Loading...
 24367   ศีล ๕
บรรดลอดทน
วันที่ 23 ม.ค. 2557 11:28 น.
อ่าน 241
 
 
 



  ความคิดเห็นที่ 1  
paderm
วันที่ 23 ม.ค. 2557 12:29 น.
 

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

   ศีล ๕ ประกอบไปด้วย .-

-การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์

-การงดเว้นจากการถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้

-การงดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม

-การงดเว้นจากการพูดเท็จ

-การงดเว้นจากการดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัย  อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท 

       การรักษาศีล ๕ นั้นเป็นนิจศีล ที่คฤหัสถ์ควรรักษา  เพราะถ้ารักษาแล้วก็จะเป็น

การให้ความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น อย่างแท้จริง   กล่าวคือ  ศีลข้อ

ที่ ๑  การเว้นจากการฆ่าสัตว์   เป็นการให้ชีวิต   ให้ความปลอดภัย  ให้ความไม่มีภัย 

แก่สัตว์ทั้งหลาย,     ศีลข้อที่ ๒  การเว้นจากการลักทรัพย์  ชื่อว่า ให้ความปลอดภัย

แก่ทรัพย์สินของผู้อื่น,   ศีลข้อที่ ๓     การเว้นจากการประพฤติผิดในกาม ชื่อว่าให้

ความปลอดภัย  แก่บุตรธิดา  ภรรยา  สามี ของผู้อื่น,      ศีลข้อที่ ๔    การเว้นจาก

การพูดเท็จ  ชื่อว่า   ให้ความจริง แก่ผู้อื่น           และ ศีลข้อที่ ๕  การเว้นจากการ

ดื่มน้ำเมา      ชื่อว่า   ให้ความปลอดภัยแก่ทุกสิ่ง ทุกอย่าง 

        ที่สำคัญ ถ้าเป็นผู้ที่มีความเข้าใจในเรื่องกรรม ทั้งกุศลกรรมและอกุศลกรรม 

รวมถึง ผลของกรรมทั้งสองฝ่ายด้วย นั้น  ก็จะเป็นเครื่องยับยั้ง  เป็นปัจจัยให้แต่ละ

บุคคลไม่ล่วงศีลได้ง่าย   ดังนั้น ความเข้าใจสภาพ-ธรรมตามความเป็นจริง 

จึงเป็นไปเพื่อความเจริญขึ้นของกุศลธรรมทั้งหลายอย่างแท้จริง และเมื่อมีปัญญา

คมกล้าสามารถที่จะบรรลุเป็นพระโสดาบัน เมื่อนั้นจึงจะไม่มีการล่วงศีล๕ อีกเลยครับ

พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 253

……………………….

โทษ ๕ ประการของศีลวิบัติ

[๗๙] ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสกะอุบาสกทั้งหลายชาว

บ้านปาฏลิคามว่า

ดูก่อนคหบดีทั้งหลาย โทษของศีลวิบัติของบุคคลทุศีลมี ๕ ประการ

๕ ประการเป็นไฉน

(๑) ดูก่อนคหบดีทั้งหลาย บุคคลทุศีล ผู้ปราศจากศีลในโลกนี้

ประสบความเสื่อมโภคะเป็นอันมาก เพราะมีความประมาทเป็นเหตุ นี้เป็นโทษ

ข้อที่ ๑ ของศีลวิบัติของบุคคลทุศีล.

(๒) ดูก่อนคหบดีทั้งหลาย และยังมีข้ออื่นอีก กิตติศัพท์ชั่วของ

บุคคลทุศีล ผู้ปราศจากศีลก็อื้อฉาวไป นี้เป็นโทษข้อที่ ๒ ของศีลวิบัติ ของ

บุคคลทุศีล.

(๓) ดูก่อนคหบดีทั้งหลาย และยังมีข้ออื่นอีก บุคคลทุศีล ผู้ปราศจาก

ศีล เข้าสู่บริษัทใด ๆ คือขัตติยบริษัทก็ดี พราหมณบริษัทก็ดี คหบดีบริษัท

ก็ดี สมณบริษัทก็ดี เป็นผู้ไม่องอาจ ขวยเขิน เข้าไป นี้เป็นโทษข้อที่ ๓

ของศีลวิบัติ ของบุคคลทุศีล.

(๔) ดูก่อนคหบดีทั้งหลาย และยังมีข้ออื่นอีก บุคคลทุศีล ผู้ปราศ-

จากศีล เป็นคนหลง ทำกาละ (ตาย) นี้เป็นโทษข้อที่ ๔ ของศีลวิบัติ ของ

บุคคลผู้ทุศีล

(๕) ดูก่อนคหบดีทั้งหลาย และยังมีข้ออื่นอีก บุคคลทุศีล ผู้ปราศจากศีล

 ครั้นร่างกายแตกภายหลังมรณะ จะเข้าไปถึงอบาย ทุคคติ วินิบาต นรก

นี้เป็นโทษข้อที่ ๕ ของศีลวิบัติ ของบุคคลผู้ทุศีล

ดูก่อนคหบดีทั้งหลาย โทษ ๕ ประการของบุคคลผู้ทุศีล ผู้ปราศจากศีล

 เหล่านี้แล.

ตราบใดที่ยังไม่ใช่พระโสดาบัน  โอกาสที่จะล่วงศีล ก็ย่อมจะมีได้ ตามเหตุตามปัจจัย 

ในชีวิตปัจจุบันสำหรับผู้ที่ยังเป็นปุถุชน    ยังมีกิเลสอย่างหยาบซึ่งไม่พ้นไปจาก โลภะ  

โทสะ โมหะ  เมื่อมีเหตุปัจจัยพร้อม  ย่อมกระทำทุจริตกรรม ล่วงศีลได้ เมื่อเหตุมีแล้ว

ผลก็ย่อมจะมีตามสมควรแก่เหตุที่ได้กระทำแล้ว        ประโยชน์จากการได้ศึกษาใน

เรื่องโทษของการล่วงศีล นั้น  คือ ได้เข้าใจถึงโทษภัยของกิเลส ว่า เป็นเหตุนำมาซึ่ง

สิ่งที่ไม่ดีต่าง ๆ มากมาย 
 จึงไม่ควรล่วงศีล  เพราะการล่วงศีล  นำมาซึ่งโทษประการ

ต่าง ๆ  และยังเป็นปัจจัยให้ไปเกิดในอบายภูมิด้วย  เพราะฉะนั้นไม่ควรประมาทกำลัง

ของกิเลส    ค่อย ๆ  อบรมเจริญปัญญาเพื่อขัดเกลากิเลสของตนเองต่อไป    เพราะ

กุศลธรรมเท่านั้นที่จะคอยประคับประคองอุปการะเกื้อกูลให้กาย วาจา ใจ เป็นไปใน

ทางที่ถูกต้องดีงาม คล้อยตามความเข้าใจที่เกิดจากการได้ฟังพระธรรมที่พระสัมมา

สัมพุทธเจ้าทรงแสดง  ครับ

ขออนุโมทนา

 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
khampan.a
วันที่ 23 ม.ค. 2557 12:30 น.
 

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     ข้อความจากพระสุตตันตปิฎก  ทีฆนิกาย   ปาฏิกวรรค   สังคีติสูตร   แสดงไว้

ว่า  ศีล ๕  ได้แก่ .-

๑.  ปาณาติปาตา   เวรมณี    (เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการฆ่าสัตว์)

๒.  อทินนาทานา   เวรมณี  (เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการถือเอาสิ่งของ

ที่เจ้าของไม่ได้ให้)

๓.  กาเมสุ  มิจฉาจารา  เวรมณี    (เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการประพฤติ

ผิดในกาม)

๔.  มุสาวาทา   เวรมณี    (เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการพูดเท็จ)

๕.  สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา    เวรมณี   (เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการ

ดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัย     อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท)      

                                                     ------------------------------------

            ศีลเป็นเรื่องปกติจริง ๆ ไม่พ้นไปจากความประพฤติเป็นไปทางกาย

ทางวาจา ของแต่ละบุคคล      ในแต่ละวันจิตใจเป็นกุศลหรือเป็นกุศลมาก

น้อยเท่าใด    ถ้ามีการล่วงศีล มีการกระทำทุจริตกรรมประการต่าง ๆ  ก็เป็น

เครื่องแสดงว่ากิเลสหนาแน่นมีกำลังมากทีเดียว     ซึ่งทุกคนควรจะได้ทราบ

และจะได้ตรวจสอบตนเองว่า    มีการล่วงศีลข้อใดบ้างในแต่ละวัน  กล่าวคือ 

มีการฆ่าสัตว์  เบียดเบียนสัตว์      มีการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้  

มีการประพฤติผิดในบุตร  ภรรยา  สามี  ของผู้อื่น   มีการพูดเท็จ    มีการดื่ม

สุราเมรัยของมึนเมาอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท    บ้างหรือไม่?   ซึ่งเป็น

การตรวจสอบในชีวิตประจำวัน      เพื่อจะได้สำรวมระมัดระวังความประพฤติ

ทางกาย  ทางวาจาให้เป็นปกติเรียบร้อยดีงาม

    ศีล ๕ นั้นเป็นการให้ความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น    ดังนี้

คือ ศีลข้อที่ ๑  การเว้นจากการฆ่าสัตว์   เป็นการให้ชีวิต   ให้ความปลอดภัย    

ให้ความไม่มีภัย   แก่สัตว์ทั้งหลาย     ศีลข้อที่ ๒  การเว้นจากการลักทรัพย์  

ชื่อว่า ให้ความปลอดภัยแก่ทรัพย์สินของผู้อื่น ศีลข้อที่ ๓     การเว้นจากการ

ประพฤติผิดในกาม ชื่อว่าให้ความปลอดภัยแก่บุตรธิดา  ภรรยา  สามี ของผู้อื่น

ศีลข้อที่ ๔    การเว้นจากการพูดเท็จ  ชื่อว่า   ให้ความจริง แก่ผู้อื่น    และ

ศีลข้อที่ ๕  การเว้นจากการดื่มสุราเมรัยของมึนเมา ชื่อว่า   ให้ความปลอดภัย

แก่ทุกสิ่งทุกอย่างทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น ด้วย 

     ศีล  เป็นการขัดเกลาจิตใจของตนให้เบาบางจากกิเลส  ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้

ดับกิเลสทั้งปวงได้อย่างหมดสิ้น  ก็จริง  แต่ก็เป็นการอบรมจิตใจให้เบาบางจาก

กิเลส    เพราะเหตุว่าถ้าไม่ทราบว่า การฆ่าสัตว์  การลักทรัพย์ เป็นต้น   เป็นสิ่ง

ที่ไม่ดี  เป็นสิ่งที่ทำให้สัตว์อื่น บุคคลอื่นเดือดร้อน เป็นทุกข์ เพียงใด   ก็อาจจะ

เกิดความยินดีพอใจในความไม่ดีเหล่านี้ก็เป็นได้  และเมื่อสำเร็จเป็นกุศลกรรม

ประการต่าง ๆ   ก็ย่อมจะเป็นเหตุให้เกิดผลที่ไม่ดี(กุศลวิบาก) ข้างหน้าสำหรับ

ตนเองอีกด้วย      เมื่อไม่ทราบอย่างนี้  เจตนาที่จะงดเว้นก็จะไม่มี  แต่ถ้าทราบ 

ก็จะสามารถละคลายให้เบาบาง  หรือว่างดเว้นเท่าที่สามารถจะกระทำได้   ซึ่งก็

จะเป็นการชำระจิตใจให้เบาบาง  ให้บรรเทาจากกิเลสได้ในชีวิตประจำวัน           

    ที่สำคัญ คือ ความเข้าใจพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง โดยเฉพาะ

ในเรื่องกรรม ทั้งกุศลกรรมและอกุศลกรรม  รวมถึงผลของกรรมทั้งสองฝ่ายด้วย   

ก็ยิ่งจะเป็นเครื่องยับยั้ง หรือ เป็นปัจจัยให้แต่ละบุคคลไม่ล่วงศีลได้ง่าย  ความ

เข้าใจพระธรรม  จึงเป็นไปเพื่อความเจริญขึ้นของกุศลธรรมทั้งหลาย  ใน

ชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ครับ.

ขอเชิญคลิกอ่านข้อความเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ

สัพพลหุสสูตร .. เสาร์ที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ 

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
wannee.s
วันที่ 23 ม.ค. 2557 13:10 น.
 

ผลของการล่วงศีล ทำให้ ถูกฆ่า ถูกตี ตายจากมนุษย์ ก็ตกนรก เป็นสัตว์เดรัจฉาน ค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
บรรดลอดทน
วันที่ 23 ม.ค. 2557 14:03 น.
 

ขอบพระคุณอย่าสูง และขออนุโมทนาครับผม

 
  

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่
keyword keyword : ศีล ๕ 

Back to Top