Print 
ธรรมที่ต้องละเหล่าอื่นอีก [อรรถกถาแห่งธรรมทายาทสูตร]
 
เมตตา
เมตตา
วันที่  25 ธ.ค. 2557
หมายเลข  25965
อ่าน  596

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     ข้อความบางตอนของอรรถกถาแห่งธรรมทายาทสูตร.

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 252

ธรรมที่ต้องละเหล่าอื่นอีก

     ครั้นแสดงโลภะ โทสะ และอุบายเป็นเครื่องละโลภะและโทสะนั้น   ในจำนวนธรรมะทั้งหลายที่ต้องละอย่างนี้แล้ว บัดนี้ พระสารีบุตรเถระ เมื่อจะแสดงธรรมที่ต้องละเหล่าอื่นอีกและอุบายเป็นเครื่องละธรรมเหล่านั้น   จึงกล่าวคำว่า ตตฺราวุโสโกโธจ ดังนี้ เป็นต้น บรรดาธรรมที่ต้องละเหล่านั้น.

     ( ๑ )   โกธะ   มีลักษณะ (เฉพาะ) คือ ความเดือดดาลหรือความดุร้าย   มีหน้าที่คือผูกอาฆาต (และ) ผลที่ปรากฏออกมาคือ ความประทุษร้าย

     ( ๒ )   อุปนาหะ  มีลักษณะ (เฉพาะ) คือ ความผูกโกรธ มีหน้าที่ คือ ไม่ยอมสลัดทิ้งการจองเวร (และ)ผลที่ปรากฏออกมาคือ โกรธติดต่อเรื่อยไป  สมด้วยคำที่พระโบราณาจารย์ กล่าวไว้อย่างนี้ว่า โกธะเกิดก่อน อุปนาหะจึงเกิดภายหลัง เป็นต้น.

     (๓ )   มักขะ  มีลักษณะ (เฉพาะ) คือ ลบหลู่คนอื่น มีหน้าที่ คือ ทำคุณของคนอื่นนั้นให้พินาศ (และ) ผลที่ปรากฏออกมาคือ การปกปิดคุณของคนอื่นนั้น.

     ( ๔ )   ปฬาสะ  มีลักษณะ (เฉพาะ) คือ การถือเป็นคู่แข็ง (ตีเสมอ) มีหน้าที่ คือการทำคุณของตนให้เสมอกับคุณของคนอื่น (และ) ผลที่ปรากฏออกมาคือ ความปรากฏโดยการชอบประมาณ (ตีค่า) เทียบคุณของคนอื่น.

     ( ๕ )   อิสสา  มีลักษณะ (เฉพาะ) คือ ความริษยาต่อสมบัติของคนอื่น หรือไม่ก็ ทนไม่ได้ต่อสมบัติของคนอื่นนั้น มีหน้าที่ คือ ความไม่ยินดียิ่ง ในสมบัติของคนอื่นนั้น (และ) ผลที่ปรากฏออกมาคือ ความเบือนหน้าหนีจากสมบัติของคนอื่นนั้น.

     ( ๖ )   มัจเฉระ  มีลักษณะ (เฉพาะ) คือ การซ่อนเร้นสมบัติของตน มีหน้าที่ คือ ความไม่สบายใจ เมื่อสมบัติของตนมีคนอื่นร่วมใช้สอยด้วย (และ ) ผลที่ปรากฏออกมา คือ ความเคืองแค้น.

     ( ๗ )   มายา  มีลักษณะ (เฉพาะ) คือ ปกปิดบาปที่ตนเองกระทำแล้ว หน้าที่ คือ ซ่อนเร้นบาปที่ตนเองกระทำแล้วนั้น (และ) ผลที่ปรากฏออกมา คือ การปิดกั้นบาปที่ตนเองกระทำแล้วนั้น.

     (๘ )   สาเถยยะ  มีลักษณะ (เฉพาะ) คือ การชอบเปิดเผยคุณที่ตนเองไม่มี มีหน้าที่ คือการประมวลมาซึ่งคุณที่ตนเองไม่มีเหล่านั้น (และ) ผลที่ปรากฏออกมา คือ การทำคุณที่ตน เองไม่มีเหล่านั้น  ให้ปรากฏออกมาแม้โดยอาการทางร่างกาย.

     ( ๙ )   ถัมภะ  มีลักษณะ (เฉพาะ) คือ ความที่จิตผยอง มีหน้าที่ คือพฤติการที่ไม่ยำเกรง ( และ) ผลที่ปรากฏออกมา คือ ความไม่อ่อนโยน.

     ( ๑๐ )   สารัมภะ  มีลักษณะ (เฉพาะ ) คือ การทำความดีให้เหนือไว้  มีหน้าที่ คือ แสดงตนเป็นข้าศึกต่อคนอื่น ( และ ) ผลที่ปรากฏออกมา คือ ความไม่เคารพ.

     ( ๑๑ )   มานะ  มีลักษณะ (เฉพาะ) คือ ความเย่อหยิ่ง มีหน้าที่ คือความถือตัวว่าเป็นเรา (และ ) ผลที่ปรากฏออกมา คือ ความจองหอง. 

     ( ๑๒ )   อติมานะ  มีลักษณะ (เฉพาะ) คือ ความเย่อหยิ่ง มีหน้าที่ คือ ความถือตัวว่าเป็นเราจัด ( และ ) ผลที่ปรากฏออกมา คือ ความหยิ่งจองหอง.

     ( ๑๓ )   มทะ  มีลักษณะ ( เฉพาะ ) คือ ความมัวเมา มีหน้าที่ คือ  ความยึดถือด้วยการมัว เมา ( และ ) ผลที่ปรากฏออกมา คือ ความคลั่งไคล้

     ( ๑๔ )   ปมาทะ  มีลักษณะ (เฉพาะ) คือ การปล่อยจิตไปในเบญจกามคุณ  มีหน้าที่ คือ  การกระตุ้นให้ปล่อยจิตมากขึ้น (และ) ผลที่ปรากฏออกมา คือ ความขาดสติ.

     นักศึกษาพึงทราบถึงลักษณะเป็นต้น ของธรรมเหล่านี้ดังกล่าวมานี้เถิด ที่กล่าวมานี้เป็นความย่อในข้อนี้ ส่วนความพิสดาร นักศึกษาพึงทราบตามนัยที่กล่าวแล้วในคัมภีร์วิภังค์นั่น เองว่า ตตฺถกตโมโกโธ ดังนี้เป็นต้น.


เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ