Loading...
 24266   ปฏิบัติอย่างไร
papon
วันที่ 30 ธ.ค. 2556 19:43 น.
อ่าน 302
 
 

เรียนอาจารย์ทั้งสองท่าน

     ตามที่กระผมได้ฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์ ๆ บรรยายบ่อยๆว่า ถ้าเข้าใจธรรม

ให้ประพฤติปฏิบัติ  กระผมยังเข้าใจไม่ชัดอย่างเช่น คนที่มักโกรธ และพยาบาทก็จะ

พิจารณาว่า นั่นเป็นสภาพธรรม กระผมก็มีคิดว่า การมักโกรธ และพยาบาท เป็นการ

สะสมสภาพธรรมเหล่านั้นมานาน ความเข้าใจความจริงว่าขณะที่มีอารมณ์ที่ไม่น่าพอใจ

มากระทบ มีแต่เพียงรูปธรรมนามธรรมเท่านั้น ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เรา แต่บางครั้งการจดจำ

บางประโยค ที่ท่านอาจารย์พูดไว้ว่า สิ่งนั้นเกิดแล้วดับแล้ว บางครั้งก็ได้สติยั้งคิด

อย่างนั้น กว่าปัญญาจะเจริญจนระลึกได้ว่า นั่นคือ เพียงสิ่งที่ปรากฏและเป็นสภาพธรรม

ไม่ใช่เรา ก็ต้องรอการปรุงแต่งด้วยสังขารขันธ์อีกนาน และการประพฤติปฏิบัติอย่างที่

ท่านอาจารย์บรรยาย ต้องทำอย่างไรครับ ขอความกระจ่างด้วยครับ ขออนุโมทนาครับ

 



  ความคิดเห็นที่ 1  
paderm
paderm
วันที่ 30 ธ.ค. 2556 20:24 น.
 

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

        ทุกอย่างตามที่ผู้ถามกล่าวมา ก็คือ การทำหน้าที่ของสภาพธรรมที่เกิดขึ้น  ตาม

เหตุปัจจัยที่ค่อย ๆ สะสม มาทีละเล็กละน้อย อันเกิดจากปัญญาที่ค่อย ๆ เจริญขึ้น  ซึ่ง

ต้องไม่ลืมธรรมข้อหนึ่งที่ สัว์โลกมักจะลืมเสมอ คือ เป็นธรรมไม่ใช่เรา ไม่อยู่ในอำนาจ

บังคับบัญชา    เมื่อลืมคำนี้ ย่อมทำให้ มีความคิดว่า จะทำอย่างไร หลงลืมด้วยอำนาจ

โลภะ ติดข้องที่อยากจะทำให้เข้าใจ อยากจะทำให้สติเกิด อยากจะทำให้มีปัญญา

โดยไม่รู้ตัว หลงลืมไปว่าไม่มีเรา ไม่มีวิธีที่จะทำอย่างไร เพราะ ต้องไม่ลืมว่าเป็นหน้าที่

ของธรรม ไม่ใชเราเลย ครับ

          เพราะฉะนั้น หนทางที่ถูกต้อง และ คงต้องย้ำกันบ่อย ๆ  ก็คือ ไม่ใช่จะทำ คิด

อย่างไร แต่หนทางเดียว คือ ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมต่อไป ปัญญาจะค่อย ๆ เกิด

ทำหน้าที่ปรุงแต่งไป และก็จะปรับไป ปรับความคิดถูกเอง ทีละเล็กละน้อย ตามปัญญา

ที่เจริญขึ้นอันมีการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม เท่านั้นครับ เมื่อไหร่ที่จะทำ เมื่อนั้น

ผิดเสมอ ขออนุโมทนา

 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
khampan.a
วันที่ 30 ธ.ค. 2556 21:34 น.
 

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     ธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา   ไม่ใช่สัตว์  ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่ตัวตน     ไม่อยู่ใน

อำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น  แต่ธรรมเกิดขึ้นตามเหตุตามปัจจัย  ไม่มีใคร

ทำอะไรให้เกิดขึ้นได้  มีแต่ความเป็นไปของสภาพธรรมที่มีจริงเท่านั้นเอง

       การฟังพระธรรมให้เข้าใจในสิ่งที่กำลังฟังบ่อย ๆ เนือง ๆ    ธรรมฝ่ายดี

มีสติ ปัญญา เป็นต้น ปรุงแต่งน้อมไป   ให้เข้าใจในสิ่งที่กำลังปรากฏ     

    ดังนั้น ไม่มีตัวตนที่จะไปทำอะไร    ซึ่งต้องอาศัยการฟังพระธรรม  ศึกษา

พระธรรม สะสมปัญญาไปตามลำดับเท่านั้น    มีความอดทน จริงใจที่จะฟังที่

จะศึกษาพระธรรมต่อไป  เพราะสะสมความไม่รู้มามาก  จึงขาดการฟังพระธรรม

ไม่ได้เลยทีเดียว ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
wannee.s
วันที่ 30 ธ.ค. 2556 22:20 น.
 

ปัญญาทำไม่ได้ แต่สะสมปัญญาไม่ได้ ค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
thilda
วันที่ 30 ธ.ค. 2556 23:43 น.
 

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
papon
วันที่ 30 ธ.ค. 2556 23:53 น.
 

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่

Back to Top