ยังไม่รู้อย่างนี้   สามารถจะรู้ได้ไหม  

 

     

     พระผู้มีพระภาค ทรงแสดงหนทางที่จะให้ปัญญาค่อย ๆ    เจริญขึ้นไปตามลำดับจนสามารถที่จะรู้ความจริงซึ่งเป็นอริยสัจจธรรมได้     เพราะฉะนั้น  ขณะที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงความจริง     และตรัสคำว่าขันธ์ ๕  หมายความว่าธรรมใด ๆ ก็ตามซึ่งเกิดดับเป็นอดีต  ปัจจุบัน  อนาคต   แต่ละหนึ่งสามารถจะรู้ได้ว่าเป็นทุกขสัจจ์    เพราะเหตุว่าลักษณะของทุกขสัจจะก็คือสภาพธรรมที่เกิดแล้วดับ     ทรงแสดงไว้อย่างละเอียดทีละหนึ่ง     มิฉะนั้นจะไม่ทรงแสดงเรื่องจักขุวิญญาณ (จิตเห็น) ไม่ทรงแสดงจักขุปสาทรูป  ไม่ทรงแสดงว่ารูปารมณ์ซึ่งเป็นธาตุชนิดที่สามารถกระทบกับตา      ถ้าสิ่งนั้นไม่กระทบกับตา   จิตเห็นจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย  แต่ขณะนี้สิ่งใดก็ตามที่กำลังปรากฏ แสดงว่ารูปนั้นกระทบกับจักขุปสาทะ   ไม่ใช่รูปตาที่เราเห็นตาดำตาขาว,  ตาดำตาขาวเป็นสสัมภาระ หมายความว่าส่วนประกอบที่มีจักขุปสาทอยู่ตรงกลาง  ถึงแม้ว่าจะกล่าวว่าขณะนี้ทุกคนมีตา   ทุกคนคิดถึงตาดำตาขาว   แต่ขณะที่บอกว่าทุกคนเห็น ทุกคนก็คิดว่าต้องอาศัยตา  แต่ไม่รู้ว่าตาที่เรากล่าวถึงมีลักษณะอย่างไร     รูปทั่วตัวตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าจะมีรูปที่สามารถกระทบตาได้เพียงรูปเดียว   ซึ่งใช้คำว่าจักขุปสาทะ(ตา)         จะมีรูปเดียวที่สามารถกระทบเสียงได้  คือ โสตปสาทะ  (หู)      แต่ทั้งตา  ทั้งหู  และเสียง และ สิ่งที่ปรากฏ ไม่สามารถจะรู้อะไรได้    แต่เป็นปัจจัยให้ธาตุรู้คือจิตเกิดขึ้นพร้อมเจตสิกแล้วก็ดับไป   ทรงแสดงพระธรรมโดยละเอียด ไม่ใช่ให้คิดเอง    ไม่ใช่ให้ไปรวม ๆ กันว่า เกิดแล้วแก่แล้วเจ็บแล้วตายไม่เที่ยง     เดี๋ยวเปลี่ยนแปลงไปเป็นสุขบ้างเป็นทุกข์บ้าง  เท่านั้นไม่พอ เพราะใคร ๆ ก็รู้อย่างนั้น     แต่ไม่ได้รู้ว่าไม่ใช่เรา     แต่เป็นธรรมแต่ละหนึ่งซึ่งมีปัจจัยเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป   เพราะฉะนั้น  ไม่มีใครจะคิดธรรมได้เอง  คิดเองเมื่อไหร่ ผิด         เพราะไม่ใช่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  แต่ต้องศึกษาพระธรรมโดยการไตร่ตรองจนกระทั่งเป็นความเข้าใจของตนเอง    มั่นคงเมื่อไหร่เป็นสัจจญาณ  ถ้าไม่มีสัจจญาณ กิจจญาณไม่มี    กตญาณไม่มี      ถ้าไม่มีปริยัติ    ปฏิบัติไม่มี   ปฏิเวธไม่มี    นี่เป็นข้อความที่มีในพระไตรปิฎก.

 

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์  ที่เคารพยิ่ง

และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
wirat.k
wirat.k
วันที่ 28 ม.ค. 2558 01:16 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
swanjariya
วันที่ 28 ม.ค. 2558 04:16 น.

♤กราบอนุโมทนาขอบพระคุณ♤

ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์    และคณะวิทยากรด้วยความเคารพยิ่ง

กราบอนุโมทนาขอบพระคุณท่านอาจารย์คำปั่น อักษรวิลัย  ที่เมตตานำมาถ่ายทอดให้ผู้ไม่มีโอกาสไปร่วมรับฟังสนทนาธรรม   และขออนุโมทนาขอบพระคุณผู้ดำเนินการของชมรมบ้านธัมมะมศพ.จังหวัดเชียงใหม่

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
kulwilai
kulwilai
วันที่ 28 ม.ค. 2558 06:43 น.

กราบขอบพระคุณท่านอจ.สุจินต์  ขออนุโมทนาอจ.คำปั่น และทุกๆท่านที่มีส่วนในการสนทนาธรรมครั้งนี้ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ผู้ร่วมเดินทาง
ผู้ร่วมเดินทาง
วันที่ 28 ม.ค. 2558 07:22 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
papon
papon
วันที่ 28 ม.ค. 2558 07:43 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
paderm
paderm
วันที่ 28 ม.ค. 2558 07:45 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
phawinee
วันที่ 28 ม.ค. 2558 08:14 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 28 ม.ค. 2558 08:22 น.

สาธุ  อนุโมทนา และขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 28 ม.ค. 2558 09:55 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
ธุลีพุทธบาท
ธุลีพุทธบาท
วันที่ 28 ม.ค. 2558 10:03 น.

กราบเท้าบูชาพระคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพอย่างยิ่ง

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาในกุศลวิริยะและเมตตาของอาจารย์คำปั่น อักษรวิลัย ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
siraya
วันที่ 28 ม.ค. 2558 10:32 น.

กราบเท้าบูชาพระคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพอย่างยิ่ง

กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาอาจารย์คำปั่น อักษรวิลัย ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 28 ม.ค. 2558 10:51 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
ch.
ch.
วันที่ 28 ม.ค. 2558 11:26 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 28 ม.ค. 2558 12:17 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาผู้มีส่วนร่วมในการสนทนาธรรมครั้งนี้ทุกท่าน

การถ่ายทอดสดทำให้ผู้ชมได้รับสาระของพระธรรมอย่างรวดเร็ว น่าสนใจ.

ได้บรรยากาศในการชมอย่างยิ่ง..........สาธุคะ

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 28 ม.ค. 2558 13:43 น.

อนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
ดวงทิพย์
ดวงทิพย์
วันที่ 28 ม.ค. 2558 17:54 น.

สาธุขออนุโมทนาคะ

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
chvj
วันที่ 28 ม.ค. 2558 19:07 น.

กราบเท้าบูชาพระคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพอย่างยิ่ง

กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาอาจารย์คำปั่น อักษรวิลัย ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
Boonyavee
วันที่ 28 ม.ค. 2558 22:14 น.

     การสนทนาธรรมที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 27-28 มกราคม 2558    ณ โรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง      ผ่านไปด้วยความเรียบร้อยจากความร่วมมือร่วมใจของชาวเชียงใหม่ และสหายธรรมบ้านธัมมะจากทั่วทุกสารทิศ        ทำให้ห้องประชุมนั้นเต็มไปด้วยผู้มีจิตศรัทธา ใคร่จะศึกษาพระธรรม เพื่อความเข้าใจถูก เห็นถูกในพระธรรมและละคลายความไม่รู้ที่มีมาเนิ่นนานให้ค่อยๆชำระออกได้ก็ด้วยความเข้าใจถูกที่มาจากการฟังเท่านั้น  จึงขออนุญาตนำภาพสนทนาธรรมที่จังหวดเชียงใหม่ลงในกระทู้ของอาจารย์คำปั่น     ซึ่งอาจารย์คำปั่นก็ได้กรุณาเป็นอย่างมาก  ทั้งนี้มีเพียงภาพวันที่ 27 มกราคมเท่านั้น เนื่องจากกล้องถ่ายภาพเกิดขัดข้อง     ซึ่งคุณวันชัย ภู่งาม ตากล้องประจำมูลนิธิ มาร่วมถ่ายภาพในวันที่ 28 มกราคม 2558 พอดี ท่านผู้สนใจสามารถติดตามภาพในกระทู้ของคุณวันชัยได้นะคะ

  

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ด้วยความเคารพ

และขอกราบขอบพระคุณในกุศลจิตของอาจารย์คำปั่น อักษรวิลัย คุณวันชัย ภู่งามและทุกๆ ท่านด้วยค่ะ

 

 

 
  ความคิดเห็นที่ 19  
 
สิริพรรณ
วันที่ 28 ม.ค. 2558 22:30 น.

กราบนอบน้อมพระรัตนตรัยด้วยเศียรเกล้า   

กราบเท้าบูชาพระคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพอย่างยิ่ง

กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาอาจารย์คำปั่น อักษรวิลัย

ที่ถ่ายทอดสาระสำคัญได้ประโยชน์ยิ่ง

ประทับใจเมื่อ 2 ปีก่อนได้ร่วมฟังพระธรรมอย่างอบอุ่นกับชาว มศพ.เขียงใหม่

(ห้างพันธ์ทิพย์)

อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 20  
 
pulit
วันที่ 29 ม.ค. 2558 03:38 น.

               ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลวิริยะ กุศลศรัทธา ของทุกๆท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 21  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 29 ม.ค. 2558 07:09 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลศรัทธาของทุกๆ ท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 22  
 
ผู้มีความประมาท
วันที่ 29 ม.ค. 2558 08:41 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 23  
 
raynu.p
วันที่ 29 ม.ค. 2558 11:37 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 24  
 
Noparat
วันที่ 29 ม.ค. 2558 12:40 น.

  ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลวิริยะ กุศลศรัทธา ของทุกๆท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 25  
 
ปวีร์
วันที่ 30 ม.ค. 2558 21:44 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 26  
 
peem
วันที่ 31 ม.ค. 2558 19:17 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ