ศีล ๕
 
บรรดลอดทน
วันที่  23 ม.ค. 2557
หัวข้อหมายเลข  24367
อ่าน  371

ศีล ๕  ได้แก่อะไร จุดประสงค์ของการรักษาศีลเพื่ออะไรครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 23 ม.ค. 2557 12:29 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

   ศีล ๕ ประกอบไปด้วย .-

-การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์

-การงดเว้นจากการถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้

-การงดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม

-การงดเว้นจากการพูดเท็จ

-การงดเว้นจากการดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัย  อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท 

       การรักษาศีล ๕ นั้นเป็นนิจศีล ที่คฤหัสถ์ควรรักษา  เพราะถ้ารักษาแล้วก็จะเป็นการให้ความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น อย่างแท้จริง กล่าวคือ ศีลข้อที่ ๑  การเว้นจากการฆ่าสัตว์ เป็นการให้ชีวิต ให้ความปลอดภัย  ให้ความไม่มีภัย แก่สัตว์ทั้งหลาย,  ศีลข้อที่ ๒  การเว้นจากการลักทรัพย์  ชื่อว่า ให้ความปลอดภัยแก่ทรัพย์สินของผู้อื่น,   ศีลข้อที่ ๓  การเว้นจากการประพฤติผิดในกาม ชื่อว่าให้ความปลอดภัย  แก่บุตรธิดา  ภรรยา  สามี ของผู้อื่น, ศีลข้อที่ ๔  การเว้นจากการพูดเท็จ ชื่อว่า ให้ความจริง แก่ผู้อื่น และ ศีลข้อที่ ๕  การเว้นจากการดื่มน้ำเมา ชื่อว่า ให้ความปลอดภัยแก่ทุกสิ่ง ทุกอย่าง 

     ที่สำคัญ ถ้าเป็นผู้ที่มีความเข้าใจในเรื่องกรรม ทั้งกุศลกรรมและอกุศลกรรม รวมถึง ผลของกรรมทั้งสองฝ่ายด้วย นั้น ก็จะเป็นเครื่องยับยั้ง เป็นปัจจัยให้แต่ละบุคคลไม่ล่วงศีลได้ง่าย ดังนั้น ความเข้าใจสภาพธรรมตามความเป็นจริง จึงเป็นไปเพื่อความเจริญขึ้นของกุศลธรรมทั้งหลายอย่างแท้จริง และเมื่อมีปัญญาคมกล้าสามารถที่จะบรรลุเป็นพระโสดาบัน เมื่อนั้นจึงจะไม่มีการล่วงศีล๕ อีกเลยครับ

พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 253

โทษ ๕ ประการของศีลวิบัติ

     [๗๙] ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสกะอุบาสกทั้งหลายชาวบ้านปาฏลิคามว่า

     ดูก่อนคหบดีทั้งหลาย โทษของศีลวิบัติของบุคคลทุศีลมี ๕ ประการ  ๕ ประการเป็นไฉน 

(๑) ดูก่อนคหบดีทั้งหลาย บุคคลทุศีล ผู้ปราศจากศีลในโลกนี้ ประสบความเสื่อมโภคะเป็นอันมาก เพราะมีความประมาทเป็นเหตุ นี้เป็นโทษข้อที่ ๑ ของศีลวิบัติของบุคคลทุศีล.

(๒) ดูก่อนคหบดีทั้งหลาย และยังมีข้ออื่นอีก กิตติศัพท์ชั่วของบุคคลทุศีล ผู้ปราศจากศีลก็อื้อฉาวไป นี้เป็นโทษข้อที่ ๒ ของศีลวิบัติ ของบุคคลทุศีล.

(๓) ดูก่อนคหบดีทั้งหลาย และยังมีข้ออื่นอีก บุคคลทุศีล ผู้ปราศจากศีล เข้าสู่บริษัทใด ๆ คือขัตติยบริษัทก็ดี พราหมณบริษัทก็ดี คหบดีบริษัทก็ดี สมณบริษัทก็ดี เป็นผู้ไม่องอาจ ขวยเขิน เข้าไป นี้เป็นโทษข้อที่ ๓ ของศีลวิบัติ ของบุคคลทุศีล.

(๔) ดูก่อนคหบดีทั้งหลาย และยังมีข้ออื่นอีก บุคคลทุศีล ผู้ปราศจากศีล เป็นคนหลง ทำกาละ (ตาย) นี้เป็นโทษข้อที่ ๔ ของศีลวิบัติ ของบุคคลผู้ทุศีล

(๕) ดูก่อนคหบดีทั้งหลาย และยังมีข้ออื่นอีก บุคคลทุศีล ผู้ปราศจากศีล ครั้นร่างกายแตกภายหลังมรณะ จะเข้าไปถึงอบาย ทุคคติ วินิบาต นรก นี้เป็นโทษข้อที่ ๕ ของศีลวิบัติ ของบุคคลผู้ทุศีล

     ดูก่อนคหบดีทั้งหลาย โทษ ๕ ประการของบุคคลผู้ทุศีล ผู้ปราศจากศีล เหล่านี้แล.

     ตราบใดที่ยังไม่ใช่พระโสดาบัน โอกาสที่จะล่วงศีล ก็ย่อมจะมีได้ ตามเหตุตามปัจจัย ในชีวิตปัจจุบันสำหรับผู้ที่ยังเป็นปุถุชน ยังมีกิเลสอย่างหยาบซึ่งไม่พ้นไปจากโลภะ โทสะ โมหะ เมื่อมีเหตุปัจจัยพร้อม  ย่อมกระทำทุจริตกรรม ล่วงศีลได้ เมื่อเหตุมีแล้ว ผลก็ย่อมจะมีตามสมควรแก่เหตุที่ได้กระทำแล้ว ประโยชน์จากการได้ศึกษาในเรื่องโทษของการล่วงศีล นั้น คือ ได้เข้าใจถึงโทษภัยของกิเลส ว่า เป็นเหตุนำมาซึ่งสิ่งที่ไม่ดีต่าง ๆ มากมาย จึงไม่ควรล่วงศีล เพราะการล่วงศีล  นำมาซึ่งโทษประการต่าง ๆ  และยังเป็นปัจจัยให้ไปเกิดในอบายภูมิด้วย  เพราะฉะนั้นไม่ควรประมาทกำลังของกิเลส  ค่อย ๆ อบรมเจริญปัญญาเพื่อขัดเกลากิเลสของตนเองต่อไป เพราะกุศลธรรมเท่านั้นที่จะคอยประคับประคองอุปการะเกื้อกูลให้กาย วาจา ใจ เป็นไปในทางที่ถูกต้องดีงาม คล้อยตามความเข้าใจที่เกิดจากการได้ฟังพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง  ครับ

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
วันที่ 23 ม.ค. 2557 12:30 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     ข้อความจากพระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค สังคีติสูตร  แสดงไว้ว่า ศีล ๕  ได้แก่ .-

๑. ปาณาติปาตา  เวรมณี (เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการฆ่าสัตว์)

๒. อทินนาทานา  เวรมณี (เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้)

๓. กาเมสุ  มิจฉาจารา  เวรมณี (เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม)

๔. มุสาวาทา  เวรมณี (เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการพูดเท็จ)

๕. สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา เวรมณี (เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัย  อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท)      

     ศีลเป็นเรื่องปกติจริง ๆ ไม่พ้นไปจากความประพฤติเป็นไปทางกายทางวาจา ของแต่ละบุคคล ในแต่ละวันจิตใจเป็นกุศลหรือเป็นกุศลมากน้อยเท่าใด ถ้ามีการล่วงศีล มีการกระทำทุจริตกรรมประการต่าง ๆ  ก็เป็นเครื่องแสดงว่ากิเลสหนาแน่นมีกำลังมากทีเดียว ซึ่งทุกคนควรจะได้ทราบ และจะได้ตรวจสอบตนเองว่า มีการล่วงศีลข้อใดบ้างในแต่ละวัน กล่าวคือ มีการฆ่าสัตว์  เบียดเบียนสัตว์ มีการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้  มีการประพฤติผิดในบุตร  ภรรยา  สามี  ของผู้อื่น มีการพูดเท็จ มีการดื่มสุราเมรัยของมึนเมาอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท บ้างหรือไม่?  ซึ่งเป็นการตรวจสอบในชีวิตประจำวัน เพื่อจะได้สำรวมระมัดระวังความประพฤติทางกาย  ทางวาจาให้เป็นปกติเรียบร้อยดีงาม

     ศีล ๕ นั้นเป็นการให้ความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น ดังนี้ คือ ศีลข้อที่ ๑  การเว้นจากการฆ่าสัตว์  เป็นการให้ชีวิต  ให้ความปลอดภัย  ให้ความไม่มีภัย แก่สัตว์ทั้งหลาย ศีลข้อที่ ๒  การเว้นจากการลักทรัพย์  ชื่อว่า ให้ความปลอดภัยแก่ทรัพย์สินของผู้อื่น ศีลข้อที่ ๓  การเว้นจากการประพฤติผิดในกาม ชื่อว่าให้ความปลอดภัยแก่บุตรธิดา ภรรยา สามี ของผู้อื่น ศีลข้อที่ ๔   การเว้นจากการพูดเท็จ ชื่อว่า ให้ความจริง แก่ผู้อื่น และศีลข้อที่ ๕  การเว้นจากการดื่มสุราเมรัยของมึนเมา ชื่อว่า  ให้ความปลอดภัยแก่ทุกสิ่งทุกอย่างทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น ด้วย 

     ศีล  เป็นการขัดเกลาจิตใจของตนให้เบาบางจากกิเลส  ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้ดับกิเลสทั้งปวงได้อย่างหมดสิ้น  ก็จริง  แต่ก็เป็นการอบรมจิตใจให้เบาบางจากกิเลส  เพราะเหตุว่าถ้าไม่ทราบว่า การฆ่าสัตว์  การลักทรัพย์ เป็นต้น  เป็นสิ่งที่ไม่ดี  เป็นสิ่งที่ทำให้สัตว์อื่น บุคคลอื่นเดือดร้อน เป็นทุกข์ เพียงใด  ก็อาจจะเกิดความยินดีพอใจในความไม่ดีเหล่านี้ก็เป็นได้  และเมื่อสำเร็จเป็นกุศลกรรมประการต่าง ๆ ก็ย่อมจะเป็นเหตุให้เกิดผลที่ไม่ดี(กุศลวิบาก) ข้างหน้าสำหรับตนเองอีกด้วย  เมื่อไม่ทราบอย่างนี้  เจตนาที่จะงดเว้นก็จะไม่มี  แต่ถ้าทราบ ก็จะสามารถละคลายให้เบาบาง  หรือว่างดเว้นเท่าที่สามารถจะกระทำได้ ซึ่งก็จะเป็นการชำระจิตใจให้เบาบาง  ให้บรรเทาจากกิเลสได้ในชีวิตประจำวัน           

     ที่สำคัญ คือ ความเข้าใจพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง โดยเฉพาะในเรื่องกรรม ทั้งกุศลกรรมและอกุศลกรรม  รวมถึงผลของกรรมทั้งสองฝ่ายด้วย ก็ยิ่งจะเป็นเครื่องยับยั้ง หรือ เป็นปัจจัยให้แต่ละบุคคลไม่ล่วงศีลได้ง่าย  ความเข้าใจพระธรรม  จึงเป็นไปเพื่อความเจริญขึ้นของกุศลธรรมทั้งหลาย  ในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ครับ.

ขอเชิญคลิกอ่านข้อความเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ

สัพพลหุสสูตร .. เสาร์ที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ 

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 23 ม.ค. 2557 13:10 น.

ผลของการล่วงศีล ทำให้ ถูกฆ่า ถูกตี ตายจากมนุษย์ ก็ตกนรก เป็นสัตว์เดรัจฉาน ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
บรรดลอดทน
วันที่ 23 ม.ค. 2557 14:03 น.

ขอบพระคุณอย่าสูง และขออนุโมทนาครับผม

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
papon
วันที่ 18 พ.ค. 2559 11:09 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
แสดงความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ